กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าคร่ำคร่าลอยอบอวลอยู่รอบกาย รินลดาไม่ได้เปิดไฟ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสเพ่งมองความมืดเบื้องหน้าอย่างคุ้นชิน ปลายเรียวนิ้วของเธอแตะสัมผัสกับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบ ค่อยๆ สาวเท้าก้าวเดินลงบันไดวนแคบๆ สู่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์หลังโตที่อคินมักจะอ้างเสมอว่าเป็น "เขตหวงห้าม"
ที่นี่... คือพื้นที่ส่วนตัวที่อคินมักจะเก็บตัวเงียบๆ ในยามที่ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนแทบเป็นบ้า และมันก็คือจุดบอดที่กล้องวงจรปิดส่องมาไม่ถึง
รินลดายิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของอดีตสามี ชายผู้เคยเชื่อมั่นว่าความลับทั้งหมดจะถูกฝังกลบไว้ในที่ที่ลึกที่สุด โดยไม่เคยรู้เลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างเธอนั้น รู้จักบ้านหลังนี้ดีเสียยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก
*คลิก*
ไฟฉายขนาดเล็กจากสมาร์ทโฟนส่องสว่างขึ้น ผาดผ่านตู้ไม้มะฮอกกานีโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง รินลดาเดินตรงเข้าไปอย่างไร้ความลังเล ลิ้นชักชั้นที่สามถูกล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา แต่อุปกรณ์เสริมชิ้นเล็กๆ ที่เธอกำไว้ในมือตลอดทางกลับทำหน้าที่ของมันได้อย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว เสียงสปริงดีดตัวเบาหวิว พร้อมกับลิ้นชักที่เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นเป้าหมาย
สมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิทเล่มหนาวางนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
รินลดาหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักของสมุดเล่มนั้นไม่ได้หนักหนาอะไร แต่มันกลับหนักอึ้งในความรู้สึกราวกับกำลังแบกรับเศษซากความพินาศของคนคนหนึ่งไว้ทั้งชีวิต เธอนั่งลงบนเก้าอี้หนังเก่าๆ ที่ฝุ่นเกาะหนา เปิดหน้าแรกของสมุดบันทึกด้วยหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเรียบสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาและดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งการแก้แค้น
ลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นของอคินปรากฏแก่สายตา
*‘วันที่ 12 มีนาคม... รินมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว สายตาที่เหมือนผมเป็นแค่ธาตุอากาศในบ้านหลังนี้ เธอท้องได้ห้าเดือนแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนเราอยู่คนละโลก’*
รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าเวทนาสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน ในวันที่เธอยืนอยู่ริมขอบหน้าต่างด้วยความโดดเดี่ยว ในวันที่หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มทุกค่ำคืนเพราะความเย็นชาของเขา ผู้ชายคนนี้กลับเลือกที่จะบันทึกความรู้สึกตัวเองลงในกระดาษ แทนที่จะหันมามองภรรยาที่กำลังจะแตกสลายคามือ
เธอกวาดสายตาอ่านหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว ข้อความแต่ละบรรทัดคือหลักฐานชั้นดีที่ยืนยันว่า อคินไม่ได้เพิ่งมารู้สึกผิดในวันที่เธอจากไป แต่เขารู้ตัวมาตลอด... รู้ว่าตัวเองใจร้ายแค่ไหน รู้ว่าการกระทำของเขามันฆ่าคนเป็นๆ ได้อย่างไร เพียงแต่ความเย่อหยิ่งและทิฐิในฐานะนักธุรกิจผู้สมบูรณ์แบบ มันค้ำคอจนเขาเลือกที่จะนิ่งเฉย
จนกระทั่งมาถึงหน้ากระดาษเกือบสุดท้าย...
ร่มเงาของความทรงจำบางอย่างพุ่งเข้าชนประสาทสัมผัส เมื่อนิ้วมือของเธอพลิกไปเจอหน้ากระดาษที่ถูกคั่นด้วยกระดาษอัดรูปใบเล็กๆ
หัวใจของรินลิดากระตุกวูบ ภาพถ่ายใบเดียวกับที่อคินกำลังนั่งมองมันด้วยความช็อกระทึกเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ถูกเสียบคาไว้ที่นี่... ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากเธอ และสันจมูกโด่งรั้นที่เหมือนกับอคินไม่มีผิดเพี้ยน
ข้างใต้ภาพถ่ายนั้น มีลายมือของอคินที่เพิ่งเขียนเพิ่มเติมด้วยหมึกปากกาซึมสีดำสนิท น้ำหนักมือที่กดลงไปบนกระดาษนั้นสั่นเทาจนเส้นหมึกแตกกระจาย
*‘เด็กคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของผมจริงๆ ใช่ไหมริน... ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะเกลียดผมถึงขนาดไม่ยอมให้ผมได้แม้แต่จะกอดลูกเลยหรือเปล่า?’*
น้ำตาที่รินลดาพยายามกลั้นไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้ไหลออกมาด้วยความเสียใจ แต่มันเอ่อคลอด้วยความสะใจขั้นสุด เธอวางภาพถ่ายและสมุดบันทึกเล่มนั้นลงที่เดิมอย่างช้าๆ รอยยิ้มมุมปากของจิตแพทย์สาวเหยียดยิ้มขึ้นอย่างงดงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ในที่สุด... กำแพงความเย็นชาที่อคินเคยใช้กั้นเธอก็พังทลายลงด้วยมือของเขาเอง ความรู้สึกผิดกำลังกัดกินวิญญาณของเขาให้แหลกสลายเป็นผุยผง และเธอก็พร้อมแล้วที่จะเป็นคนปิดฉากลมหายใจสุดท้ายในเกมจิตวิทยานี้ด้วยความเยือกเย็นที่สุด
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูไม้ชั้นบนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ตามมาด้วยฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังก้าวเดินลงมาตามขั้นบันไดอย่างรีบร้อน เสียงลมหายใจที่หอบสะท้านบ่งบอกถึงความตื่นตระหนกของผู้มาเยือน
รินลดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปิดสมุดบันทึกและดันลิ้นชักกลับเข้าที่เดิมอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะถอยร่นไปหลบอยู่หลังตู้ไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ ปลายเท้าของเธอแทบไม่แตะพื้นเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวน
แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องวับแวมลงมาจากบันได อคินกำลังเดินลงมาที่นี่!
ชายหนุ่มยืนหอบหายใจอยู่กลางห้องใต้ดิน ใบหน้าของเขาซีดเผือด นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิด เขารีบพุ่งตรงไปที่ลิ้นชักเป้าหมายทันที มือหนาสั่นเทาขณะดึงลิ้นชักออกและพบว่าสมุดบันทึกไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิมที่เขาเคยซ่อนไว้!
อคินชะงักงัน ลมหายใจของเขาขาดห้วง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่มืดมิดด้วยความหวาดระแวง ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด
"ใคร... ใครอยู่ตรงนั้น ออกมานะ!"
ทว่า ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจของเขาเอง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... แสงไฟฉายจากมือถือของอคินก็กวาดมาหยุดนิ่งอยู่ที่มุมมืดหลังตู้ไม้มะฮอกกานี ซึ่งเป็นจุดที่รินลดากำลังยืนซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับเงาร่างโปร่งบางที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่ง!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 13
ห้องลับใต้ดิน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!