ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 21

การปะทะกับกลุ่มโจรสลัดไซเบอร์

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
"ระดับการไหลเวียนพลังงานของแท่นซ่อมบำรุงที่สามตกฮวบลงเจ็ดเปอร์เซ็นต์... ถ้าค่าความต้านทานของคาปาซิสเตอร์ยังลดลงในอัตรานี้ แผงวงจรหลักของยานลาดตระเวนชั้นคอร์วีตคงได้กลายสภาพเป็นเตาปิ้งขนมปังขนาดยักษ์ก่อนที่เราจะซ่อมระบบกันสะเทือนเสร็จเสียอีกนะครับ" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับเสียงเคาะประแจเลื่อนกระทบกับโครงสร้างเหล็กกล้าคาร์บอนดังขึ้นเบาๆ ในห้องควบคุมย่อยของท่าเทียบยานอวกาศเซกเตอร์ 7 ลีโอ หรือในอดีตที่เคยเป็นโปรแกรมเมอร์มือฉมังผู้รอบคอบ ปัจจุบันอยู่ในร่างของวิศวกรหนุ่มฝึกหัดผู้รักความสบายเป็นชีวิตจิตใจ เขากำลังใช้แขนเสื้อเช็ดคราบน้ำมันเครื่องสีฟ้าเรืองแสงที่เปรื้อนอยู่บนแก้มอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก ดวงตาคู่คมจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่แสดงกราฟิกเส้นโค้งพุ่งดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย ที่มุมห้อง เซราฟินา หัวหน้าแผนกยุทธการสาวสวยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเย็นชา ยืนกอดอกพิงผนังโลหิตสีเทาเข้ม สายตาคมกริบของเธอไม่ได้ละไปจากภาพกล้องวงจรปิดภายนอกโดมกระจกนิรภัยเลยแม้แต่น้อย ร่างเพรียวระหงในชุดยูนิฟอร์มรัดรูปสีดำสนิทขลิบทองสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว บรรยากาศรอบตัวเธอกดดันจนแทบจะทำให้โมเลกุลของอากาศรอบข้างแข็งตัว "นายบ่นมาสามรอบแล้วนะ ลีโอ... แทนที่จะมัวแต่คำนวณความน่าจะเป็นของความหายนะ ช่วยเร่งมือประสานระบบเชื่อมต่อพลังงานสำรองให้เสร็จภายในสามนาทีนี้จะไม่ดีกว่าหรือไง" เสียงหวานที่เรียบเฉยแต่เจือแววคาดคั้นดังขึ้น เธอย่างเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานควบคุม ชายกระโปรงเครื่องแบบขยับตามจังหวะการก้าวอย่างสง่างาม "เพราะสัญชาตญาณของฉันมันกำลังร้องเตือนว่า... เราไม่ได้อยู่กันตามลำพังในเซกเตอร์ร้างนี่หรอกนะ" ลีโอชะงักมือที่กำลังพิมพ์โค้ดคำสั่งแก้ไขผ่านคีย์บอร์ดแสง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลคำพูดของหญิงสาวเข้ากับระบบเรดارระยะใกล้ที่เพิ่งติดตั้งเสร็จ เขาไม่ได้เป็นพวกชอบตื่นตูม แต่ประสบการณ์จากการเอาตัวรอดในโลกไซเบอร์อันตรายแห่งนี้สอนให้รู้ว่า สัญชาตญาณของผู้บัญชาการสนามรบอย่างเซราฟินามักจะแม่นยำยิ่งกว่าตัวเลขสถิติเสียอีก "โอ้... นั่นแปลว่าผมคงต้องพับแผนแอบงีบสิบนาทีหลังเลิกงานเก็บใส่ลิ้นชักไปก่อนสินะครับ" ลีโอส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป พลางรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วระดับสูงเพื่อเปิดใช้งานโปรโตคอลป้องกันภัยขั้นพื้นฐาน "ระบบป้องกันรอบทิศทางกำลังบูทอัป... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าพลังงานสำรองของเราตอนนี้มีไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้ามีใครคิดจะมาเคาะประตูบ้านเราตอนนี้ล่ะก็ พวกเราคงต้องต้อนรับด้วยน้ำชาที่ทำจากความว่างเปล่าแน่นอนครับ" *กริ๊งงงง! ตูมมมม!