“คุณคิดจริงๆ หรือคะอคิน ว่าความรู้สึกผิดที่คุณเพิ่งจะนึกขึ้นได้ในวันที่ทุกอย่างพังทลายลงไปแล้ว มันมีค่ามากกว่าเศษฝุ่นในสายตาฉัน?”
น้ำเสียงของรินลดาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่ามันกลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟังจนชายหนุ่มต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ภาพซ้อนทับของอดีตที่คอยหลอกหลอน อคินยืนอยู่ตรงหน้าเธอในห้องทำงานที่เงียบสงัด บรรยากาศรอบกายเขาราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดดันมหาศาล เขาพยายามจะก้าวเข้าหา แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขาหยุดอยู่แค่ระยะที่ปลอดภัย
“ริน... ผมไม่ได้ต้องการให้คุณยกโทษให้ในทันที” อคินเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส “ผมแค่... ผมแค่ต้องการโอกาสที่จะชดใช้ สิ่งที่ผมทำกับคุณ มันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย แต่ผมหยุดคิดถึงมันไม่ได้เลยสักวินาที”
รินลดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเธอที่กำลังถือปากกาหมึกซึมหยุดชะงัก เธอวางปากกาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของมันดังก้องในความเงียบราวกับเสียงปืนที่เหนี่ยวไกใส่ความพยายามของเขา
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินช้าๆ ออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน ท่าทางของเธอสง่างาม ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากนั้นช่างเย็นชาและห่างเหิน มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้โกรธแค้น แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ ‘มองข้าม’ ไปแล้วจริงๆ
“ชดใช้?” เธอทวนคำนั้นเบาๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “คุณจะชดใช้ด้วยอะไรคะ? เงินตราที่เคยใช้ฟาดหัวฉันในวันที่ฉันขอความรัก? หรือจะเป็นหยาดน้ำตาจอมปลอมที่คุณเพิ่งค้นพบว่ามันช่วยลดทอนความกระอักกระอ่วนในใจคุณได้ดีนัก?”
อคินสะอึกกับคำพูดนั้น ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าแขนของเธอ แต่รินลดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างไม่แยแส สายตาที่เธอมองมานั้นว่างเปล่าเสียจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงอากาศธาตุ
“รินลดา ผมสำนึกแล้วจริงๆ ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมมองข้ามคุณไป ผมบ้าอำนาจ ผมเย็นชา... แต่ตอนนี้หัวใจผมมันเจ็บปวดจนแทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นคุณยืนอยู่ตรงนี้แต่ผมกลับไม่สามารถแตะต้องได้”
“นั่นมันเป็นปัญหาของคุณอคิน ไม่ใช่ของฉัน” เธอกล่าวตัดบท รอยยิ้มเย็นเยียบยังคงแต้มอยู่ที่มุมปาก “คุณกำลังเรียกร้องความสงสารจากผู้หญิงที่คุณเคยผลักไสให้ไปตายในหุบเหวแห่งความโดดเดี่ยว คุณคิดว่ามันตลกไหมล่ะคะ? ในขณะที่ฉันพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากนรกที่คุณสร้างให้ คุณกลับมานั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตรงนี้เพื่อจะบอกว่า คุณเสียใจ?”
รินลดาเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย มันเป็นกลิ่นที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหลงใหล แต่บัดนี้กลับทำให้รู้สึกคลื่นเหียน เธอใช้นิ้วชี้แตะที่กลางอกของชายหนุ่มเบาๆ กดลงไปบนตำแหน่งที่หัวใจเขาเต้นรัว
“ความรักของคุณมันคือยาพิษค่ะอคิน และบังเอิญเหลือเกินที่วันนี้... ฉันฉีดวัคซีนป้องกันมันจนหมดสิ้นแล้ว”
อคินนิ่งงันไป ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธนั้นรุนแรงยิ่งกว่าการถูกกระสุนยิงทะลุหัวใจ เขาพยายามจะพูดต่อ แต่คำพูดเหล่านั้นกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวาน แต่วันนี้กลับนิ่งสนิทดั่งกระจกเงาที่สะท้อนภาพความล้มเหลวของเขาอย่างไม่บิดเบือน
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของรินลดาก็ดังขัดจังหวะขึ้น เธอละสายตาจากอคินไปมองหน้าจอ สัมผัสได้ถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านหัวใจเมื่อเห็นชื่อผู้โทร เธอเหลือบมองอคินที่ยังคงยืนทำหน้าโง่เขลาด้วยความรู้สึกเวทนา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดรับสายโดยไม่เกรงใจ
“ค่ะลูกรัก... แม่กำลังจะกลับไปหาแล้วค่ะ... ไม่ต้องร้องนะคะคนดี”
อคินชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความสับสนขั้นรุนแรง เขาขมวดคิ้วแน่น “ลูก? ริน... คุณหมายความว่ายังไง? คุณมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่?”
รินลดาไม่ตอบ เธอวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอดีตสามีด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ “มันเป็นเรื่องที่ฉันไม่จำเป็นต้องรายงานคุณนี่คะอคิน เพราะสำหรับฉัน... คุณตายไปจากชีวิตนานแล้ว”
เธอกำลังจะเดินผ่านเขาไป ทว่ามือหนาของอคินกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเธอด้วยความตกใจและอยากรู้อยากเห็น แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ
“หม่ามี้ครับ!”
เสียงเรียกใสซื่อนั้นทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับเสียงสวรรค์ อคินหันขวับไปมองที่ประตู ทันใดนั้น ร่างเล็กของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาโผกอดขาของรินลดา ใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นราวกับถอดแบบมาจากอคินในวัยเด็กอย่างไม่ผิดเพี้ยน ทั้งคิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบ และริมฝีปากที่แม้จะยังเป็นเด็ก แต่ก็บอกได้ชัดเจนว่าใครคือพ่อ
อคินยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงจนเกือบไร้สีเลือด สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เด็กชายคนนั้นด้วยความตื่นตะลึง มือที่จับข้อมือรินลดาอยู่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้แค่ตกใจ แต่เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงตรงหน้า
รินลดาหันมามองอคินอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มของเธอไม่ใช่รอยยิ้มเย็นชา แต่มันคือรอยยิ้มแห่งการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุด
“อ้อ... ลืมบอกไปค่ะอคิน” รินลดาเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่คมกริบ “นี่คือคนเดียวที่ฉันอนุญาตให้เรียกฉันว่าแม่... และเขาไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายใจดำอย่างคุณเลยแม้แต่นิดเดียว”
อคินมองสลับระหว่างใบหน้าของรินลดาและเด็กน้อยคนนั้น ก่อนจะทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างหมดแรง เมื่อความจริงที่น่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กระจ่างชัดในใจของเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 20
หยดน้ำตาที่ไร้ค่า
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!