ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 12

เงาที่ตามติด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของชาอู่หลงราคาแพงระยับที่เคยหอมกรุ่นในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลอคิน บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอับชื้นของความหวาดระแวงและคราบน้ำตาที่แห้งกรังบนโซฟาหนังแท้สีเข้ม อคินขยับตัวด้วยความอึดอัด สันหลังของชายหนุ่มผู้เคยสง่างามและเย่อหยิ่งในโลกธุรกิจ ยามนี้กลับงอโค้งลงราวกับแบกรับภูเขาแห่งความผิดบาปไว้ทั้งลูก สายตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางการค้าอย่างไร้ความปรานี ในเวลานี้กลับเบิกกว้างอย่างไร้สติ จ้องเขม็งไปยังเงาสะท้อนบนบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง ภาพที่เขาเห็นไม่ใช่เงาของตัวเอง... แต่เป็นรอยยิ้มเยือกเย็น แววตาสมเพชเวทนา และริมฝีปากที่ขยับเป็นคำพูดไร้เสียงของรินลดา *“คุณกำลังตามหาอะไรอยู่หรือคะ คุณอคิน... ตามหาคนที่คุณเคยผลักไสลงไปในนรกเมื่อสามปีก่อนอย่างนั้นหรือ?”* เสียงสะท้อนนั้นก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมีตะปูแหลมคมมาตอกย้ำลงกลางสมอง อคินสะบัดศีรษะอย่างแรงจนเส้นผมชื้นเหงื่อลู่แนบขมับ เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่ไม่ว่าเขาจะหันไปทางไหนในคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารนี้ ทุกมุมห้อง ทุกบานกระจก และทุกความเงียบงัน ล้วนมีเงาของอดีตภรรยาตามหลอกหลอนราวกับคำสาปแช่งชั่วนิรันดร์ เขาลุกขึ้นพรวดพวดจากเก้าอี้ ขาทั้งสองข้างก้าวเดินอย่างไร้ทิศทางไปตามทางเดินหินอ่อนเย็นเฉียบ เสียงฝีมือของเขาก้องสะท้อนไปทั่วคฤหาสน์ที่ว่างเปล่า—ว่างเปล่าเพราะเขาเป็นคนไล่ความอบอุ่นออกไปจากที่นี่ด้วยมือของตัวเอง ทุกค่ำคืนที่ผ่านมา อคินนอนไม่หลับ ยานอนหลับราคาแพงไม่สามารถช่วยระงับอาการประสาทหลอนที่เขากำลังเผชิญได้ ทุกครั้งที่ปิดเปลือกตา เขาจะเห็นภาพรินลดายืนอยู่ริมหน้าต่างในคืนที่ฝนตกหนัก คืนที่เธออุ้มท้องแก่ใกล้คลอดมาร้องขอความเห็นใจ แต่สิ่งที่เขาหยิบยื่นให้มีเพียงความเย็นชา ถ้อยคำดูถูกเหียดหยาม และการเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย "ริน..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกจากลำคอที่แห้งผากของเขา ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอน ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบและเงาดำทะมึนของข้าวของเครื่องใช้ที่ทอดตัวยาวตามแสงไฟสลัว อคินเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยมีภรรยาผู้แสนเรียบร้อยเฝ้ารอเขาอยู่ทุกค่ำคืน มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปผลักบานประตูเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่รินลดาเคยชอบใช้ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับเธอนั่งอยู่ตรงนั้น... ตรงข้ามโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกบานใหญ่วางอยู่ หัวใจของอคินกระตุกวูบเมื่อเขาเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานนั้นขยับได้ ไม่ใช่ภาพหลอน! เงาร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิท เส้นผมยาวสลวยคลอเคลียลาดไหล่บอบบาง เธอไม่ได้หันมามองเขาโดยตรง แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังจ้องมองเขาผ่านกระจกเงาด้วยแววตาที่เยียบเย็นและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ อคินก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความสิ้นหวัง มือใหญ่พยายามเอื้อมออกไปสัมผัสอากาศว่างเบื้องหน้า "รินลดา... ผมขอโทษ ผมขอร้องล่ะ โปรดให้อภัยผม..." ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่งแต้มด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจน รินลดาในจินตนาการ—หรืออาจจะเป็นวิญญาณแห่งความแค้นที่สิงสถิตอยู่ในบ้านหลังนี้—แย้มยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวใจของเขา *“คำขอโทษของคุณมันไร้ค่าเสียยิ่งกว่ากระดาษทิชชูที่เปื้อนน้ำตาของฉันในวันนั้นค่ะ คุณอคิน... คุณคิดจริง ๆ หรือคะว่าความรู้สึกผิดที่กัดกินคุณอยู่ในตอนนี้ จะลบล้างความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับได้?”* "ผมทำทุกอย่างเพื่อไถ่บาปแล้ว..." อคินคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี น้ำตาหยดร้อนร่วงหล่นลงกระทบพื้นทีละหยด ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยามนี้กลับซบหน้าลงกับฝ่ามือ สะอื้นไห้อย่างหมดสภาพ "ผมหาคุณทุกที่ ผมเอาแต่คิดถึงคุณ... ได้โปรด กลับมาเถอะนะ" *“ตามหาฉันงั้นหรือคะ?”* เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ช่างบาดลึกและเสียดแทงหัวใจเสียเหลือเกิน *“ถ้าอย่างนั้น คุณช่วยเดินไปที่ห้องเก็บของชั้นใต้ดินดูสิคะ... บางที คุณอาจจะได้เจอ ‘สิ่งที่ตามติด’ คุณยิ่งกว่าเงาในกระจกเสียอีก”* สิ้นเสียงกระซิบนั้น อคินเงยหน้าขึ้นพรวด ร่างเงาสะท้อนในกระจกก็พลันสลายกลายเป็นเพียงคราบฝุ่นจางๆ ความเงียบงัดเข้าครอบ ำคฤหาสน์อีกครั้ง แต่ทว่า หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวผสมกับความอยากรู้อยากเห็นอย่างบ้าคลั่ง ห้องเก็บของชั้นใต้ดิน? ห้องที่เขาไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปเลยนับตั้งแต่รินลดาจากไป ขาที่สั่นเทาก้าวเดินลงบันไดวนทีละขั้น ความเย็นยะเยือกของอากาศเบื้องล่างทำให้ผิวหนังของเขาพาลลุกชัน กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยแตะจมูก อคินผลักบานไม้หนักอึ้งเปิดออก แสงไฟสลัวจากเพดานส่องกระทบเข้ากับกล่องลังกระดาษจำนวนมากที่วางเรียงรายอยู่ ท่ามกลางความมืดสลัว สายตาของเขาพลไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเก่าตรงกลางห้อง มันคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำคุ้นตา... สมุดบันทึกที่รินลดาเคยใช้เขียนเรื่องราวของเธอ สมุดที่เขาเคยปัดทิ้งลงถังขยะด้วยความรำคาญใจเมื่อหลายปีก่อน อคินรีบปรี่เข้าไปคว้าสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา หน้ากระดาษทุกหน้าเต็มไปด้วยลายมือบรรจงเรียบร้อย แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึกจนแทบหยุดนิ่ง คือกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกเสียบไว้หน้าสุดท้าย มันไม่ใช่หน้ากระดาษบันทึกความเจ็บปวดอย่างที่เขาคิด... แต่มันคือใบรับรองแพทย์ และผลตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ฉบับจริงที่ออกโดยโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เมื่อสามปีก่อน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ข้อความตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายบนเอกสารแผ่นนั้นกรีดแทงลงกลางใจเขายิ่งกว่ามีดกรีด *“ผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด: บิดาและบุตร (ความน่าจะเป็น 99.99%)”* และข้างใต้ผลตรวจนั้น มีรูปถ่ายใบเล็กๆ ของเด็กชายหน้าตาน่ารักอายุราวๆ สามขวบเศษ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับแกะ... กำลังจ้องมองตรงมายังเขาจากในภาพถ่ายด้วยแววตานิ่งสนิท ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%