กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมคณะกรรมการวิจัยโครงการพิเศษแห่งนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินลดากวาดสายตาคมกริบมองเอกสารรายงานความเป็นไปได้บนโต๊ะไม้สักทอง เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ไร้ซึ่งร่องรอยความหวั่นไหวในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นยะเยือกราวกับกระจกเงาเคลือบสารปรอท
"ยินดีต้อนรับครับ คุณรินลดา... ในฐานะที่ปรึกษาอิสระด้านจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมคนใหม่ของโปรเจกต์นี้"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากหัวโต๊ะ อคินในชุดสูทรัดกุมไร้ที่ติ ใบหน้าคมคายที่เคยเชิดหยิ่งและมองข้ามเธอมาตลอดชีวิตแต่งงาน บัดนี้มีร่องรอยความเหนื่อยล้าและขอบตาคล้ำชัดเจน เขากำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษามาDของประธานกรรมการบริหาร แต่มือหนาที่วางอยู่บนตักกลับสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อดวงตาคมกู้วูบนั้นสบเข้ากับเธอ
รินลดาไม่ตอบรับคำทักทายนั้นทันที เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของคนที่เคยทำร้ายเธอให้แหลقสลายโดยไม่ต้องใช้มีด
"ขอบคุณค่ะท่านประธาน... หวังว่าการร่วมงานกันครั้งนี้ จะไม่มีใครเอา 'เรื่องส่วนตัว' มาปปะปนกับ 'งานวิจัย' จนทำให้โปรเจกต์ระดับชาติเสียหายนะคะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราใบมีดโกนบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง อคินสะอึกเล็กน้อย กลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา หลังจากวันที่เธอเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลอคิราห์พร้อมกับหัวใจที่แตกเป็นเสี่ยงๆ และรอยเลือดจากความสูญเสียที่ไม่มีใครล่วงรู้ อคินคิดมาตลอดว่าเขาเป็นฝ่ายทอดทิ้งก้อนหินไร้ค่า แต่เขากลับไม่เคยรู้เลยว่า... ก้อนหินก้อนนั้นกำลังถูกหลอมขึ้นใหม่ด้วยไฟแห่งความแค้น จนกลายเป็นเพชรสีดำที่พร้อมจะบาดลึกทุกสิ่งที่ขวางทาง
การประชุมดำเนินไปอย่างตึงเครียด ทุกครั้งที่รินลดาเอ่ยปากวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายของงานวิจัย น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทรงภูมิ และเฉียบขาดจนผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ในห้องพากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างทึ่งในความสามารถ แต่สำหรับอคินแล้ว ทุกถ้อยคำที่เธอกล่าวเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่พุ่งตรงมาปักอกเขา เพราะมันคือทฤษฎีจิตวิทยาเดียวกับที่เธอเคยใช้ 'อ่าน' และ 'เยียวยา' จิตใจของเขาในอดีต—ช่วงเวลาที่เขายังโง่เง่าเกินกว่าจะมองเห็นคุณค่า
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องจนหมด เหลือเพียงร่างระหงของจิตแพทย์สาวที่กำลังเก็บเอกสารเข้าแฟ้มอย่างใจเย็น อคินลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธออย่างลังเล ราวกับเสือดาวที่บาดเจ็บและหวาดกลัว
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด
รินลดาชะงักมือที่กำลังจัดกระดาษ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอิน ช้าๆ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"กรุณาเรียกฉันว่า 'คุณรินลดา' หรือไม่ก็ 'ดร.รินลดา' ด้วยค่ะ ท่านประธาน... เราไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะใช้สรรพนามแสดงความคุ้นเคยแบบนั้นอีกแล้ว ตั้งแต่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากชีวิตเมื่อสองปีก่อน"
อคินรู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความเจ็บปวดจุกแน่นที่หน้าอกทำให้เขาหายใจไม่ออก เขาละสายตาจากแววตาสสมเพชของเธอไม่ได้เลย ดวงตาคู่นั้นที่เคยมีแต่ความรัก ความภักดี และความอ่อนโยน บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าสีเทาหม่นที่สะท้อนภาพความเลวร้ายของตัวเขาเอง
"ผม... ผมรู้ว่าผมทำผิดมหันต์... สิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่ริน... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้..."
"โอกาสเหรอคะ?" รินลดาตัดบททันที น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ "คุณกำลังขอโอกาสจากซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมาเองอย่างนั้นเหรอคะ อคิน? น่าขันสิ้นดี... คนอย่างคุณ ไม่สมควรได้รับแม้แต่คำขอโทษจากฉันด้วยซ้ำ"
เธอสะพายกระเป๋าหนังราคาแพงขึ้นบ่า หมุนตัวเตรียมจะเดินผ่านเขาไป แต่แล้วอคินก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต—เขายื่นมือออกไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้เบาๆ เพื่อรั้งไม่ให้เธอเดินหนี
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดนั้นทำให้รินลดารู้สึกสะท้านวาบไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความหลงใหล แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด เธอสะบัดแขนออกสุดแรงราวกับโดนของร้อน สายตาวาวโรจน์ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"อย่าแตะต้องตัวฉัน!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน "จำใส่สมองอันปราดเปรื่องของคุณเอาไว้ให้ดี ว่าผู้หญิงที่คุณกำลังพยายามเข้าหาอยู่นี้ ไม่ใช่ 'รินลดาคนเดิม' ที่คุณจะเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจอีกต่อไปแล้ว!"
อคินผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความรู้สึกผิดหวังและเกลียดตัวเองตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังบางเฉียบที่ก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้เขาจมดิ่งอยู่กับความมืดมิดในใจที่ไม่มีวันได้รับการเยียวยา
ทว่า... ในขณะที่รินลดาเดินเลี้ยวพ้นมุมเสาของโถงทางเดินชั้นบน สายตาของเธอกลับต้องชะงักงัน เมื่อพบกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณสามขวบคนหนึ่งกำลังยืนกอดตุ๊กตากระต่ายเน่าๆ อยู่หน้าลิฟต์ โดยมีพี่เลี้ยงสาวคอยยืนประคองอยู่ไม่ห่าง
ดวงตากลมโตสุกใส จมูกรั้นเชิด และโดยเฉพาะโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากอคินอย่างไร้ที่ติ ทำให้หัวใจของรินลดาแทบหยุดเต้น ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อเด็กชายคนนั้นหันมาสบตาเธอก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดให้... รอยยิ้มที่เธอคุ้นเคยดีที่สุด เพราะมันคือรอยยิ้มเดียวกับที่เธอเฝ้าทะนุถนอมและซ่อนเร้นไว้จากโลกภายนอกมาตลอดสองปีเต็ม!
ขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 3
รอยร้าวที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!