ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 6

กลิ่นอายความตาย

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณกำลังพยายามขุดศพขึ้นมาหายใจ หรือแค่พยายามฝังตัวเองลงไปในหลุมเดียวกันกับพี่สาวกันแน่คะ คุณอคิน" น้ำเสียงของรินลดาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำนั้น กลับมีความคมกริบชนิดที่กรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะช่วยขับเน้นให้ใบหน้าสวยเฉี่ยวดูเยือกเย็นและทรงอำนาจยิ่งขึ้น ราวกับผู้พิพากษาที่กำลังรอฟังคำแก้ตัวจากนักโทษประหาร อคินกลืนน้ำมันเหนียวหนืดลงคอ ความเย็นเยียบไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศที่เร่งความเย็นจนเกินพอดี แต่มันแผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่คมของอดีตภรรยา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ เปราะบาง และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความเมตตาของเขาเท่านั้น มือหนาของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นเทาเล็กน้อยยามกุมแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าในมือ กระดาษด้านในนั่นคือรายงานการชันสูตรพลิกศพเมื่อห้าปีก่อน ของ ‘รวินทร์’ พี่สาวฝาแฝดของรินลดา ผู้หญิงที่จบชีวิตลงอย่างปริศนาในคฤหาสน์ตระกูลอคิน ท่ามกลางสายหมอกหนาทึบและเสียงกระซิบที่ไม่มีใครกล้าหาญพอจะเอ่ยถึงความจริง "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะรื้อฟื้นเรื่องนี้เพื่อทำร้ายคุณนะริน..." อคินเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและความสำนึกผิดที่กัดกินวิญญาณเขามาตลอดหลายปี ภาพหลอนของรินลดาในกระจกเงาและเสียงร้องไห้โหยหวนในยามค่ำคืนยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งเขาแทบจะสูญเสียสติสัมปชัญญะไปอยู่รำคาญ "ทำร้ายฉันเหรอคะ?" รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยหยาดหยันและความเคียดแค้นชิงชังที่ถูกหมักบ่มไว้อย่างดีเยี่ยม "คุณเอาคำว่า 'ทำร้าย' มาใช้กับฉันได้หน้าตาเฉยเลยสินะคะ ทั้งที่คุณและครอบครัวของคุณร่วมกันผลักพี่สาวของฉันลงไปในนรก แล้วกลบฝังมันด้วยเงินตราและอำนาจมาตลอดห้าปีเต็ม!" เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้อดีสามีทีละก้าว ส้นสูงสีดำสนิทกระทบกับพื้นไม้ปาร์เกต์เกิดเสียงดัง กึก... กึก... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของความลับที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรม อคินเงยหน้าขึ้นมองเธอ หัวใจของเขาบีบตัวแน่นด้วยความเจ็บปวด เขายอมรับความจริงทุกอย่าง ยอมรับว่าตัวเองเคยโง่เขลา เย็นชา และปล่อยให้ความโลภกับความทะเยอทะยานบดบังจนมองไม่เห็นคุณค่าของผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจ จนกระทั่งวันที่รวินทร์เสียชีวิต และวันที่รินลดาหันหลังเดินจากไปพร้อมกับความว่างเปล่า... นั่นคือวันที่โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงอย่างแท้จริง "แต่แฟ้มนี้... มันมีข้อมูลใหม่" อคินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า เธอ สายตาของเขาเว้าวอนอย่างน่าสมเพช "บันทึกการแพทย์ในคืนนั้นถูกแก้ไข รอยช้ำที่ลำคอของรวินทร์ไม่ได้เกิดจากการฆ่าตัวตาย... แต่มันมีร่องรอยการต่อสู้จากบุคคลที่สาม และคนคนนั้น... ยังมีชีวิตอยู่ และกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในบริษัทของเรา" รินลดาก้มมองแฟ้มเอกสารนั้น แววตาไหววับไปชั่วขณะ แต่มันถูกกลบเกลื่อนด้วยความเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว เธอย่อมรู้ดีกว่าใครว่าการตายของพี่สาวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และนั่นคือเหตุผลที่เธอยอมกลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง—ไม่ใช่เพื่อรื้อฟื้นถ่านไฟเก่า แต่เพื่อเผาทำลายทุกสิ่งที่อคินและคนตระกูลนั้นรักให้ราบเป็นหน้ากลอง "แล้วยังไงล่ะคะ?" รินลดาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมหูของเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระรื่นจมูกแต่เย็นยะเยือกราวกับกลิ่นอายของความตาย "คุณคิดว่าความสำนึกผิดปลอมๆ ของคุณ จะทำให้พี่สาวของฉันฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้งั้นเหรอคะอคิน? หรือคุณแค่กลัว... กลัวว่ากรรมที่คุณก่อไว้กำลังจะย้อนกลับมาบดขยี้คุณจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากกันแน่" ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอปัดผ่านข้างแก้มเขา แต่มันกลับสร้างความหนIเหน็บไปถึงกระดูกดำ อคินเงยหน้าสบตาเธอ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกผิดบาปและความรู้สึกผิดที่สายเกินแก้ เขาอยากจะเอื้อมมือไปคว้ามือเธอมาแนบแก้มเพื่อขอร้องให้เภัย แต่เขารู้ดีว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด และไม่คู่ควรแม้แต่จะแตะต้องฝุ่นละอองบนรองเท้าของเธอ ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่กลับทำลายสมาธิของทั้งคู่ลงในพริบตา ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... รินลดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ขณะที่อคินผุดลุกขึ้นยืนด้วยความระแวง ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัวของเขา สีหน้าของหญิงสาวผู้มาใหม่ซีดเผือด มือบางถือซองเอกสารสีขาวสะอาดที่ถูกส่งตรงมาจากต่างประเทศ "ท่านประธานคะ... ดิฉันขอโทษที่ต้องรบกวนเวลาสำคัญค่ะ" เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาสลับมองอคินและรินลดาด้วยความลังเล "แต่... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณอคินค่ะ จ่าหน้าซองระบุว่าเป็น... ผลตรวจดีเอ็นเอเทียบเคียง และเอกสารยืนยันการรับรองบุตรนอกสมรส... ที่เพิ่งถูกยื่นฟ้องร้องต่อศาลเมื่อช่วงเช้าวันนี้ค่ะ" อคินชะงักงัน ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่รินลดาหันขวับกลับมามองหน้าอดีสามีทันที รอยยิ้มเยาะหยันที่เคยประดับอยู่บนมุมปากของเธอมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความสงสัยระคนเย็นชาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง และเมื่อเลขานุการสาวยื่นซองเอกสารนั้นให้อคิน พร้อมกับเอ่ยชื่อของเด็กชายวัยสี่ขวบที่เป็นเจ้าของดีเอ็นเอฝั่งตรงข้าม... ความลับที่อคินพยายามปิดตายมาตลอด ก็ถูกกระชากหน้ากากออกต่อหน้าอดีตภรรยาผู้ไม่เคยปรานีใคร! ขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%