ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 15

เกมที่ไม่มีวันจบ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์ที่เย็นชืดจนไร้ควัน ไม่ต่างอะไรกับอุณหภูมิในห้องรับแขกส่วนตัวแห่งนี้—พื้นที่ปิดทึบที่ถูกโอบล้อมด้วยกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนเงาซ้อนเงา ราวกับห้วงสำนึกที่ไม่มีวันหาทางออกเจอ รินลดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาด ปลายเรียวเล็บสีนู้ดเคาะเบาๆ บนแก้วคริสตัลที่มีเพียงน้ำเปล่า เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศของใครบางคน ด้านตรงข้าม อคิน... นักธุรกิจผู้เคยยืนอยู่จุดสูงสุดของความเย่อหยิ่ง บัดนี้ไหล่กว้างทั้งสองข้างกลับห่อลู่ลงอย่างคนแบกโลกไว้ทั้งใบ ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเย็นชาและความรำคาญในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำ เต็มไปด้วยรอยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอนและความหวาดกลัวที่กัดกินจิตวิญญาณทีละน้อย ภาพหลอนของรินลดาในชุดคลุมอาบน้ำเปื้อนเลือดจากคืนวันนั้น ยังคงกรีดร้องอยู่ในหัวเขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่วันนี้... เธอนั่งอยู่ตรงนี้ ตัวเป็นๆ สวยสง่า เย็นชา และไร้ซึ่งความปรานี “พอได้แล้ว ริน” เสียงทุ้มต่ำของอคินแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล เขาเอื้อมมือสั่นเทาไปวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกระจก “เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ... เธอต้องการอะไร เงินทั้งหมดที่มี หุ้นครึ่งหนึ่งในบริษัท หรือแม้แต่ชื่อของฉัน... เอาไปให้หมด ขอแค่เธอเซ็นใบหย่าขาดและข้อตกลงยุติคดีความทุกอย่าง” รินลดายังคงไม่ชายตามองซองเอกสารแผ่นนั้น เธอยกแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ทรมานจิตใจคนฟังจนแทบขาดอากาศหายใจ ก่อนจะวางแก้วกระทบกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ที่ทำให้อجินสะดุ้งเฮือก “จบหรือคะ?” น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเยียบเย็นจนบาดลึกถึงกระดูกดำ รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของซากศพที่ฟื้นคืนชีพเพื่อมาทวงหนี้เลือด “คุณใช้คำว่า ‘จบ’ ง่ายเกินไปหรือเปล่าคะคุณอคิน ตอนที่คุณเซ็นชื่ออนุมัติโครงการที่เหยียบย่ำชีวิตคนอื่น คุณเคยคิดถึงคำว่าจบไหมคะ? หรือตอนที่คุณผลักไสฉันออกจากบ้านหลังนั้น ปล่อยให้ฉันจมดิ่งอยู่กับความสูญเปล่าในฐานะภรรยาไร้ค่า... คุณเคยคิดบ้างไหมว่าคำว่า ‘จุดจบ’ ของฉันมันหน้าตาเป็นอย่างไร” “ฉันสำนึกผิดแล้ว!” อคินเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้น ก่อนจะรีบผ่อนลมหายใจเมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของเธอ “ฉันรู้ว่าฉันมันเลว ฉันทำลายเธอ... ทำลายลูกของเรา แต่การจองเวรแบบนี้มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ริน เธอทรมานฉันมามากพอแล้วนะ” “ทรมาน?” รินลดาหัวנסเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขสิ้นเชิง “คุณเรียกความรู้สึกผิดชั่ววูบที่เกิดจากภาพหลอนในหัวของคุณว่า ‘ความทรมาน’ อย่างนั้นหรือคะ? งั้นแปลว่าคุณยังไม่รู้จักคำว่านรกที่แท้จริงเลยสิคะ” เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้รูปร่างเพรียวระหงดูสง่างามดั่งพญาหงส์ผู้สูงศักดิ์ รินลดาก้าวเข้าไปหาอคินทีละก้าว ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของเขา กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่คุ้นเคยเคยเป็นเครื่องทรมานเธอในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายสำหรับเขา “ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณไม่มีวันได้กอด... สุขสันต์วันครบรอบความตายของเราค่ะ, คุณพ่อ” คำพูดนั้นทำให้อคินหน้าซีดเผือก เขาลุกพรวดขึ้นคว้าแขนเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ “เธอหมายความว่ายังไง... ลูกของเรา... แกไม่ได้แท้งใช่ไหม ริน? ตอบฉันสิ!” รินลดาปัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองเขาด้วยความเหยียดหยามขั้นสุด ราวกับกำลังมองเศษขยะชิ้นหนึ่งที่ติดอยู่ใต้รองเท้า “อย่ามาแตะต้องฉันด้วยมือคู่นั้น” เธอกล่าวเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด “สัมผัสของคุณมันสกปรกเกินกว่าจะมาเอ่ยถึงลูกของเรา... และจำใส่สมองอันตื้นเขินของคุณเอาไว้เถอะนะคะ ว่าเกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ฉันจะทำให้คุณสูญเสียทุกอย่าง... ทุกสิ่งที่คุณรัก จนกว่าคุณจะลิ้มรสความรู้สึกเดียวกับที่ฉันเคยเจอ... จนกว่าคุณจะอยากตายแต่ตายไม่เป็น!” อคินยืนแข็งทื่อเป็นหิน ปล่อยให้ร่างบางเดินผ่านเขาไปอย่างไม่เหลียวแล เสียงประตูกระจกห้องทำงานปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาครอบงำอีกครั้ง เขาทรุดตัวลงนั่งกับโซฟา เอามือกุมขมับที่ปวดตุบราวกับจะระเบิด แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวใสๆ ของเด็กน้อยก็ดังแว่วมาจากระเบียงด้านนอกห้องรับแขก ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อม “คุณแม่ขา! น้าวีนบอกว่าถ้าหนูท่องบทกลอนนี้จบ จะพาไปกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตจริงๆ นะคะ” เสียงใสราวกระดิ่งแก้วนั้นหยุดชะงักลงทันที เมื่อเงาร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยราวๆ สามขวบ ในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏตัวขึ้นที่บานประตูกระจกอีกด้าน ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น... ถอดแบบมาจากกระจกเงาที่สะท้อนใบหน้าของรินลดาและตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน อคินเบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเด็กน้อยเอียงคอสงสัยแล้วเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงในพริบตา “เอ๊ะ... คุณลุงหน้าตาเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายของแม่เลยค่ะ ทำไมคุณลุงถึงร้องไห้ล่ะคะ?” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%