ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 19

การลวงหลอกที่แนบเนียน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ รินลดา” เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหวาดระแวงและร่องรอยความเหนื่อยล้าของอคินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราที่ถูกปิดทึบด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้ม เขายืนค้ำโต๊ะทำงาน ตัวเกร็งจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ภาพเด็กน้อยที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่ภาพหลอนจากความรู้สึกผิด แต่มันคือความเป็นจริงที่สั่นคลอนรากฐานชีวิตอันมั่นคงของเขาจนแทบแหลกสลาย รินลดายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชา ท่าทางของเธอนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ปลายนิ้วเรียวยาวจดจ่ออยู่กับการหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงเล่นไปมาอย่างไม่ยี่หระ เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยซ้ำ ราวกับว่าการมีตัวตนอยู่ของอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต เป็นเพียงแค่ฝุ่นละอองไร้ค่าบนพื้นพรม “เกมเหรอคะ?” เสียงหวานใสกังสดาลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่คมกริบนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่ทรงพลัง “คุณต่างหากล่ะคะอคิน ที่เป็นคนเริ่มกระดานนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ดิฉันแค่... ทำหน้าที่เป็นผู้เล่นที่เดินหมากต่อจากคุณอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง” อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ เขาเกือบจะสูญเสียการควบคุมตัวเองไปหลายครั้งนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาอยู่ในวังวนที่เธอเป็นคนชักใย “เด็กคนนั้น... เขาเป็นใคร ริน ทำไมคุณถึงพาเขามาที่นี่ ทำไมหน้าตาของเขาถึง...” “เด็กคนนั้นชื่ออะไร ไม่สำคัญเท่ากับว่า ‘เขาเข้ามาอยู่ในกำมือดิฉันแล้ว’ ต่างหากล่ะคะ” รินลดาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยิ่งขับเน้นบุคลิกที่น่าเกรงขามและเยือกเย็นของจิตแพทย์สาวผู้กุมความลับทั้งหมดไว้ในอุ้งมือ “จำไม่ได้แล้วเหรอคะว่าคุณเคยพูดอะไรไว้บ้าง ตอนที่คุณผลักไสดิฉันออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย คุณบอกว่าอนาคตและชื่อเสียงของคุณสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด... ตอนนี้ดิฉันก็แค่กำลังช่วยจัดระเบียบอนาคตให้คุณใหม่ ในแบบที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธ” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อคินรู้สึกเหมือนถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่รินลดาคนเดิม คนที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจในวันที่เขาเดินจากไป คนคนนี้คือภาพสะท้อนของความโหดร้ายที่เขาเป็นคนหล่อหลอมขึ้นมาเองกับมือ “คุณต้องการอะไร เงินเท่าไหร่ หรือหุ้นในบริษัททั้งหมด... บอกผมมาสิ ริน! แต่อย่าเอาเด็กคนนั้นมาเกี่ยว” อคินก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความสิ้นหวัง ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือเพียงชายผู้พ่ายต่อเงาอดีตของตนเอง รินลดาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับก้าวเข้าไปประชิดเขาด้วยซ้ำ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นอายความเจ็บปวดลอยแตะจมูก อคินชะงักเมื่อใบหน้าของเธออยู่ห่างเพียงคืบ แววตาสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพความพินาศของเขาได้อย่างชัดเจน “เงินเหรอคะ? ของแบบนั้นคุณก็รู้ว่ามันซื้อความเจ็บปวดตลอดสามปีที่ดิฉันต้องนอนจมกองน้ำตาไม่ได้หรอกค่ะอคิน” รินลดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงของเธอเบาหวิวแต่กลับหนักหน่วงราวนำ้ทับถม “สิ่งที่คุณต้องแลก ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง... แต่คือ ‘อิสรภาพ’ และ ‘จิตวิญญาณ’ ของคุณต่างหาก” เธอผละตัวออกพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา รินลดาหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะขึ้นมาเปิด แล้วโยนมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขา เอกสารชุดนั้นคือสัญญาและข้อบังคับยิบย่อยที่ผูกมัดชีวิตของอคินไว้กับตารางเวลาและการควบคุมของเธอในทุกๆ วินาที “เซ็นซะสิคะ... ถ้าคุณยังอยากเห็นเด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมามีลมหายใจต่อในวันพรุ่งนี้” อคินมองเอกสารนั่นด้วยความรู้สึกชาดิก มือหนาที่เคยเซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขารู้ดีว่าหากก้าวเท้าลงไปในหลุมพรางนี้ เขาจะไม่มีวันได้กลับขึ้นมาอีกตลอดกาล แต่เขามีทางเลือกอื่นเสียที่ไหน ในเมื่อหัวใจและจุดอ่อนทั้งหมดของเขาถูกเธอกำเอาไว้ในกำมือเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ปลายนิ้วของอคินจะแตะลงบนปากกา เสียงเคาะประตูก็เบาขึ้นสามครั้ง ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาฯ ส่วนตัวของเขาเอง สีหน้าของเลขาฯ หนุ่มดูตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบจนลืมมารยาททางธุรกิจ “คุณอคินครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” เลขาฯ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองระหว่างอคินและรินลดาก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทางกองบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจและสำนักงานอัยการ... ได้รับพัสดุนิรนามส่งตรงถึงโต๊ะทำงานแล้วครับ เป็นหลักฐานทางการเงินทั้งหมดของโปรเจกต์ลับที่คุณเคยสั่งระงับไปเมื่อสองปีก่อน... และ... และชื่อผู้ส่งระบุไว้ชัดเจนว่าเป็น...” อคินเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองรินลดาที่ยืนกอดอกนิ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนเรียวปากของเธออีกครั้งอย่างช้าๆ เลขาฯ กลืนคำพูดที่เหลือลงคออย่างหวาดผวา ก่อนจะเอ่ยชื่อผู้ส่งปริศนาออกมาเสียงสั่น “ระบุชื่อผู้ส่ง... เป็นชื่อของเด็กชายที่คุณเพิ่งเห็นเมื่อกี้... ครับ” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%