ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 14

เศษเสี้ยวความทรงจำ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือสาดกระทบใบหน้าซูบผอมของอคินจนเห็นรอยคล้ำใต้ตาชัดเจน ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดในโลกธุรกิจ กลับยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูแห่งความผิดบาป เมื่อร่างโปร่งบางในชุดกระโปรงสีดำสนิทก้าวพ้นเงามืดออกมาเผชิญหน้า ความเงียบงันในห้องทำงานเก่าคร่ำคร่านี้หนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำในอกของอคิน มันไม่ใช่เสียงของความเสน่หา แต่เป็นเสียงของความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวต่อบาปกรรมที่เขาก่อขึ้นด้วยมือของตนเอง “คุณ... ริน” เสียงของอคินแหบพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่สั่นระริก เขายื่นมือออกไปราวกับจะไขว่คว้าภาพลวงตา แต่นิ้วเรียวยาวกลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าและไอเย็นยะเยือกของอากาศ รินลดาแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ไร้ประกายความอ่อนโยนเหลืออยู่เลย มันคือรอยยิ้มของซากศพทางความรู้สึก—เย็นชา เฉียบคม และพร้อมจะกรีดแทงหัวใจคนที่เคยทำลายเธอให้แหลกละเอียดคามือ “ตกใจอะไรคะ คุณอคิน” น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบราวกับสายลมจากก้นบึ้งของหลุมศพดังขึ้น “คิดว่าฉันตายไปแล้ว และถูกฝังกลบพร้อมกับความลับโสมมที่คุณพยายามซ่อนไว้ใต้พรมอย่างนั้นหรือคะ” อคินกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก สายตาของเขาไล่มองใบหน้านั้น—ใบหน้าที่เขาเคยเมินเฉย ใบหน้าที่เขาเคยปล่อยให้จมดิ่งอยู่กับความมืดมนในบ้านหลังนี้อย่างไร้ความปรานี “ริน... ผมขอโทษ” คำพูดสามคำที่แสนไร้ค่าถูกพ่นออกมาจากปากของผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุด อคินก้าวเข้าไปใกล้เธอหนึ่งก้าว ทว่ารินลดากลับถอยหลังรักษาระยะห่างอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจแม้แต่เงาของเขาที่ทาบทับลงมา “ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันสารเลวเกินกว่าจะให้อภัย แต่ได้โปรด... ฟังผมอธิบายก่อน” “อธิบายเหรอคะ?” รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “แล้วตอนที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวในความมืดที่ไร้ทางออก ตอนที่ฉันร้องขอชีวิตของลูก... คุณเคยฟังเสียงอ้อนวอนของฉันบ้างไหมคะ คุณอคิน?” คำว่า ‘ลูก’ กระแทกเข้ากลางใจของอคินอย่างจังราวกับค้อนเหล็ก ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเข่าแทบทรุด ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนระทึก—ภาพที่รินลดานั่งขดตัวอยู่มุมห้องมืดสนิทโดยไม่มีแม้แต่แสงไฟ ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า ไร้เรี่ยวแรงจะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ มีเพียงเสียงสะอื้นฮักที่ถูกกลืนหายไปกับความเงียบงันของค่ำคืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิต ในเวลานั้น เขามัวแต่หลงระเริงอยู่กับความสำเร็จจอมปลอม มัวแต่กักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งความเย็นชา เพราะคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีค่าพอแม้แต่จะชายตาแล “ผมไม่รู้...” อคินพึมพำ น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างไร้การควบคุม “ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังตั้งท้อง... ริน