กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร•ตอนที่ 6

พันธมิตรที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นหอมบางเบาของชาไป๋ฮ่าวอYินเจินลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าบรรยากาศในห้องรับรองส่วนตัวของโรงเตี๊ยมเมฆาคารวะกลับหนาแน่นเสียยิ่งกว่าก้อนเมฆฝนยามค่ำคืน ฉินมู่หลานปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน ปลายนิ้วเรียวดุจหยกสลักลูบไล้ขอบถ้วยช้าๆ อาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์เหมันต์สีม่วงเข้มรับกับผิวขาวดั่งหิมะ เส้นผมดำขลับถูกเกล้าเก็บอย่างประณีตด้วยปิ่นมรกตล้ำค่า ทุกอิริยาบทของนางแฝงไว้ด้วยความสง่างามเยือกเย็น ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าแพร ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่นางคาดการณ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ หมากตานี้... ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายเดินตกหลุมพรางที่นางขุดรอไว้แล้วอย่างงดงาม เซียวเหยียนเจ๋อผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายและถือเข็มทิศสังหารในมือ บัดนี้กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องขวา แสงตะเกียงทองเหลืองสาดส่องกระทบโครงหน้าคมสันดั่งรูปสลักสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาคู่นั้นดุจพญาเหยี่ยวที่กวาดมองเหยื่อ แต่วันนี้... เหยี่ยวตัวนี้กลับมิได้กางกรงเล็บเข้าขย้ำ หากแต่กำลังจ้องพิจารณานางด้วยความสนใจระคนระแวดระวัง "ฉินกูนิยาย... อ้อ ไม่สิ คุณหนูฉิน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ของท่านอ๋อง "เจ้าช่างกล้าหาญนัก ถึงกับยอมใช้ตระกูลหลินเป็นสะพานเพื่อล่อให้งูออกจากถ้ำ กลอุบายซ้อนกลเช่นนี้ หากไม่ใช่คนที่มีความแค้นฝังรากลึกถึงกระดูกดำ คงมิอาจคิดทำได้" มู่หลานมิได้สะดุ้งสะเทือน นางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ รับรสชาติละมุนลิ้นก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยกิริยาอันนุ่มนวล ราวกับเสียงของท่านอ๋องเป็นเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านใบไม้ไผ่ "หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ ที่สูญเสียทุกสิ่งไปในคืนเพลิงผลาญเมื่อสามปีก่อนเพคะท่านอ๋อง" นางเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย็นเยียบเสียดแทงหัวใจ "หากปราศจากความกล้าหาญและกลอุบาย ป่านนี้กระดูกของฉินมู่หลานคงกลายเป็นปุ๋ยฝุ่นใต้ต้นไม้ในสุสานร้างไปนานแล้ว หาได้มีโอกาสมานั่งสนทนากับโอรสสวรรค์ผู้สูงศักดิ์เช่นพระองค์ ณ ที่นี้หรอกเพคะ" เซียวเหยียนเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากวรกายชั่วขณะ ทว่ามันกลับถูกกลบด้วยความชื่นชมที่ยากจะซ่อนเร้น บุรุษผู้กุมกองกำลังลับทั่วแผ่นดิน หาได้เกรงกลัวหญิงสาวผู้มีเล่ห์เหลี่ยม หากแต่เขากำลังประเมินว่า นางจะเป็น "หมาก" ที่มีประโยชน์ หรือเป็น "ภัย" ที่ต้องกำจัดทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ "ตระกูลฉินล่มสลายเพราะอำนาจของเสนาบดีหลี่และพวกพ้องในราชสำนัก" เซียวเหยียนเจ๋อโน้มพระวรกายมาเบื้องหน้าเล็กน้อย กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายสนิมเหล็กจางๆ ลอยมาแตะนาสิก "เป้าหมายของเจ้าคือการล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลฉิน... แต่วิธีการของเจ้ามันเลือดเย็นเกินไป มู่หลาน เจ้าเหยียบย่ำชีวิตผู้คนนับร้อยเพื่อเดินไปสู่จุดหมาย ไม่ต่างอะไรจากปีศาจสาวที่ไต่ขึ้นมาจากขุมนรก" มู่หลานหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะดั่งระฆังเงินกังวาน ทว่าไร้ซึ่งความสุขสำราญโดยสิ้นเชิง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับพญาเหยี่ยวแห่งแดนบูรพาอย่างไม่เกรงกลัว "ปีศาจหรือเพคะ? ท่านอ๋องผู้ทรงธรรม... ในราชสำนักที่เน่าเฟะ สตรีที่อ่อนแอมีแต่จะถูกเคี้ยวจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ถ้าหม่อมฉันไม่เลือกเป็นปีศาจ หม่อมฉันจะเอาปัญญาที่ไหนมาต่อกรกับสุนัขบ้าที่สวมชุดขุนนางเล่าเพคะ?" นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ท่านเองก็เช่นกัน... ท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร ท่านมิได้กำลังไล่ล่าเหยื่อด้วยความเลือดเย็นหรอกหรือ? เราสองคน... ต่างก็เป็นพวกเดียวกันที่มือเปื้อนเลือดจนล้างไม่ออกทั้งสิ้น" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครา