กลิ่นอายของฝนตกดินระอุยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ เหมือนรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย...
"คุณจะเซ็นดีๆ หรือจะให้ฉันฟ้องหย้าง่ายๆ แบบไม่เหลือหน้าให้อคินคนนี้ลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของความอับisปางกันล่ะคะ?"
น้ำเสียงของรินลดาในวันนั้น—วันสิ้นเดือนที่อากาศในห้องทำงานหรูหราอบอวลไปด้วยความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศและคราบน้ำตาที่แห้งกรังบนแก้มของเธอ—มันยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอคินราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต ชายหนุ่มนั่งมองเอกสารหย่าร้างบนโต๊ะกระจกใสเงาวับ มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญามูลค่าพันล้านสั่นเทาจนแทบจับปากกาไม่มั่น ในขณะที่ภรรยา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่—กลับยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว
รินลดาในวันนั้นกับรินลดาในวันนี้ ไม่มีความแตกต่างกันเลยในแง่ของความเย็นชา เพียงแต่ในอดีต ดวงตาสูงส่งคู่นั้นยังเจือไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวังระคนร้าวราน แต่ตอนนี้... มันเหลือเพียงความว่างเปล่าที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า
อคินกะพริบตาไล่ภาพหลอนในอดีตออกไป ขณะที่ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นออกมาผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเดิมในค่ำคืนนี้ แต่อดีตกลับตามมาหลอกหลอนราวกับมีชีวิต ร่างสูงใหญ่พิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน นิ้วเรียวยาวนวดคลึงขมับที่เต้นตุบๆ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียเธอยังคงกัดกินหัวใจเขาไม่ต่างจากกรดเข้มข้นที่ค่อยๆ กัดกร่อนโลหะทีละน้อย
ย้อนกลับไปในคืนวิกฤตวันนั้น... วันที่ความอดทนของรินลดาขาดผึ่งลงเหมือนเส้นด้ายที่ตึงเกินไป
"คุณรินลดา คุณกำลังใช้อารมณ์เกินไปนะ" อคินในวัยนั้นเคยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงความเย่อหยิ่งและมั่นใจในอำนาจของตนเองอย่างเต็มเปี่ยม "เรื่องบริษัทกำลังไปได้สวย ผมไม่มีเวลามานั่งเล่นละครดราม่าครอบครัวกับคุณหรอก อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ระบุตัวเลขมา แล้วรีบจบเรื่องนี้ซะ"
คำพูดประโยคนั้น... ประโยคที่เปรียบเสมือนคมมีดกรีดลงบนหัวใจของคนที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่!
รินลดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เสียงที่อคินไม่มีวันลืม เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความทรงจำจนทำให้เขาอยากย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองนับพันครั้ง
"เงินเหรอคะ?" เธอยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตาที่เอ่อล้นทะลักขอบตาคู่สวย "คุณคิดว่าฉันอยู่กับคุณเพราะเงินงั้นเหรอ อคิน... คุณนี่มันน่าสมเพชเสียจริง มองโลกผ่านตัวเลขและผลกำไรจนไม่รู้เลยว่ามนุษย์เขามีหัวใจไว้รู้สึกเจ็บปวด"
เธอก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารสีดำขึ้นมาโยนลงตรงหน้าเขา เสียงกระดาษกระทบกระจกดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าผ่า
"ใบตรวจครรภ์... และเอกสารฟ้องหย่า พร้อมหลักฐานความสำส่อนของคุณกับเลขาหน้าห้อง ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ฉันไม่ได้มาขอส่วนบุญจากคุณ และฉันก็ไม่ต้องการเงินสักบาทจากผู้ชายมักมากอย่างคุณด้วย สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือ 'อิสรภาพ' และการได้ออกไปจากนรกที่คุณสร้างขึ้น!"
ท้องฟ้าด้านนอกในคืนนั้นคำรามด้วยเสียงฝนกระหน่ำ แต่อารมณ์ภายในห้องกลับร้อนระอุและเย็นเยือกในคราวเดียวกัน อคินจำได้ดีว่าเขาหน้าชาแค่ไหนเมื่อเห็นผลตรวจครรภ์นั้น—เด็กในท้อง... สายเลือดของเขาเอง แต่ทว่าความระแวง ความเย่อหยิ่ง และความโง่เขลาในอลวนแห่งอำนาจ ทำให้เขาปฏิเสธมันด้วยความเยชา
"ถ้าท้องจริงทำไมไม่บอกแต่แรก? จะมาเรียกร้องอะไรตอนนี้ หรือกะจะเอาเด็กมาผูกมัดผมไว้เพื่อฮุบหุ้นบริษัทกันแน่!"
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นก้องห้องทำงาน รินลดาไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอเพียงแต่ลดมือลงช้าๆ ปลายนายสั่นเทาแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า
"อย่าเอาความโสมมในจิตใจของคุณมาตัดสินความบริสุทธิ์ของฉันอีก... อคิน เราจบกันแค่นี้ และจำใส่สมองอันคับแคบของคุณไว้ให้ดี วันที่คุณสำนึกผิดและอยากกราบเท้าขอร้องให้ฉันกลับมา มันจะเป็นวันเดียวกับที่คุณต้องชดใช้ด้วยความทรมานเจียนตายเหมือนที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้!"
นั่นคือคำประกาศิต... คำสาปแช่งที่รินลดาฝังไว้ในหัวใจของเขา และบัดนี้ มันกำลังกลายเป็นความจริงที่ค่อยๆ กลืนกินลมหายใจของอคินทีละนิด
ภาพอดีตเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันภายในห้องทำงานมืดสลัว อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพแต่เฉียบขาด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"คุณอคินคะ เอกสารสรุปงบการเงินไตรมาสสุดท้ายมาส่งค่ะ... แล้วก็ มีพัสดุเร่งด่วนจ่าหน้าถึงคุณโดยเฉพาะ ไม่มีชื่อผู้ส่งค่ะ"
เสียงของเลขาหน้าห้องปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ อคินขยับตัวตรง สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมตามวิสัยนักธุรกิจ "วางไว้บนโต๊ะแล้วออกไปซะ"
"ค่ะ"
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง อคินมองซองพัสดสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่ริมโต๊ะ มันเป็นซองกระดาษหนาพิเศษ ไร้ที่มาที่ไป แต่สัญชาตญาณบางอย่างเตือนให้เขารู้สึกหนสันหลังวาบ มือหนายื่นไปหยิบมันขึ้นมา กรรไกรตัดซองถูกกรีดเปิดออกอย่างระมัดระวัง
กระดาษแผ่นเดียวร่วงหล่นลงบนโต๊ะกระจก
อคินก้มลงมองมัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอเมื่อเห็นภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ ที่แนบมาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ฉบับใหม่ล่าสุด—ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยราวหวบขวบเศษที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน และลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทที่คุ้นตาตวัดไว้อย่างเฉียบคมที่มุมกระดาษ:
*‘ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณสมควรได้รับ... อดีตสามีผู้แสนน่าสมเพช’*
หัวใจของอคินกระตุกวูบ ดิ่งลึกดั่งร่วงหล่นลงไปในเหวลึกไร้ก้นบึ้งเมื่อเงาสสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ด้านหลังโต๊ะทำงาน ปรากฏร่างของเด็กชายคนนั้นยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังเขา พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหู...
"คุณตามหาลูกของคุณอยู่ใช่ไหมคะ... คุณพ่อ?"
ขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 10
กับดักในวันวาน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!