ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 4

ความเย็นชาที่ไร้ความหมาย

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมเพนท์เฮาส์หรูหราแห่งนี้อบอุ่นขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย รินลดานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีชาด ท่าทางของเธอสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อความเย็นชาโดยเฉพาะ ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนเคาะลงบนแฟ้มเอกสารตรงหน้าเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังความพินาศของใครบางคน อคินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีแผ่รังสีแห่งอำนาจที่เขาเคยใช้กดขี่ทุกคนรอบตัวมาทั้งชีวิต ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความกรุ่นโกรธ ปนเปไปกับความหงุดหงิดที่ระAบอยู่ใต้ผิวหนัง เมื่อพบว่าแผนการกดดันทางจิตวิทยาของเขาไร้ผลโดยสิ้นเชิง "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รินลดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน มันคือเสียงที่เคยสั่งการอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน และเคยใช้เอ่ยคำพูดใจร้ายใส่เธออย่างไร้เยื่อใยในวันที่เธอถือใบหย่ามาขอร้อง "คิดว่าการทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แล้วเดินกลับเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้ง จะทำให้ผมรู้สึกผิดจนยอมยกหุ้นครึ่งหนึ่งให้คุณอย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ" รินลดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ เปลือกตาที่แต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีเข้มเคลื่อนตัวขึ้น เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ไร้ประกายความเจ็บปวดใดๆ เหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าเกลียดชังเสียอีก "คุณอคินคะ..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไพเราะ แต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก "คุณยังเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลอยู่เสมอสินะคะ คิดว่าทุกย่างก้าวที่ฉันเดินเข้ามา คือการเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายใจจืดใจดำอย่างคุณ..." เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แสนเย้ยหยัน "หลงตัวเองเสียจนน่าสมเพชจริงๆ นะคะ" เปรี้ยง! อคินทุบมือลงบนโต๊ะกระจกจนเกิดเสียงดังสนั่น ความอดทนของนักธุรกิจผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ขาดผึ่งลงตรงนั้น เขาไม่เคยชินกับการถูกผู้หญิงมองข้าม... ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เขาเคยเขี่ยทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่า ยิ่งทำให้ความอีโก้พุ่งพล่านจนแทบคลุ้มคลั่ง "รินลดา! อย่ามาลามปาม!" อคินพุ่งตัวเข้ามาประชิดโต๊ะ ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอแอบไปทำอะไรเบื้องหลัง ฉันมีอำนาจพอที่จะทำให้เธอไม่มีแผ่นดินจะเดินในวงการแพทย์ กลับไปเสีย ก่อนที่ฉันจะทำลายทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยมือของฉันเอง!" คำขู่ที่เต็มไปด้วยกร้าวร้าวและอำนาจมืดนั้น... หากเป็นรินลดาคนเดิมเมื่อสามปีก่อน เธอบางเบาดั่งกระดาษที่พร้อมจะปลิวหายและแหลกสลายไปกับคำพูดเหล่านั้น แต่ในวันนี้ รินลดาคนเดิมได้ตายไปในคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำและไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากสามี ร่างที่นั่งอยู่ตรงนี้คือวิญญาณแห่งการแก้แค้นที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความเจ็บปวดอันไร้ที่สิ้นสุด เธอยังคงนิ่ง... นิ่งสนิทดุจหินผาที่คลื่นลมโถมซัดเท่าใดก็ไม่สะเทือน รินลดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งมองหน้าเขาด้วยสายตาที่คล้ายกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนอย่างไร้ค่าบนใยแมงมุม ความเงียบที่เข้าปกคลุมชั่วขณะนั้นน่าอึดอัดเสียจนอคินต้องเป็นฝ่ายชะงัก เขารู้สึกเหมือนกำลังตะโกนใส่หลุมดำ... ไม่มีเสียงสะท้อน ไม่มีปฏิกิริยา ไม่มีแม้แต่รอยร้าว ความเย็นชาที่ไร้ความหมายของเธอกำลังกลืนกินความมั่นใจของเขาไปทีละน้อย "ทำลายเหรอคะ?" รินลดาเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลราวกับกำลังปลอบโยนเด็กน้อย แต่เนื้อหาช่างเชือดเฉือน "เชิญตามสบายเลยค่ะ... ในเมื่อสิ่งที่คุณเรียกว่า 'ทุกอย่าง' ของฉัน มันไม่มีอะไรเหลือให้ทำลายตั้งแต่คุณเหยียบย่ำมันจนแหลกคั้นไปหมดแล้วเมื่อสามปีก่อน คนที่ไม่มีอะไรจะเสีย... ไม่มีความจำเป็นต้องหวาดกลัวอำนาจปลอมๆ ของคุณหรอกนะคะ อคิน" อคินชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ภาพเงาร่างของภรรยาในอดีตผู้ก้มหน้ายอมรับความผิดซ้อนทับขึ้นมา แต่มันถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แสนเยือกเย็นของจิตแพทย์สาวตรงหน้า รอยยิ้มที่บอกให้รู้ว่า... เธอไม่ได้กลับมาเพื่อขอความเมตตา แต่เธอกลับมาเพื่อทวงคืนทุกอณูลมหายใจ ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง ทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดลง ก๊อก ก๊อก ก๊อก อคินหันขวับไปมองประตูด้วยความหงุดหงิด "ฉันบอกแล้วว่าไม่ให้ใครรบกวน!" เขาตะคอกใส่บานประตู แต่ประตูกลับถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเลขาหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือสั่นเทาถือซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นมาข้างหน้า "ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องด่วนครับ คือ... มีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างว่าเป็นพยานปากเอกในคดีเก่าเมื่อสามปีก่อน และเธอนำหลักฐานชิ้นนี้มาส่งให้เราด้วยตัวเองครับ..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองรินลดาที่ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยรอยยิ้มลึกลับ "เธอบอกว่า... หลักฐานชิ้นนี้เกี่ยวพันกับ 'ลูก' ที่คุณอคินไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่ครับ" ร่างสูงของอคินแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระบาล ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนเส้นเลือดปูดโปน เมื่อรินลดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินผ่านเขาไปอย่างเชื่องช้า กระซิบข้างใบหูของอดีตสามีด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดลงจนติดลบ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะคะ... คุณพ่อมือใหม่" ขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%