ทว่าครั้งนี้บรรยากาศกลับเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่มันคือแรงดึงดูดอันตรายระหว่างนักล่าสองตนที่ต่างยอมรับฝีมือของกันและกัน เซียวเหยียนเจ๋อแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้น "เจ้าปากกล้าสมคำร่ำลือ..." เซียวเหยียนเจ๋อเอนพระวรกายกลับไปพิงพนักเก้าอี้ ทอดพระเนตรนางด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ "ตกลง... ข้าจะให้โอกาสเจ้า แลกกับการที่เจ้าต้องใช้สติปัญญาและกลยุทธ์ทั้งหมดที่มี มาเป็นกุนซือส่วนตัวให้แก่ข้า" ข้อเสนอถูกโยนออกมาอย่างเรียบง่าย ทว่ามีน้ำหนักดั่งภูเขาไท่ซาน การเป็นกุนซือส่วนตัวให้ท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ เท่ากับการเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายทางการเมือง หากรอดก็จะได้อำนาจสูงสุดมาครอบครอง หากพลาด... ก็มีแต่ความตายที่รออยู่ มู่หลานนิ่งงังไปชั่วอึดใจ สมองอันรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบประมวลผลข้อได้เสียในทันที นางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของเซียวเหยียนเจ๋อคือการดึงนางมาใช้งาน แต่นางมิคาดคิดว่าเขาจะเอ่ยปากเร็วกว่าที่คาด "กุนซือส่วนตัว?" มู่หลานทวนคำ รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าอันตรายปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ท่านอ๋องทรงทราบดีว่าการใช้งานกุนซือเช่นหม่อมฉันมีราคาที่ต้องจ่าย... ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะแบกรับไหว?" "ราคาที่ต้องจ่ายงั้นหรือ?" เซียวเหยียนเจ๋อเหยียดยิ้มเย็นชา แววตาคมปลาบดุจคมดาบกวาดมองร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ต่อให้ราคานั้นคือการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หรือการทำลายล้างขุนนางครึ่งราชสำนัก... หากเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้ข้าได้ครอบครองความเฉียบคมของเจ้าไว้ข้างกาย ข้าก็ยินดีจะจ่าย" ถ้อยคำนั้นมิใช่เพียงคำสัญญาทางการเมือง แต่มันแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและมั่นคงดั่งหินผา ความสัมพันธ์ระหว่างนายเหนือหัวและกุนซือ กำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งอันตรายไปสู่เกมรักและเกมแค้นที่ดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าเดิม มู่หลานสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความไหววุ่นในอก นางประสานมือคำนับอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก ทว่าดวงตายังคงประกายแสงแห่งชัยชนะ "ในเมื่อท่านอ๋องทรงมีพระเมตตาถึงเพียงนี้... หม่อมฉัน ฉินมู่หลาน ย่อมยินดีถวายหัวใจและมันสมองทั้งหมด เพื่อเป็นเงาทมิฬเคียงข้างคมดาบของพระองค์เพคะ" เซียวเหยียนเจ๋อแย้มพระสรวลกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งในรอบหลายปี ชายหนุ่มยกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมดจดเพื่อเป็นสัตย์สาบาน ทว่า... ในวินาทีที่ความตกลงอันทรงพลังบรรลุผล เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบยามวิกาลก็ดังขึ้นจากด้านนอกอย่างกะทันหัน เป็นจังหวะที่รวดเร็วและกระชั้นชิดเกินกว่าจะเป็นบ่าวรับใช้ทั่วไป ทหารองครักษ์ประจำตัวของเซียวเหยียนเจ๋อพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ตัวสั่นเทา "ท่านอ๋องแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์ละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงหอบเหนื่อย "ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระราชทานสมรสให้คุณหนูฉินมู่หลาน... ต้องอภิเษกกับองค์ชายสามในอีกสามวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ!" ถ้อยคำนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องรับรอง บรรยากาศที่กำลังอบอวลไปด้วยชัยชนะแข็งค้างในทันที เซียวเหยียนเจ๋อชะงักกึก รอยยิ้มบนพระพักตร์มลายหายไปในพริบตา นัยน์ตาพญาเหยี่ยวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธเกรี้ยวระอุ ดั่งพายุโลหิตที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล มู่หลานหน้าถอดสีลงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับวาบขึ้นด้วยประกายแห่งความแค้นที่ลุกโชนยิ่งกว่าเก่า องค์ชายสาม... ศัตรูตัวฉกาจที่ร่วมมือกับเสนาบดีหลี่ทำลายตระกูลนาง กล้าดีอย่างไรถึงใช้พระราชโองการมาผูกมัดนางไว้กรงทอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันไปพร้อมกับความแค้นอันงดงามนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%