กลิ่นหอมบางเบาของกำยานบุปผาพันปีลอยวนอยู่ในตำหนักรับรองชั้นใน ควันสีขาวละมุนม้วนตัวขึ้นสู่คานไม้สลักลายหงส์เหินอย่างเชื่องช้า ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ ฉินมู่หลานสวมอาภรณ์ปักดิ้นเงินลายเมฆาซ้อนชั้น สีเขียวหยกอ่อนขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายล้ำลึกดั่งหุบเหวไร้ก้นบึ้ง นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคา ลูบไล้ขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ที่บรรจุชาอุ่นๆ อย่างใจเย็น
เบื้องหน้าของนางคือโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายวิจิตร บนนั้นวางคัมภีร์ลับบัญชีส่วยที่ถูกคัดลอกด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ของใต้เท้าซ่ง ขุนนางคลังผู้กุมชะตากรรมตระกูลฉินเมื่อสามปีก่อน
"เจ้าแน่ใจหรือว่าแผนการนี้จะบีบให้สุนัขจนตรอกตัวนั้นคายความจริงออกมาได้"
เสียงทุ้มต่ำดุจก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นจากมุมมืดของเสาต้นใหญ่ เซียวเหยียนเจ๋อในอาภรณ์คลุมสีดำสนิทปักลายพญาเหยี่ยวสีทองคำเปลว ก้าวเท้าออกมาอย่างเงียบเชเชียบราวภูตพราย แววตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองร่างระหงของนางด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้ท่าทีเยือกเย็นดุร้าย ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างเพียงคืบทำให้กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นสนป่าจางๆ เจือปนเข้ามาในโสตประสาทของมู่หลาน
ฉินมู่หลานมิได้หันกลับไปมอง เข็มเงินเล่มบางในมือถูกหมุนวนช้าๆ นางแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับอาบยาพิษร้ายกาจยิ่งกว่าดอกฟู่หลง
"ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้วเพคะ..." น้ำเสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น "คนอย่างใต้เท้าซ่ง รักตัวกลัวตายยิ่งกว่าสิ่งใด ยิ่งเราทำทีเป็นนิ่งเฉย ปล่อยให้ข่าวลือเรื่อง 'บัญชีลับฉบับจริง' รั่วไหลไปถึงหูอนุภรรยาคนโปรดของเขา ความโลภและความหวาดระแวงจะทำหน้าที่ของมันเอง ม้าไม้ที่ซ่อนทหารหาญไว้ภายใน ย่อมไม่อาจซ่อนตัวอยู่ได้นานยามเมื่อประตูเมืองเปิดอ้า"
เซียวเหยียนเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปแตะขอบถ้วยชาที่นางถืออยู่เบื้องหน้า ไออุ่นจากปลายนิ้วของเขาซึมผ่านกระเบื้องเคลือบเข้ามาสัมผัสกับปลายนิ้วของนางโดยไม่ตั้งใจ ความอบอุ่นที่หนักแน่นและมั่นคงดั่งหินผานี้ คือสิ่งเดียวในราชสำนักอันเน่าเฟะที่นางสามารถเหนี่ยวรั้งไว้ได้
"หากมันไม่ยอมส่งพยานปากสำคัญออกมาล่ะ" น้ำเสียงของเข้มงวดขึ้นเล็กน้อย ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมด้านข้างของนาง "เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การลากคอขุนนางชั่วลงจากหลังม้า แต่คือการกระชากหน้ากากผู้ที่อยู่เบื้องหลังตระกูลฉินในอดีต ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเอาตัวเข้าแลกเป็นเหยื่อล่ออีกเป็นอันขาด"
คำประกาศิตที่แฝงความห่วงใยอันดุดิบทำให้หัวใจของมู่หลานกระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับพญาเหยี่ยวแห่งแดนเหนือ แววตาของเขามีระลอกคลื่นแห่งความกังวลไหวระริก แม้ภายนอกเขาจะถูกขนานนามว่าเป็นท่านอ๋องผู้เยือกเย็นไร้หัวใจ มือเปื้อนเลือดสังหารคนไม่กะพริบตา แต่กับนางแล้ว เขากลับเป็นดั่งโลหะเหล็กกล้าที่คอยปกป้องคุ้มภัยจากลมฝนทุกลมหายใจ
"หม่อมฉันมิใช่สตรีอ่อนแอที่รอให้ท่านอ๋องปกป้องฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้วเพคะ..." มู่หลานกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความแค้นฝังลึกที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้เป็นจุล "ในเมื่อพวกมันใช้กลอุบายสกปรกทำลายตระกูลฉิน มู่หลานผู้นี้ก็จะใช้แผนการเดียวกัน... ส่งม้าไม้แห่งความพินาศเข้าไปกลางใจศัตรู"
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของนางกำนัลคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกั้นฉากผ้าไหมปักลาย
"เรียนคุณหญิง... มี... มีเรื่องด่วนเพคะ!" เสียงนั้นสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก "อนุภรรยาของใต้เท้าซ่งแอบส่งจดหมายลับผ่านมาทางบ่าวไพร่ในครัว แจ้งว่า... แจ้งว่านางเจอตัวพยานปากเอกที่ใต้เท้าซ่งซ่อนไว้แล้วเพคะ! แต่อีกฝ่ายเรียกร้องต้องการทองคำแท่งหนึ่งหีบจึงจะยอมปริปากเปิดเผยความจริง!"
