นิยายเรื่อง: ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก
ตอนที่ 30: การเผชิญหน้ากับกองทัพปริศนา
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าเข้มกำลังสะท้อนภาพดวงตาคู่คมที่ฉายแววเคร่งเครียดของลีโอ อดีตโปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นวิศวกรประจำฐานปฏิบัติการดาวเคราะห์น้อยเซนทอร์ ข้อมูลตัวเลขและกราฟฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ไหลผ่านเรตินาเทียมของเขาอย่างรวดเร็วจนแทบกลายเป็นสายน้ำแห่งรหัสฐานสอง ในขณะที่เสียงเตือนระดับสีเหลืองของศูนย์ควบคุมยุทธการยังคงก้องกังวานระงมไปทั่วห้องทำงานแคบๆ แห่งนี้
"คุณลีโอ อัตราการใช้พลังงานของเครื่องปฏิกรณ์ควอนตัมในเขตสามพุ่งสูงขึ้นอีกร้อยละสี่จุดสองแล้วนะครับ ถ้าเรายังไม่ปรับลดการจ่ายไฟให้ระบบหล่อเย็นชั่วคราว มีหวังแผงวงจรควบคุมหลักได้ละลายกลายเป็นจุลก่อนที่พวกเราจะได้ทันกินกาแฟอุ่นๆ สักแก้วแน่ๆ"
เสียงใสแต่ติดจะห้วนเล็กน้อยของเซราฟินา ดังแทรกขึ้นผ่านระบบสื่อสารภายใน เธอปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตูห้องควบคุมในชุดเกราะรบภาคสนามสีดำสนิท รอยเปื้อนคราบเขม่าดินปืนบริเวณไหล่ซ้ายบ่งบอกชัดเจนว่าเธอยเพิ่งกลับจากการตรวจสอบแนวป้องกันรอบนอกด้วยตัวเอง
ลีโอถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนรักความสบาย เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไฮดรอลิกที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับหัวหน้าแผนกยุทธการผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด
"ใจเย็นๆ ก่อนสครับคุณเซราฟินา ร่างกายมนุษย์เราต้องการคาเฟอีนเพื่อขับเคลื่อนกระบวนการคิดวิเคราะห์ แต่เครื่องจักรพวกนี้ต้องการแค่ความเข้าใจในหลักอุณหพลศาสตร์ที่ถูกต้องก็เพียงพอแล้ว ผมเพิ่งเขียนสคริปต์รูทีนขนาดเล็กเพื่อเกลี่ยกระแสไฟฟ้าส่วนเกินไปยังตัวเก็บประจุสำรองเมื่อสามนาทีที่แล้วเองครับ ตอนนี้กราฟพลังงานกำลังลดระดับลงสู่โซนปลอดภัยอย่างสวยงามแล้วล่ะครับ"
เซราฟินาหรี่ตามองหน้าจอวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววโล่งอกขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่เธอก็ยังคงรักษามาดขรึมไว้ตามเคย เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของลีโอ กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของอวกาศนอกตัวอาคารยังคงติดมากับเสื้อผ้าของเธอ
"คุณนี่นะ... ชอบเสี่ยงกับตัวเลขหมิ่นเหม่พวกนี้อยู่เรื่อย ถ้าอัลกอริทึมที่คุณเขียนมันเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว คนที่จะต้องมารับผิดชอบกวาดล้างซากความเสียหายก็คือหน่วยยุทธการของฉัน ไม่ใช่ตัวคุณที่นั่งจิบกาแฟจำลองรสชาติห่วยๆ นี่หรอกนะครับ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทว่ามุมปากด้านขวาแอบกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว เป็นสัญญาณเตือนภัยความเอ็นดูที่เจ้าตัวมักจะพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความดุร้าย
"แหม พูดเกินไปแล้วครับกาแฟสังเคราะห์แก้วนี้ถึงรสชาติจะเหมือนน้ำล้างท่อระบายความร้อนไปหน่อย แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้สมองส่วนหน้าของผมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะคร้าบ... ว่าแต่ที่คุณเซราฟินาเดินหน้าเครียดมาหาผมถึงที่นี่ คงไม่ใช่แค่เรื่องบ่นเรื่องการใช้พลังงานหรอกกระมังครับ?"