* ยังไม่ทันที่ประโยคสุดท้ายจะหลุดจากริมฝีปาก เสียงไซเรนเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานีอวกาศ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธพาร์ติเคิลความหนาแน่นสูงพุ่งทะลวงผ่านชั้นเกราะป้องกันภายนอกเข้ามาจนพื้นเหล็กใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลอดไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบถี่ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มที่สาดส่องบรรยากาศให้กลายเป็นสีเลือด หน้าจอโฮโลแกรมหลักระเบิดประกายไฟวูบวาบเนื่องจากกระแสไฟฟ้ากระชาก ลีโอรีบคว้าขอบโต๊ะเพื่อทรงตัวไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ความสงบและรอบคอบเข้ามาแทนที่รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่ทันที นี่ไม่ใช่การโจมตีสุ่มสี่สุ่มห้า แรงปะทะระดับนี้คำนวณจากมุมตกกระทบแล้ว มันคือวิถีกระสุนจากยานรบขับไล่ขนาดเล็กที่มีระบบนำวิถีอัตโนมัติ แม่นยำและไร้ความปรานี "โจรสลัดไซเบอร์กลุ่มสกาเวนเจอร์..." เซราฟินาเอ่ยชื่อคู่อริเก่าออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ มือเรียวเอื้อมไปดึงปืนพกพลังงานพลาสม่าออกจากซองข้างเอวอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเธอเปล่งประกายความดุดันราวกับนักล่าที่ถูกต้อนให้จนมุม "พวกมันรู้ว่าเรากำลังซ่อมบำรุงยานคอร์วีตลำนี้ และตั้งใจจะเข้ามาปล้นชิงแกAแกนพลังงานควอนตัมก่อนที่หน่วยสนับสนุนจะมาถึง" "ช่างเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่ตรงต่อเวลาเสียจริงนะครับ" ลีโอพึมพำเบาๆ ขณะที่มือข้างหนึ่งดึงแท็บเล็ตควบคุมระบบมาแนบอก นิ้วโป้งกดเปิดใช้งานหน้าต่างอินเทอร์เฟซลับที่เขาแอบเขียนโปรแกรมสำรองไว้ "แต่พวกมันคงลืมไปว่า... วิศวกรขี้เกียจอย่างผมเกลียดที่สุดคือการที่มีคนมาขัดจังหวะเวลาพักผ่อนอันแสนสงบสุข" ปัง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวอีกครั้งดังมาจากประاعدทางเข้าหลักของห้องควบคุม แรงดันอากาศภายในห้องลดฮวบลงชั่วขณะเมื่อประตูนิรภัยชั้นนอกถูกระเบิดทำลายด้วยระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเงาร่างของมนุษย์ดัดแปลงไซเบอร์เนติกส์สามนายในชุดเกราะรบสีดำทะลาย สวมหน้ากากกรองอากาศที่เรืองแสงสีแดงน่ากลัวในความมืด พวกมันก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับอาวุธปืนกลหนักที่พร้อมลั่นไกใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้า เซราฟินาไม่รอช้า เธอพุ่งตัวไปหลบหลังเสาเหล็กหนาพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนพลาสม่ายิงสวนกลับไปทันที ลำแสงสีฟ้าเจิดจ้าพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ร่างของโจรสลัดนายแรกจนกระเด็นชนเข้ากับผนังห้องเกิดประกายไฟแลบแปลบปราบ แต่ทว่า จำนวนของพวกมันมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สองนายที่เหลือระดมยิงกระสุนปืนกลหนักใส่ที่กำบังของเซราฟินาจนเศษปูนและสะเก็ดเหล็กกระจายว่อน "ลีโอ! หลบไปซะ!" เซราฟินาตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แม้ในยามคับขันเธอก็ยังไม่ลืมที่จะห่วงความปลอดภัยของวิศวกรหนุ่มผู้บอบบางในสายตาเธอ "ผมไม่ได้บอบบางขนาดนั้นนะครับ หัวหน้า!" ลีโอตะโกนตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมเต็มกรอบหน้า เขามีเวลาคิดวิเคราะห์ความเสี่ยงเพียงเสี้ยววินาที การจะพึ่งพาแค่กำลังยิงคงเป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์ที่กระสุนฝั่งเรามีจำกัด แต่ในฐานะที่เขาเป็นอดีตโปรแกรมเมอร์ผู้ควบคุมระบบทั้งหมดของสถานีแห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว... ล้วนเป็นรหัสที่สามารถสั่งการได้ นิ้วเรียวยาวของลีโอรัวพิมพ์คำสั่งลงบนแท็บเล็ตพกพาอย่างรวดเร็วราวกับเล่นเปียโนขั้นเทพ โค้ดคำสั่งเจาะระบบฉุกเฉินถูกส่งตรงไปยังแผงควบคุมระบบจ่ายไฟฟ้าแรงดันสูงที่ติดตั้งอยู่บนเพดานเหนือศีรษะของกลุ่มโจรสลัดพอดี "ขอต้อนรับสู่ระบบอัตโนมัติของผมนะครับ... เจ้าพวกนอกคอก" ลีโอพึมพำเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มเอ็นเทอร์ครั้งสุดท้าย *เปรี๊ยะ! ซ่าาาา!