เซียวเหยียนเจ๋อแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น "หึ... หมาจนตรอกย่อมกัดกันเองเป็นธรรมดา ทองคำหนึ่งหีบหรือ? ช่างบังaniยิ่งนัก"
ฉินมู่หลานผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายกระโปรงยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพื้นไม้แผ่วเบา นางหยิบหน้ากากผ้าไหมสีดำขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าครึ่งบน เหลือเพียงดวงตาคู่คมที่ทอประกายวาววโรจน์ดั่งประกายไฟในความมืด
"เตรียมทองคำหนึ่งหีบตามที่มันต้องการ..." มู่หลานเอ่ยบัญชาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ดุจแม่ทัพใหญ่ผู้กำลังจะเคลื่อนทัพเข้าสู่สนามรบ "แล้วส่งข่าวบอกใต้เท้าซ่ง ว่าคืนนี้... ข้าจะไปรอฟังคำสารภาพของพยานปากนั้นด้วยตนเองที่หอจันทราคาราวี!"
เซียวเหยียนเจ๋อจ้องมองแผ่นหลังระหงที่เต็มไปด้วยความอาจหาญและสติปัญญาอันล้ำเลิศผู้นี้ แววตาของท่านอ๋องหนุ่มฉายประกายลึกล้ำยากจะหยั่งถึง มือหนายกถ้วยชาขึ้นจิบจนหมดรวดเดียว ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม
ทว่า ในขณะที่ก้าวแรกของแผนการกำลังจะก้าวออกไปสู่วังวนแห่งเลือดและความลับ เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นที่เบื้องล่างตำหนัก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังปักลายมังกรห้าเล็บที่เหยียบย่างเข้ามาอย่างมั่นคงไร้ผู้ต้านทาน!
ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก้าวเข้ามาพร้อมกับราชสำนักเบื้องหลังที่ถือราชโองการสีทองอร่าม
และบุคคลที่ก้าวตามหลังขันทีเฒ่าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน คือศัตรูคู่อาฆาตที่พวกเขากำลังตามล่า—ใต้เท้าซ่ง ที่บัดนี้กลับยืนยิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ พร้อมกับทหารองครักษ์หลวงนับร้อยนายที่ปิดล้อมตำหนักไว้ทุกด้านจนมิดชิด!
"ฮ่าๆๆๆ... คุณหญิงฉิน ท่านคิดว่าท่านเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังงั้นหรือ?" เสียงหัวเราะเย้ยหยันของใต้เท้าซ่งดังสะท้อนก้องตำหนัก "น่าเสียดาย... ม้าไม้ตัวนั้น บัดนี้ได้กลายเป็นโลงศพที่ปิดตายสำหรับพวกท่านทั้งสองแล้ว!"
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
ด้วยความเคารพรักและปรารถนาดี
"เงียบแต่ฟาดเรียบ" ค่ะ
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร•ตอนที่ 10
กลยุทธ์ม้าไม้
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!