ลีโอยิ้มรับบางๆ พร้อมกับเคาะนิ้วลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อเปิดหน้าจอแผนที่ดาวเคราะห์น้อยแบบสามมิติขึ้นมาแทนที่ข้อมูลเดิม บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเรื่องระบบพลังงานไปสู่ความเงียบงันอันน่าอึดอัดทันที เมื่อจุดสีแดงนับร้อยจุดเริ่มปรากฏขึ้นที่ขอบเขตนอกสุดของระบบสุริยะ
เซราฟินากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับหน้าจอโฮโลแกรม นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังกลุ่มจุดสีแดงที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสวนทางกับแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์
"นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันต้องรีบมาหาคุณ... เรดาร์ตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงระยะไกลเพิ่งจับสัญญาณการบิดเบือนของมิติเวลาที่ขอบเขตระบบสุริยะเมื่อสิบนาทีที่แล้ว กองยานรบไร้คนขับจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏตัวขึ้นจากรอยแยกไฮเปอร์สเปซอย่างกะทันหัน ไม่มีสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ไม่มีรหัสตอบรับจากสหพันธ์ดวงดาว และที่สำคัญที่สุด... รูปแบบการจัดกระบวนFลากของพวกมันไม่ใช่เทคโนโลยีของมนุษยชาติอย่างแน่นอน"
ลีโอหุบยิ้มทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสว่างวาบขณะที่ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงในสมองของเขาเริ่มประมวลผลภาพเรดาร์เชิงซ้อน เขาย่อขยายภาพกลุ่มกองยานลึกลับนั้นให้ใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นโครงสร้างโลหะสีดำด้านที่ไม่มีรอยต่อ รูปร่างของพวกมันคล้ายกับปลาฉลามยักษ์ในตำนานโบราณ แต่ลำตัวเต็มไปด้วยท่อปล่อยพลังงานพลาสมาสีม่วงเข้มที่แผ่รังสีความร้อนออกมาอย่างรุนแรง
"โครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียมคาร์ไบด์เสริมเกราะนาโนคาร์บอน... อัตราส่วนความหนาแน่นของมวลต่อปริมาตรแบบนี้หมายความว่าพวกมันมีน้ำหนักมากกว่าเรือรบมาตรฐานของเราถึงสามเท่า แต่กลับมีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่สูงกว่าเรือลาดตระเวนรุ่นใหม่ล่าสุดของสหพันธ์เสียอีก" ลีโอกระซิบพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเป็นกอง
"ระบบขับเคลื่อนของพวกมันใช้หลักการบิดเบือนสนามแม่เหล็กควอนตัม ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เราเพิ่งจะเริ่มศึกษาในห้องทดลองเมื่อปีก่อนเองนะครับ... เป็นไปไม่ได้เลยที่อารยธรรมมนุษย์กลุ่มอื่นจะก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีได้ไกลขนาดนี้เว้นเสียแต่ว่า..."
"เว้นเสียแต่ว่าพวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากดาวเคราะห์ดวงอื่นในกาแล็กซีของเรา" เซราฟินาต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เธอยืนตรงขึ้นเต็มความสูง มือซ้ายกุมด้ามปืนพกพลังงานที่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ "ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสถานีอวกาศดาวเทียมวงโคจรชั้นนอกเริ่มส่งสัญญาณขาดหายทีละดวงแล้วนะครับลีโอ พวกมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วระดับสามเปอร์เซ็นต์ของความเร็วแสง และเป้าหมายถัดไปของพวกมัน... คือดาวเคราะห์น้อยที่เรากำลังยืนอยู่ตรงนี้"
ห้องควบคุมตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปฏิกรณ์และเสียงกระพริบของไฟเตือนสีแดงที่สะท้อนบนผนังเหล็ก ลีโอสูดหายใจเข้าลึกๆ เขารู้ดีว่าความขี้เกียจหรือการหลีกเลี่ยงปัญหาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นอีกต่อไปแล้ว ในฐานะวิศวกรผู้ดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐาน หากฐานปฏิบัติการแห่งนี้ล่มสลาย ชีวิตของผู้คนนับพันคนที่จำศีลอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดินก็จะจบสิ้นลงในพริบตา
เขากวาดนิ้วมือบนอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างหน้าต่างคำสั่งชุดใหม่ขึ้นมานับร้อยหน้าต่าง รอยยิ้มมุมปากแบบฉบับของหนุ่มนักคำนวนปรากฏขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าสถานการณ์จะวิกฤตเพียงใดก็ตาม
"ถ้าพวกมันชอบความเร็วและความรุนแรงนัก... เราก็ควรจะต้อนรับพวกมันด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ที่เตรียมไว้สำหรับแขกไม่ได้รับเชิญโดยเฉพาะสักหน่อยดีไหมครับคุณเซราฟินา?" ลีโอหันไปสบตากับหัวหน้าแผนกยุทธการ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่หาได้ยากยิ่ง
เซราฟินาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกองทัพปริศนาเบื้องหน้า แต่เป็นเพราะความรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดที่ถูกส่งผ่านมาทางแววตาของชายหนุ่มผู้รักความสบายคนนี้ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งในรอบหลายปีของเธอ
"ถ้าแผนการบ้าๆ ของคุณทำให้ฐานของเราพังเสียหายแม้แต่ตารางเมตรเดียว ฉันจะหักเงินเดือนคุณไปตลอดชีวิตการทำงานแน่นอนครับ... ลีโอ เริ่มดำเนินการได้เลย!"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอหลักของศูนย์ยุทธการก็ปรากฏเสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานขนาดมหึมา พร้อมกับข้อความรหัสลับระดับสูงสุดที่ถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติจากระบบปฏิบัติการหลักของดาวเคราะห์น้อย
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าใกล้ของกองยานรบไร้คนขับรหัส 'X-0' ในระยะประชิด]
[คำเตือนระดับ SSS: ระบบป้องกันอัตโนมัติขั้นสุดท้าย 'โพรมีธีอุส' ตรวจพบเป้าหมายศัตรู และกำลังทำการปลดล็อกขีดจำกัดพลังงานร้อยละหนึ่งร้อยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศูนย์กลางสหพันธ์!]
ลีโอยื่นมือออกไปแตะปุ่มยืนยันสีแดงเพลิงบนหน้าจอโฮโลแกรม ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เสียงคำรามต่ำๆ ของเครื่องจักรกลโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลนับร้อยปีดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งดวงดาว...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับลีโอและเซราฟินาในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ไซเบอร์พังค์2099
ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 30
การเผชิญหน้ากับกองทัพปริศนา
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!