กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและกระดาษเอกสารราคาแพงในห้องตรวจส่วนตัว แตกต่างจากห้องทำงานของอคินโดยสิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีภาพถ่ายครอบครัว หรือแม้แต่ต้นไม้ประดับสักต้น มีเพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบ และกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของชายผู้เคยคิดว่าตนเองควบคุมได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้
"คุณกำลังสูญเสียการควบคุมนะคะ... คุณอคิน"
น้ำเสียงของรินลดาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความเยือกเย็นของจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำลังวินิจฉัยโรคร้ายแรงให้แก่ผู้ป่วยระยะสุดท้าย แววตาของเธอภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองประวัติการรักษาที่เขาพยายามปกปิด มันคือหลักฐานชั้นดีว่าความผิดบาปกำลังกัดกินสมองและจิตวิญญาณของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
อคินขยับตัวบนโซฟาหนังราคาแพง สัญชาตญาณนักธุรกิจผู้เคยคุมเกมการค้าหมื่นล้านพยายามสั่งให้เขายืดอกและรักษาความน่าเชื่อถือไว้ แต่ปลายนิ้วที่สั่นเทาจนต้องซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทกลับทรยศเขาอย่างสิ้นเชิง
"ผมไม่ได้บ้า ริน... ผมแค่พักผ่อนน้อย ผมแค่... เห็นภาพหลอนไปเอง" เขาปฏิเสธ น้ำแห้งผากในลำคอทำให้เสียงนั้นแหบพร่าและไร้พลังอย่างน่าสมเพช
รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟังจนอคินต้องสะดุ้ง
"ภาพหลอนเหรอคะ? น่าสนใจจังค่ะ... ไหนลองเล่าให้คุณหมอฟังสิคะว่า ภาพหลอนที่คุณเห็น หน้าตาเหมือนฉันตอนที่กำลังอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณผลักไสไล่ส่ง หรือหน้าตาเหมือนเด็กผู้หญิงที่ไม่มีวันได้ลืมตาดูโลกคนนั้นกันแน่คะ?"
ประโยคเดียว... เพียงแค่ประโยคเดียวที่กรีดเฉือนลงบนแผลเป็นเน่าเฟะในใจ อคินถึงกับหน้าซีดเผือด ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอไว้ เขารู้สึกเหมือนห้องสี่เหลี่ยมนี้กำลังแคบลงทุกที ผนังห้องที่เคยเป็นสีครีมสะอาดตา กลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับหยดเลือดในความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบ
"ริน... ผมขอร้อง หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ ผมมาหาคุณในฐานะ..."
"ในฐานะอะไรคะ?" รินลดาแทรกขึ้นทันควัน ดวงตากลมโตคมกริบราวกับใบมีดจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขา "อดีตสามีผู้แสนดี ที่เพิ่งสำนึกได้ว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้งั้นเหรอคะ? น่าขันสิ้นดีนะคะคุณอคิน คนที่เคยบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นแค่ภาระ เป็นก้อนเลือดไร้ค่าในท้องของฉัน... วันนี้กลับวิ่งโร่มาหาจิตแพทย์เพราะฝันร้ายถึงเสียงร้องไห้ของเด็กที่ตัวเองเป็นคนฆ่า"
ถ้อยคำเชือดเฉือนเหล่านั้นไม่ได้ถูกพ่นออกมาด้วยความโกรธ แต่มันถูกกลั่นกรองด้วยความเรียบเฉยอันน่าสะพรึงกลัว รินลดาตั้งใจใช้หลักจิตวิทยาและคำพูดทุกคำตอกย้ำความผิดบาป เพื่อทำลายความมั่นใจที่เหลืออยู่ของเขาให้พังทลายลงทีละน้อย เธอต้องการให้อคินได้ลิ้มรสความรู้สึกของการ "ไร้ค่า" และ "ไร้ทางสู้" เช่นเดียวกับที่เธอเคยได้รับในวันที่เธอต้องกอดท้องป่องๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ลำพังในบ้านหลังใหญ่หลังนั้น
อคินกุมขมับ ร่างกายกำยำที่เคยสง่างามยามนี้ห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำอันโหดร้ายไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพที่เขาเคยตวาดไล่เธอ ภาพที่เขาเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง และภาพที่เธอทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับคราบเลือดสีแดงฉาน มันตามหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน จนเขาไม่กล้าแม้แต่จะหลับตา
"ผมเจ็บปวด... ริน คุณก็รู้ว่าผมกำลังชดใช้..." อคินเงยหน้าขึ้นมองเธอ หยาดน้ำตาคลอหน่วยในดวงตาของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "ทุกอย่างที่ผมทำลงไป ผมได้รับบทเรียนแล้ว ได้โปรด... ให้อภัยผมเถอะนะ"
รินลดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่เย็นชาเสียจนอคินรู้สึกหนลาวไปถึงไขสันหลัง เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้เขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยลอยแตะจมูก แต่มันไม่ใช่กลิ่นอุ่นๆ เหมือนในอดีต มันเป็นกลิ่นอายของความตายและความพินาศ
เธอยื่นมือเรียวสวยออกไปแตะที่ปกเสื้อสูทของเขาอย่างแผ่วเบา ราวกับจะจัดระเบียบให้ แต่แล้วปลายนิ้วมือกลับจิกกดลงบนอกเสื้อตรงตำแหน่งหัวใจของเขาอย่างแรง จนอคินต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"การให้อภัย... เป็นเรื่องของคนที่มีจิตใจมนุษย์ปกติค่ะคุณอคิน" รินลนากระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของเขา น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก "แต่น่าเสียดายนะคะ... ที่คุณทำลายความเป็นมนุษย์ของฉันไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว... ดังนั้น สิ่งที่คุณควรได้รับจากฉันในตอนนี้ มีเพียงแค่ 'ความพินาศ' เท่านั้นค่ะ"
อคินตัวชาดิก ความหวังริบหรี่สุดท้ายมลายหายไปในพริบตา เขารู้แล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่รินลดาภรรยาเก่าผู้แสนอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นปีศาจในคราบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ตั้งใจจะสูบวิญญาณของเขาให้แตกสลายไปทีละน้อยโดยไม่ให้เสียเลือดเนื้อ
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงใสๆ ของเด็กผู้หญิงวัยห้าขวบที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
"คุณแม่ขา! หนูวาดรูปเสร็จแล้วค่ะ! คุณหมอคนสวยให้หนูเอามาอวดค่ะ!"
อคินเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อประตูกล่อยเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูในชุดเดรสสีขาวสะอาดตา เธอนัยน์ตากลมโตและจมูกโด่งรั้นที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากใครบางคน... พิมพ์ทรงที่อคินคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเงาในกระจกบานไหนๆ บนโลกใบนี้
ขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 9
จิตแพทย์ผู้พรากขวัญ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!