ถ้าผมรู้ ผมจะไม่...” “คุณก็จะไม่มีวันปล่อยให้เด็กคนนั้นเกิดมาอยู่ดีค่ะ!” รินลดาตวาดกลับด้วยน้ำเสียงที่กรีดแทงหัวใจจนเลือดซิบ แววตาของเธอลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่สุมอกมานานแรมปี “เพราะสำหรับคุณแล้ว ทายาทที่จะมาสืบสกุลต้องมาจากผู้หญิงที่คู่ควร ไม่ใช่ฉัน... ผู้หญิงไร้ค่าที่คุณแต่งงานด้วยเพราะความจำยอม!” ความจริงอันโหดร้ายถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตา อคินทรรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมเก่าคร่ำ เขาไม่เหลือศักดิ์ศรีของนักธุรกิจพันล้านหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เบื้องหน้าเขาคืออดีตภรรยาที่เขาเป็นคนฆ่าให้ตายทั้งเป็น “ผมชดใช้ให้คุณได้ทุกอย่างนะริน...” เสียงของเขาพร่าเลือน เต็มไปด้วยความร้าวราน “เอาชีวิตผมไปเลยก็ได้ แต่อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น... อย่าทำเหมือนผมเป็นอากาศธาตุอีกเลย” รินลคมมองก้มมองอดีสามีที่กำลังหมอบราบคาบแก้วแทบเท้าของเธอ แววตาของจิตแพทย์สาวไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชเวทนาและชัยชนะอันหอมหวานที่ได้เห็นผู้ชายใจร้ายคนนี้แตกสลายเป็นจุล “ชีวิตของคุณมันสกปรกเกินกว่าที่ฉันจะเอามาแปดเปื้อนค่ะ คุณอคิน” รินลดาพูดพลางก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนขนหัวลุก “แต่ถ้าคุณอยากชดใช้จริงๆ ล่ะก็... ลองบอกฉันหน่อยสิคะ ว่าความรู้สึกของการถูกขังไว้ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่าง มันรู้สึกอย่างไร” ก่อนที่อคินจะได้เอื้อนเอยคำใดออกมา ร่างของรินลดาก็ก้าวถอยหลังกลับเข้าสู่เงาสลัวหลังตู้ไม้มะฮอกกานีอีกครั้ง ราวกับเธอเป็นเพียงวิญญาณร้ายที่ถูกเรียกตัวมาเพื่อทวงแค้น “ริน! เดี๋ยวสิ! อย่าเพิ่งไป!” อคินพุ่งพรวดเข้าไปหมายจะคว้าชายผ้ากระโปรงของเธอ ทว่ามือของเขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ความมืดรอบกายราวกับบีบอัดเข้าหาตัวเขา อคินหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย มือที่ถือมือถือสั่นเทาจนแทบทำหลุดร่วง ทว่าในวินาทีที่เขาพยายามกวาดแสงไฟฉายไปทั่วทุกซอกมุมเพื่อค้นหาร่างของเธอนั้นเอง แสงไฟกลับไปกระทบเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นพรมใกล้กับขาโต๊ะทำงาน มันคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำคุ้นตา—สมุดบันทึกที่รินลดามักจะใช้เขียนระบายความเจ็บปวดในยามค่ำคืน ด้วยความอยากรู้ระคนหวาดผวา อคินก้มลงหยิบมันขึ้นมา มือหนาสั่นเทาขณะพลิกเปิดหน้าแรกกระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำ ตัวอักษรลายมือคุ้นตาปรากฏแก่สายตา แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบจนแข็งค้าง ไม่ใช่ข้อความตัดพ้อต่อว่าในอดีต... แต่มันคือรูปถ่ายใบเล็กที่ถูกเสียบไว้หน้าสุดท้าย—รูปถ่ายของเด็กชายวัยราวๆ หวบขวบเศษ ที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน! และที่มุมกระดาษแผ่นนั้น มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มราวกับคราบเลือด ทิ้งท้ายข้อความเอาไว้ว่า... *“ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณไม่มีวันได้กอด... สุขสันต์วันครบรอบความตายของเราค่ะ, คุณพ่อ”* -------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดและบาดแผลในจิตใจของรินลดานะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%