ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีสามัญชนสายปั่น•ตอนที่ 2

ปากดีต้องโดนสั่งสอน

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"เจอตัวเสียที... ท่านพี่เซี่ย ข้าตามหาท่านมานานนัก" ประโยคทิ้งท้ายที่ดังขึ้นกลางร้านขนมหวานอันเงียบสงบในตรอกทิศใต้ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนรอบข้างจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง เหม่ยเหมยในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มพราวระยับ นางจงใจเปล่งเสียงหวานหยดย้อยจนคนฟังขนลุกชัน ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความซุกซน ราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อติดกับดัก ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารและเสื้อคลุมสีเข้มของเซี่ยฉีหยางหยุดชะงักกึก สีหน้าของท่านแม่ทัพผู้เย็นชาและขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานีบึ้งตึงลงทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดมองสตรีตรงหน้าที่กล้าอาจหาญเรียกเขาว่า 'ท่านพี่' ต่อหน้าทหารอารักขานับสิบและชาวบ้านที่กำลังมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น "สามหาว!" รองแม่ทัพหลินที่ยืนอยู่เคียงข้างตวาดลั่น ชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่งเพื่อขู่ขวัญ "เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าบังอาจล้อเล่นกับท่านแม่ทัพผู้ตรวจการแผ่นดิน! รู้โทษของการหมิ่นประมาทขุนนางขั้นหนึ่งหรือไม่ หัวของเจ้าอาจหลุดจากบ่าได้ในพริบตาเดียวนะคะ... เอ๊ย! ในพริบตาเดียว!" เหม่ยเหมยมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงแต่เอียงคอมองด้วยท่าทีฉงนสนเท่ห์ ก่อนจะยกมือขึ้นทาบอกแสร้งทำเป็นตกอกตกใจ "โอ๊ะ ตายจริง รองแม่ทัพหลิน ท่านจะชักกระบี่ขู่สตรีอ่อนแอที่มีเพียงตะหลิวกับแป้งทำขนมเช่นนี้เชียวหรือเจ้าคะ? ชื่อเสียงของกองทัพพิทักษ์แผ่นดินคงจะเกรียงไกรน่าดูชม หากวันหนึ่งมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า *'ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจส่งทหารมาสังหารแม่ค้าขนมหวาน เพราะนางจำสามีตัวเองไม่ได้'* เช่นนี้... เกรงว่าฝ่าบาทคงจะต้องเรียกตัวพวกท่านกลับไปปลูกผักที่ชายแดนแทนกระมังคะ" คำพูดลื่นไหลราวกับน้ำไหลไฟดับแฝงไปด้วยคมดาบที่เชือดเฉือนอย่างไร้ร่องรอย ทำให้รองแม่ทัพหลินหน้าถอดสี รีบหันไปมองผู้เป็นนายทันที เซี่ยฉีหยางยังคงนิ่งเงียบ ทว่ารังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทวีความเข้มข้นขึ้นจนอากาศรอบกายคล้ายจะลดอุณหภูมิลงหลายองศา เซี่ยฉีหยางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคง ทรงพลัง และกดดันจนเหม่ยเหมยรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นอายสงครามและจันทร์เพ็ญ กลิ่นกายบุรุษเพศที่สะอาดสะอ้านผสมผสานกับความดุดันทำให้หัวใจของแม่ค้าสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางก็รวบรวมสติแล้วเชิดหน้าสู้ สายตาคู่คมสบประสานกับดวงตาเหยี่ยวของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ปากคอเราะร้ายนัก" เซี่ยฉีหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบจนน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักจากหินอ่อนโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความกดดันระดับที่ทำให้คนใจเสาะสลบได้ในคราเดียว "เจ้าบอกว่าตามหาข้ามานาน งั้นหรือ? หญิงสาวสามัญชนเช่นเจ้า มีธุระอันใดกับคนบาปหนาที่คร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วนอย่างข้า หรือว่า... เจ้าแอบหลง3รักข้าจนตัวสั่น?" ประโยคหลังเขากระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เจือแววเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา