"ถ้าภายในสามสิบนาทีนี้ ระบบระบายความร้อนของมันยังไม่กลับมาทำงานเป็นปกติ ทางเลือกเดียวที่พวกเราจะมีร่วมกัน ก็คือการถูกเผาให้กลายเป็นขี้เถ้าในห้องนิรภัยแห่งนี้... นายคิดว่าไงล่ะ วิศวกรฝึกหัด?"
เสียงของเซราฟินาไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่เฉียบคมราวกับใบมีดโมเลกุล ปืนพกลำกล้องสั้นรุ่นทหารราบถูกปลดเซฟเสียงดังคลิก ก่อนที่เธอจะตวัดสายตาคมกริบมามองผม ซึ่งกำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าแผงวงจรควบคุมขนาดมหาสารที่ส่งเสียงฮัมต่ำๆ อย่างน่ากลัว
เบื้องหลังของพวกเราคือร่างสีดำทะมึนของแอนดรอยด์รบโบราณตระกูล *Aegis-Mk.IV* เครื่องจักรสังหารรุ่นเก๋าจากสงครามโลกครั้งที่สาม แขนข้างหนึ่งของมันหายไปในรอยระเบิด แต่แกนพลังงานหลักรูปวงแหวนสีฟ้าเข้มตรงหน้าอกยังคงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงภาวะ Overload ที่พร้อมจะระเบิดทำลายล้างทุกชีวิตในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรได้ทุกเมื่อ
นี่คือผลลัพธ์จากการตามล่าหา "น้องชายผู้ทรยศ" ตามคำบอกเล่าในปมปริศนาของตอนที่แล้ว แต่แทนที่เราจะได้เบาะแสเกี่ยวกับคนทรยศคนนั้น เซราฟินากลับลากผมพุ่งหลบกับดักความปลอดภัย เข้ามาติดแหง็กอยู่ในห้องใต้ดินของฐานทัพร้างแห่งนี้ พร้อมกับเจ้าเครื่องจักรรุ่นปู่ที่กำลังจะกลายเป็นสุสานของพวกเราสองคน
"ใจเย็นก่อนสิครับ หัวหน้า... การเร่งความเร็วในการประมวลผลไม่ได้ช่วยให้อัลกอริทึมการซ่อมแซมมันเขียนเสร็จเร็วขึ้นหรอกนะ" ผมพ่นลมหายใจเบาๆ ออกทางจมูก พยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นขณะที่กำลังใช้ประแจแม่เหล็กขันน็อตไทเทเนียมตัวสุดท้ายเข้าที่เดิม
สมองของผมกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง ระบบวิเคราะห์ภายในหัวส่งเสียงแจ้งเตือนสถานะสีเหลืองกะพริบระยิบระยับ ข้อมูลทางเทคนิคของแอนดรอยด์โบราณรุ่นนี้ไหลผ่านเรตินาตาขวาเป็นร้อยๆ บรรทัด ความซับซ้อนของวงจรยุคเก่าที่เต็มไปด้วยการเดินสายไฟแบบอนาล็อกผสมควอนตัม มันช่างยุ่งเหยิงและล้าสมัยในสายตาของโปรแกรมเมอร์ยุคใหม่อย่างผมเสียจริง แต่ถึงกระนั้น มันก็มีเสน่ห์แบบดิบเถื่อนที่ปฏิเสธไม่ได้
"สามสิบนาทีที่เธอบอกน่ะ มันคือค่าเฉลี่ยของคนธรรมดาครับ... แต่สำหรับผม คนที่รักความสบายและเกลียดการตายเป็นที่สุด... ผมขอเวลาแค่สิบห้านาทีก็พอ" ผมเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มแห้งๆ ให้เธอเพื่อลดความตึงเครียดในอากาศ
เซราฟินาขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เธอยังคงถือปืนคุมเชิงอยู่ แต่ร่องรอยความตระหนกในแววตาเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจปนสงสัย ผู้หญิงคนนี้มักจะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาเสมอเมื่อจนมุม แต่เธอก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ในสถานการณ์แบบนี้ มีเพียงทักษะทางวิศวกรรมของผมเท่านั้นที่จะช่วยดึงพวกเราออกจากปากเหวแห่งความตายได้
"นายมั่นใจแค่ไหน ลีโอ?" เธอถามเสียงต่ำ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ
"เกินร้อยครับ ถ้าไม่นับรวมความเสี่ยงที่ว่าวงจรตัวเก็บประจุนี้อาจจะระเบิดใส่หน้าผมจนผมทรงเสียทรงล่ะก็นะ" ผมตอบติดตลกพลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ ก่อนจะหันกลับไปสนใจแผงวงจรตรงหน้าต่อ
