กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร•ตอนที่ 9

ลับลวงพรางในวังหลัง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานหลิวฮวาที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในตำหนักซูฮุ่ยผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไอความร้อนที่คุกรุ่นจากเตาสำริดรูปทรงหงส์สยายปีกกลับทำให้หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามเรียวคางมนของเหล่าสนมสาวที่นั่งล้อมวงปักผ้าอยู่เบื้องล่าง ฉินมู่หลานในชุดอาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีฟ้าครามปักลายกิ่งเหมยด้วยดิ้นเงินละเอียดอ่อน ทอดสายตาพินิจพิเคราะห์ความประณีตของผืนผ้าไหมในมืออย่างสงบเยือกเย็น นางแกล้งทำเป็นสนใจเพียงลวดลายดอกไม้บนสะดึง ทว่าโสตประสาทกลับเปิดรับทุกถ้อยคำกระซิบกระซาบและเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มอันอาบยาพิษของสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวังหลังเวลานี้—พระสนมเอกกุ้ยเฟย "ฝีมือการปักผ้าของน้องหญิงฉินช่างงดงามประณีตสมกับที่เป็นบุตรีท่านราชครูผู้ล่วงลับเสียจริงนะเพคะ... เพียงแต่ ลวดลายหงส์เคียงมังกรผืนนี้ เกรงว่าจะมีวาสนาสูงส่งเกินกว่าฐานะกุนซือรับเชิญอย่างเจ้าจะรับไหว" เสียงหวานหยดย้อยราวกับเคลือบน้ำผึ้งอาบยาพิษของพระสนมเอกกุ้ยเฟยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกกดทับด้วยอำนาจมืด สายตาดุจพญาเหยี่ยวของสนมเอกกวาดมองมู่หลานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาเหยื่อในกรงทอง มู่หลานมิได้สะทกสะท้าน นางค่อยๆ วางเข็มเงินลงบนสะดึงอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามราวนกกระเรียนรำแพน นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างพพอเหมาะพอเจาะ "ทูลพระสนม หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีไร้ค่าผู้หนึ่ง ย่อมมิกล้าอาจเอื้อมครอบครองลวดลายสูงส่งอันใดเพคะ... เพียงแต่ หากลายหงส์นี้ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเพราะขาดการประคับประคองที่เหมาะสม เกรงว่าผู้ที่ต้องก้มลงเก็บกวาดเศษซากความเสียหาย อาจมิใช่หม่อมฉันผู้ต่ำต้อย แต่อาจเป็นผู้ที่นั่งอยู่บนจุดสูงสุดต่างหากเล่าเพคะ" สิ้นคำพูดของมู่หลาน บรรยากาศภายในตำหนักพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น บรรดานางกำนัลและสนมชั้นผู้น้อยต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ในวังหลังแห่งนี้ มีผู้ใดกล้าต่อปากต่อคำกับพระสนมเอกกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเช่นนี้ด้วยวาจาเชือดเฉือนเช่นนี้เล่า? พระสนมเอกกุ้ยเฟยชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทายต่อหน้าธารกำนัล ทว่าก่อนที่เพลิงโทสะจะได้ระเบิดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเบื้องนอก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีหน้าพระพักตร์ "ท่านอ๋องเสด็จ——!" สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักลายมฆาเมฆาด้วยดิ้นทองคำบริสุทธิ์ก็ก้าวเข้ามาในตำหนัก กลิ่นอายความเย็นเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลกแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ เซียวเหยียนเจ๋อ หรือท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร ปรากฏกายขึ้นราวกับเทพแห่งความตายที่ก้าวออกมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของพระองค์กวาดมองทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของฉินมู่หลานด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ดูท่าทางตำหนักซูฮุ่ยในวันนี้จะคึกคักเป็นพิเศษนะกุ้ยเฟย" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอื้อnเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึก ทำเอาพระสนมเอกกุ้ยเฟยต้องรีบปรับสีหน้า ลุกขึ้นถวายพระพรด้วยรอยยิ้มฝื่อนเฝื่อน "ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่กำลังสนทนากับคุณหนูฉินเรื่องฝีมือเย็บปักถักร้อยเท่านั้น มิได้มีเจตนาประการใดเลยเพคะ" เซียวเหยียนเจ๋อไม่แม้แต่จะชายตานางผู้นั้น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังฉินมู่หลานอย่างอารักขา กลื่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและกลิ่นจันทร์หอมจางๆ ประจำตัวของพระองค์โชยเข้าจมูกของมู่หลาน ทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของนางค่อยๆ สงบลง "นางเป็นคนของเปิ่นหวาง (เรา)..." เซียวเหยียนเจ๋อเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนไม่มีใครกล้าหายใจรดต้นคอ "หากผู้ใดกล้าหาญชาญชัยคิดรังแกคนของเปิ่นหวางอีกแม้แต่ปลายเล็บ ผู้นั้น... เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย" สายตาคมกริบของท่านอ๋องกวาดมองรอบตำหนักเป็นเชิงเตือน ก่อนที่พระองค์จะยื่นมือหนาออกมาจับข้อมือเรียวของมู่หลานเบาๆ แล้วดึงให้นางลุกขึ้นยืนเคียงข้าง "กลับจวนได้แล้ว มู่หลาน..." พระองค์ตรัสเสียงนุ่มลงเพียงเล็กน้อยยามทอดพระเนตรมองนาง มู่หลานก้มศีรษะทำความเคารพพระสนมเอกเล็กน้อยตามมารยาท ก่อนจะก้าวเดินเคียงคู่ไปกับท่านอ๋องท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความหวาดผวาและริษยา ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูตำหนักซูฮุ่ย นางกำนัลสนิทของกุ้ยเฟยก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าขวางทาง พร้อมกับยื่นหีบไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายประณีตใบเล็กถวายให้ด้วยมือที่สั่นเทา "ทะ... ท่านอ๋อง คุณหนูฉิน พระสนมเอกทรงมีรับสั่งประทาน 'ชาหยกขาว' ล้ำค่าจากแดนใต้ เพื่อเป็นการขอขมาและแสดงไมตรีจิตแก่คุณหนูฉินเพคะ..." ฉินมู่หลานชะงักฝีเท้าลง นางเหลือบมองหีบไม้จันทน์นั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับเซียวเหยียนเจ๋อที่ยืนอยู่ข้างกาย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของพระองค์ยื่นออกไปรับถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามที่ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจขึ้นมาพิจารณาอย่างเชื่องช้า... ก่อนที่เซียวเหยียนเจ๋อจะทรงยกถ้วยชาพิษนั้นขึ้นจิบต่อหน้าต่อตาทุกคนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฟาดฟัน และดื่มด่ำไปกับเกมอำนาจอันหอมหวานและอันตรายนี้นะคะ "เงียบแต่ฟาดเรียบ"
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%