* สายฟ้าสีขาวโพลนขนาดมหึมาพุ่งทะยานลงมาจากเพดานโดยตรง เข้าช็อตใส่ร่างของโจรสลัดไซเบอร์ทั้งสองนายอย่างจัง แรงดันไฟฟ้ากระแสตรงหลายหมื่นโวลต์ทำลายระบบวงจรภายในชุดเกราะของพวกมันจนลัดวงจร ร่างของพวกมันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะล้มฟุบลงหมดสติคาที่ ควันจางๆ ลอยขึ้นมาจากรอยไหม้เกราะของพวกมันอย่างน่าสยดสยอง ห้องควบคุมกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเตือนภัยเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่พยายามทำงานต่อ เซราฟินา ลดปืนลงช้าๆ ดวงตากลมโตหันมามองชายหนุ่มที่ยืนปาดเหงื่ออยู่หลังโต๊ะควบคุมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจแกแกมทึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่าวิศวกรสำรองที่ถูกส่งมาคุมความประพฤติคนนี้ จะซ่อนลูกเล่นอันตรายแบบนี้เอาไว้ใต้ท่าทีเรื่อยเปื่อย "นาย... ไปเรียนลูกเล่นพวกนี้มาจากไหนกัน ลีโอ" เซราฟินาถามเสียงเรียบ แต่แววตาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "ก็จากวิชาการเอาตัวรอดฉบับคนขี้เกียจไงครับหัวหน้า... ถ้าเราขี้เกียจออกแรงวิ่งหนี เราก็ต้องฉลาดพอที่จะทำให้ศัตรูหมดแรงไปเอง" ลีโอแย้มยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี พลางโยนแท็บเล็ตในมือเก็บบนโต๊ะ "ว่าแต่... เราคงต้องรีบซ่อมระบบคอร์วีตให้เสร็จก่อนที่เพื่อนๆ ของพวกมันจะยกโขยงมากันอีกรอบนะครับ" เซราฟินาถอนหายใจออกมาเบาๆ มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งในรอบหลายปีของเธอ "ตกลง... นายจัดการทางนี้ต่อ ส่วนฉันจะไปตรวจเช็กความปลอดภัยรอบนอกให้" เธอกลับหลังหันเตรียมก้าวเดินออกจากห้องควบคุม แต่ทว่า... ก่อนที่เท้าของเธอจะก้าวพ้นขอบประตู เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตจากระบบเรดาร์หลักที่ควรจะเสียหายไปแล้ว กลับดังขึ้นมาด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงเตือนภัยการโจมตีทั่วไป แต่มันเป็นเสียงเตือนสีแดงเข้มที่มาพร้อมกับรหัสลับระดับสูงสุดที่ลีโอไม่เคยเห็นมาก่อนในฐานข้อมูลของสถานี *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ตรวจพบสัญญาณพลังงานไม่ทราบฝ่าย... แหล่งกำเนิด: ใจกลางหลุมดำจำลองเซกเตอร์ศูนย์... สถานะ: ปลุกการทำงานของ... "ผู้พืทักษ์นิรันดร์"* หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดในห้องดับวูบลงในพริบตา ก่อนจะติดขึ้นมาอีกครั้งด้วยภาพของดวงตาสีแดงฉานขนาดมหศาลที่กำลังลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้วงอวกาศลึก ลีโอหน้าถอดสี รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าหายวับไปในทันทีเมื่อระบบประเมินภัยคุกคามส่งเสียงแจ้งเตือนคำว่า **[อันตรายระดับ SSS]** พุ่งขึ้นมาตรงหน้า ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับลีโอและเซราฟินาในความจริงที่ซับซ้อนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ไซเบอร์พังค์2099
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%