ในโลกไซเบอร์พังค์ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและความโลภ การเอาชีวิตรอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีปืนที่ใหญ่กว่าเสมอไป แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครเข้าใจกลไกของโลกใบนี้ดีกว่ากัน แอนดรอยด์รบโบราณตัวนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นศัตรู แต่มันถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวในความมืดมิด เช่นเดียวกับความลับเรื่อง "น้องชายผู้ทรยศ" ที่พวกเรากำลังตามหา การจะเปิดปากมัน—หรือพูดให้ถูกคือการซ่อมแซมจิตวิญญาณเหล็กกล้าของมัน—เราต้องเข้าใจภาษาที่มันใช้
นิ้วเรียวยาวของผมขยับรัวบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมที่ฉายออกมาจากเครื่องมือช่าง สายตาจับจ้องไปที่การไหลเวียนของกระแสไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ค่อยๆ ลดระดับลงจากสีแดงฉานกลายเป็นสีส้ม และเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมเขียวในที่สุด เสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องจักรเริ่มสงบลง ราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บกำลังผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
*ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับหน้าจออินเทอร์เฟซหลักที่ปรากฏข้อความต้อนรับระบบปฏิบัติการยุคโบราณขึ้นมา
เซราฟินาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เธอเก็บปืนเข้าซองข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ผมแล้วมองสำรวจผลงานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง แม้เธอจะไม่ได้เอמהคำชมออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้น แต่รอยคลายของกล้ามเนื้อบริเวณหัวคิ้วก็บอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี
"นายทำได้... น่าประหลาดใจจริงๆ สำหรับคนขี้เกียจอย่างนาย" เธอกล่าวเรียบๆ แต่แฝงแววประชดประชันตามสไตล์
"ความขี้เกียจคือมารดาแห่งสิ่งประดิษฐ์ต่างหากล่ะครับหัวหน้า เพราะผมไม่อยากออกแรงวิ่งหนีตาย ผมเลยต้องหาวิธีแก้ปัญหาให้มันจบในรวดเดียวไงครับ" ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ กำลังจะยืดตัวขึ้นเพื่อบิดขี้เกียจคลายความเมื่อยล้า
แต่ทว่า... ก่อนที่รอยยิ้มโล่งอกจะได้จางหายไปจากใบหน้าของผม
แอนดรอยด์รบโบราณที่ควรจะสงบเสงี่ยมและถูกรีเซ็ตระบบไปแล้ว กลับส่งเสียง *คลิก* หนักๆ ดังขึ้นจากแกนกลางลำตัว ดวงตาสีฟ้าเข้มที่ควรจะนิ่งสนิท กลับกระพริบวาบด้วยแสงสีแดงฉานอีกครั้ง—ไม่ใช่เพราะระบบรวน แต่เป็นเพราะมันกำลัง "บูทเครื่อง" ตามคำสั่งลับที่ถูกฝังไว้ลึกว่าระดับรากเหง้าของโค้ด!
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมดับวับลงทันที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์รูปฟันเฟืองสีเลือดและข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดที่ผมไม่เคยเห็นในฐานข้อมูลไหนมาก่อน
[ ตรวจพบโปรแกรมแปลกปลอมภายนอก... ]
[ เริ่มต้นกระบวนการถ่ายโอนข้อมูลจิตสำนึก... เป้าหมาย: ลีโอ ]
[ คำเตือน: ข้อเสนอที่คุณปฏิเสธไม่ได้... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ]
ร่างของแอนดรอยด์ยักษ์ขยับตัวอย่างกระชาก เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว มันยกมือข้างที่เหลือพุ่งตรงมาทางผมด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมๆ กับที่ประตูนิรภัยด้านหลังของห้องทดลองปิดตายลงอย่างแรงด้วยระบบล็อกอัตโนมัติจากเบื้องบน!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 5
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!