คิดว่าสตรีตรงหน้าคงจะเขินอายจนหน้าแดงและวิ่งหนีเตลิดไปตามระเบียบของพวกชาวบ้านขี้ขลาด ทว่า เหม่ยเหมยกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับทอประกายท้าทายยิ่งกว่าเดิม "ท่านพี่เซี่ยเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วล่ะค่ะ ข้าไม่ได้หลงรักท่านเสียหน่อย... แต่ข้ากำลังตามหา 'ลูกหนี้' ต่างหากเล่า!" เซี่ยฉีหยางชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันอีกครั้ง "ลูกหนี้?" "ใช่แล้วค่ะ!" เหม่ยเหมยตบมือฉาดใหญ่ เรียกสายตาจากผู้มุงดูให้ยิ่งจับจ้องหนักขึ้น นางก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างอย่างสง่างาม ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซ่อนไว้ออกมาจากอกเสื้อแล้วกางออกต่อหน้าเขา "เมื่อสามวันก่อน มีบุรุษรูปงามแต่งกายแปลกประหลาดอ้างตัวว่าเป็นสหายของท่านแม่ทัพ สั่งขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนทองคำไปห้าสิบกล่องเพื่อจัดงานเลี้ยงกองทัพ บอกว่าให้มาเก็บเงินกับ 'เซี่ยฉีหยาง' ผู้นี้... ยอดเงินรวมสามสิบตำลึงเงินกับอีกสองตำลึงทอง ท่านจะจ่ายเป็นตั๋วเงินสดหรือจะให้ข้าหักบัญชีจากเบี้ยหวัดทหารของท่านดีล่ะคะ ท่านแม่ทัพ?" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นทันที ทหารอารักขาต่างพากันกลั้นหายใจ รองแม่ทัพหลินอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก ส่วนเซี่ยฉีหยาง... ใบหน้าที่เคยราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์บัดนี้กระตุกวูบอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบมองกระดาษทวงหนี้ในมือของนางสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูเจ้าเล่ห์เพทุบายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอในชีวิต ไอ้สหายตัวดีที่ว่า... คงหนีไม่พ้นองค์ชายสามผู้นิสัยเสียที่ชอบสร้างความปวดหัวให้เขาไม่เว้นแต่ละวันอย่างแน่นอน! แต่สิ่งที่ทำให้เซี่ยฉีหยางคาดไม่ถึงก็คือ สตรีสามัญชนผู้นี้กล้าหาญชาญชัยถึงขนาดเอาใบสั่งซื้อสินค้ามาดักรอทวงเงินเขาถึงกลางตลาด แถมยังใช้วาทศิลป์ย้อนศรเขาต่อหน้าผู้คนนับร้อยได้อย่างหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกของแม่ทัพหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทรงเสน่ห์และอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "กล้าหาญมาก..." เซี่ยฉีหยางเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ยื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือนางเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำถึงความบังอาจ ทว่า ในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะแตะโดนผิวเนื้อของนางนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนก้องก็ดังแทรกขึ้นผ่ากลางความตึงเครียด "ท่านแม่ทัพ!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่คลังอาวุธหลวง และในที่เกิดเหตุ... พบป้ายหยกประจำตัวขององค์ชายสามตกอยู่พ่ะย่ะค่ะ!" เซี่ยฉีหยางชะงักกังวล ดวงตาคมกริบหันขวับไปทางต้นเสียงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความระอุของสงครามประสาทกลายเป็นความตึงเครียดระดับวิกฤตในเสี้ยววินาที และในจังหวะที่เซี่ยฉีหยางกำลังจะหันหลังผละจากไปเพื่อสะสางภัยร้ายครั้งใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามานั้น ปลายนิ้วเรียวเล็กของเหม่ยเหมยกลับเอื้อมไปควายชายเสื้อคลุมของเขาไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสติของแม่ทัพผู้เกรียงไกรกระเจิดกระเจิง "จะรีบไปไหนล่ะคะท่านพี่... เรื่องคลังอาวุธน่ะไฟไหม้แค่ภายนอก แต่ถ้าท่านยังไม่จ่ายค่าขนมให้ข้า เกรงว่า 'ไฟแค้น' ในใจของข้า อาจจะเผาอนาคตของท่านให้มอดไหม้เร็วกว่านั้นเสียอีกนะคะ..." ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีสามัญชนสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%