ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 18

หลักฐานชิ้นสุดท้าย

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงหัวใจที่เต้นรัวดั่งกลองรบของรินลดาดูจะดังกลบเสียงฝนที่โปรยปรายอยู่ภายนอกหน้าต่างคฤหาสน์ตระกูลอคิน เธอกำลังยืนอยู่หน้าตู้เซฟลับหลังกรอบรูปภาพวาดสีน้ำมันรูปหญิงสาวนิรนาม—ภาพวาดที่อคินเคยบอกว่ามันเป็นเพียง 'ของประดับไร้ความหมาย' แต่นิ้วมือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังเนื้อนุ่มของเธอ กลับสั่นระริกขณะกดรหัสผ่านที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้จากบันทึกเก่าเก็บในห้องใต้ดินของโรงพยาบาลจิตเวชที่เธอเคยฝึกงาน *หนึ่ง-เก้า-เก้า-สี่... ปีที่ทุกอย่างเริ่มต้น* เสียง 'คลิก' เบาๆ ดังขึ้นดุจเสียงกระดูกหักในความเงียบ รินลดาหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดในอก ก่อนจะค่อยๆ ดึงบานเหล็กนั้นออกมา สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่เงินทองหรือโฉนดที่ดิน แต่มันคือแฟ้มสีดำสนิทที่ดูเก่าจนกระดาษเริ่มกรอบร่วน เธอหยิบมันออกมา แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของเธอ ในนั้นมีรูปถ่ายใบหนึ่ง... ใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นตาจนแทบหยุดหายใจ เขาคือคนที่อคินเคยสบถสาบานต่อหน้าบาทหลวงและต่อหน้าเธอว่า 'ไม่มีตัวตนอยู่จริง' ชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่ปรากฏในบันทึกอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน คนที่ทำให้อดีตของเธอพังทลาย และที่น่าสะพรึงกลัวไปกว่านั้น คือรอยยิ้มของเขาในรูปถ่าย... มันเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่อคินใช้มองเธอในวันที่เขาขอแต่งงาน “คุณโกหก... คุณโกหกฉันมาตลอดห้าปี อคิน” รินลดากระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบม้วนฟิล์มอีกชิ้นขึ้นมาดู เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเดิมที่เธอเคยเกลียดชังโชยมาแตะจมูก รินลดาไม่ได้หลบหนี เธอเพียงแต่ปิดแฟ้มอย่างรวดเร็วแล้วยัดมันลงในกระเป๋าถือของเธอด้วยความเร็วที่ฝึกฝนมาอย่างดี ประตูห้องเปิดออก อคินยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มเปียกชื้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองมาที่เธอ ความสงสัยฉายชัดอยู่ภายใต้ท่าทีที่พยายามควบคุมให้เยือกเย็น “รินลดา? ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมถึงยังอยู่ที่ห้องทำงานของผม” เสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำ มันคือเสียงที่เคยทำให้เธอยอมจำนนในทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่ในวันนี้ รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึก หมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับเขา เธอฉีกยิ้มที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ “พอดีฉันเห็นกระจกบานนี้มันมัวไปหน่อย เลยคิดจะทำความสะอาดให้คุณน่ะค่ะ... เผื่อว่าบางที คุณอาจจะมองเห็น 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ในนั้นบ้าง” อคินชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาเหลือบไปมองตู้เซฟที่ดูเหมือนจะปิดสนิท แต่ทว่ารอยแยกของมันเพียงเสี้ยววินาทีก็ไม่พ้นสายตาของนักธุรกิจผู้รอบคอบอย่างเขา เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลงจนเหลือเพียงอากาศที่เบาบาง “คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รินลดา” อคินถามพลางเอื้อมมือมาหมายจะแตะต้นคอเธอ แต่รินลดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับเขามีพิษร้าย “เกมที่ฉันเป็นคนกุมชะตาชีวิตของคุณไงคะ” รินลดาขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อน แต่มันกลับตอกย้ำให้เขารู้สึกถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา “ขอบคุณนะคะสำหรับห้าปีที่ผ่านมา... แต่น่าเสียดายที่หลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้ มันเพิ่งจะยืนยันให้ฉันมั่นใจว่า คุณไม่ใช่แค่สามีที่เย็นชา แต่คุณคือฆาตกรที่หลอกลวงแม้กระทั่งตัวเอง” อคินหน้าถอดสี มือของเขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกร้าว แต่แววตาของรินลดากลับไม่ไหวติง “เอาของที่อยู่ในกระเป๋าคุณออกมา” เขาสั่ง เสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและหวาดกลัว “ถ้าฉันไม่ให้ล่ะคะ?” เธอท้าทาย ในวินาทีนั้นเอง เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้าจะถล่มลงมา อคินกระชากกระเป๋าจากมือเธอจนมันหล่นลงบนพื้น สิ่งของข้างในกระจายเกลื่อน ทั้งลิปสติก บัตรเครดิต... และแฟ้มสีดำที่เธอเพิ่งได้มา มันลื่นไถลไปหยุดอยู่แทบเท้าของเขา อคินก้มลงเก็บแฟ้มนั้นขึ้นมา มือของเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเขาเปิดมันออก ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะมองภาพถ่ายใบนั้น รินลดาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่างออกไป ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “อย่าเสียเวลาดูเลยค่ะ เพราะว่าฉันเพิ่งส่งภาพถ่ายนั่นไปให้ตำรวจหน่วยอาชญากรรมพิเศษเมื่อสามนาทีที่แล้ว” อคินชะงักค้าง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของคนทั้งคู่จากไกลๆ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินลดาแทบหยุดเต้นจริงๆ ไม่ใช่ตำรวจที่กำลังมาถึง... มันคือเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่ดังมาจากห้องข้างๆ พร้อมกับเสียงเด็กผู้ชายวัยสี่ขวบที่ตะโกนเรียกชื่อเธอ "แม่ครับ... ทำไมคุณลุงถึงร้องไห้ล่ะ?" อคินหันขวับไปทางต้นเสียง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นเด็กน้อยที่มีใบหน้า... ราวกับเป็นเงาสะท้อนในกระจกของเขาเองในวัยเด็ก ทุกอย่างหยุดนิ่ง ราวกับเวลาถูกแช่แข็งไว้ในวินาทีแห่งความวิบัติที่ไม่มีวันหวนกลับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและปริศนาในกระจกบานนี้ไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%