ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 6

คืนอันยาวนานในห้องเครื่อง

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
กลิ่นอายของโอโซนที่เกิดจากการลัดวงจรของขดลวดทองแดงแรงดันสูง ผสมผสานกับกลิ่นไหม้ของฉนวนพลาสติกโพลิเมอร์คละคลุ้งไปทั่วอณูอากาศในห้องเครื่องใต้ดิน ลมหายใจของผมติดขัดชั่วขณะเมื่อฝ่ามือมหึมาของหุ่นรบแอนดรอยด์รุ่นโบราณพุ่งทะยานเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงแรงลม เสียงแผงวงจรหลักกรีดร้องด้วยความร้อนสูงดังระงม ขณะที่ประตูนิรภัยเหล็กกล้าไทเทเนียมหนาแปดนิ้วปิดทับลงมาเบื้องหลังด้วยแรงมหาศาล ตัดขาดพวกเราจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง "ก้มลง!" เสียงตวาดห้วนสั้นของเซราฟินาดังแทรกเสียงคำรามของมอเตอร์ไฮดรอลิก เธอกระโจนเข้าใส่ร่างของผมโดยไม่ลังเล แรงกระแทกส่งผลให้เรากลิ้งหลบไปกระแทกกับลังบรรจุชิ้นส่วนอะไหล่อย่างแรง เศษเหล็กชิ้นหนึ่งร่วงกราวลงมากระทบพื้นส่งเสียงก้องกังวานในความมืดที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉาน ผมหอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นหลังแนบชิดกับโครงเหล็กเย็นเฉียบ ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังเงาศาลาของเหล็กกล้ายักษ์สูงสี่เมตรที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันคือซีรีส์ 'Titan-V' อาวุธสงครามตกยุคที่ระบบสมองกลถูกครอบงำด้วยไวรัสไม่ทราบที่มา ดวงตาสีฟ้าครามของมันกะพริบถี่รัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอันดุร้าย "คุณวิศวกร... สมองกลของมันกำลังพยายามเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในของฐานทัพ ถ้าเราปล่อยให้มันส่งสัญญาณออกไปได้สำเร็จ แผนการทั้งหมดของเราจบเห่แน่" เซราฟินายันตัวลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว มือเรียวบางดึงดาบพลังงานความร้อนสูงออกจากฝักที่สะพายอยู่ข้างเอว แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิด "ใจเย็นก่อนครับหัวหน้า..." ผมพยายามจัดระเบียบความคิดในหัวอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลความเสี่ยงและอัตราส่วนความสำเร็จที่ริบหรี่ "การพังมันด้วยกำลังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด ห้องนี้มีระบบระบายความร้อนใต้พื้น ถ้าเราทำลายแกนพลังงานหลักโดยไม่มีการควบคุม แรงดันไอน้ำระดับห้าพันปอนด์จะเปลี่ยนพวกเราให้กลายเป็นปลาหมึกนึ่งในพริบตา" เซราฟินาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้ความมืดมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ เธอยอมรับความจริงข้อหนึ่งอย่างเงียบๆ ว่าความรู้ทางวิศวกรรมของผมมีน้ำหนักมากกว่าอารมณ์โกรธที่เธอมักจะมีใส่ผมเสมอ "แล้วคุณจะให้ทำยังไงล่ะ? จะยืนรอให้มันบดขยี้พวกเราเป็นเศษเนื้อหรือไง?" เธอถามเสียงเข้ม แม้ริมฝีปากจะเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงเพื่อสะกดกลั้นความกังวล "ส่งเครื่องมือประแจแรงบิดควอนตัมให้ผมครับ แล้วก็... ช่วยซื้อเวลาให้ผมสักสามนาที" ผมพูดพลางปลดกระเป๋าเครื่องมืออเนกประสงค์ออกจากเอว มือสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นของระบบตรรกะที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วง ไม่รอช้า เซราฟินาพุ่งทะยานออกไปราวกับเงาสີดำ ดาบพลังงานในมือฟันเข้าที่ข้อต่อหัวเข่าของแอนดรอยด์ยักษ์อย่างแม่นยำ เกิดประกายไฟสارتสว่างวาบพร้อมกับเสียงโลหะกรีดร้อง แอนดรอยด์เซถอยหลังไปครึ่งก้าว หันความสนใจไปที่ผู้บุกรุกตัวจิ๋วที่สร้างความรำคาญให้มันแทน ผมไม่รอช้า คลานเข้าไปใต้ท้องเครื่องจักรที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลิ่นน้ำมันเครื่องและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกจนฉุนกึก แผงควบคุมหลักของแอนดรอยด์รุ่นนี้ซ่อนอยู่ภายใต้แผ่นเกราะป้องกันหนาเตอะที่ถูกเชื่อมติดด้วยความร้อนสูง ผมดึงอุปกรณ์เชื่อมประสานเลเซอร์ขนาดจิ๋วออกมาจากกระเป๋า เริ่มต้นคำนวณจุดตัดของสลักเกลียวด้วยสายตา *ติ๊ด... ติ๊ด...* เสียงแจ้งเตือนจากระบบภายในหัวของผมดังขึ้น หน้าจออินเทอร์เฟซโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าโดยมีเพียงผมเท่านั้นที่มองเห็น [ ตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: กำลังทำการแฮกแกนกลางระบบควบคุมด้วยมือเปล่า ] [ ความเสี่ยงในการเกิดระเบิดความร้อน: 87.4% ] [ คำแนะนำจากระบบ: ควบคุมอัตราการไหลของพลังงานผ่านจุดเชื่อมต่อหมายเลข 4 ] "รู้อยู่แล้วน่า..." ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือขวาบังคับปลายเลเซอร์ตัดแผ่นโลหะด้วยความเร็วและความแม่นยำระดับไมครอน เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงมาจากขมับเข้าสู่กรอบแว่นตา แต่วินาทีนี้ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ดมัน เสียงการต่อสู้ด้านนอกดังกึกก้อง เสียงโลหะปะทะกับดาบพลังงานดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องเครื่อง เซราฟินากำลังรับมือกับสัตว์ประหลาดเหล็กกล้าตัวนั้นเพียงลำพัง แรงสั่นสะเทือนจากการกระแทกทำให้ฝุ่นละอองและเศษสนิมร่วงหล่นลงมาใส่ผมราวกับสายฝน "ลีโอ! อีกนานไหมคะ... เอ๊ย! อีกนานไหมครับ!" เสียงเซราฟินาตะโกนแทรกเสียงคำรามของเครื่องจักร เธอเกือบหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยออกมา แต่ก็เปลี่ยนสรรพนามได้อย่างทันท่วงที ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดจนน่าขัน ผมเกือบจะหลุดยิ้มออกมาถ้าหากว่าคมดาบของแอนดรอยด์จะไม่เฉียดผ่านศีรษะเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร "สิบวินาทีครับ!" ผมตะโกนตอบกลับ มือซ้ายกระชากสายไฟเบอร์ออปติกสีแดงสดออกจากขั้วต่อหลัก แล้วแทนที่ด้วยสายเชื่อมต่อสำรองที่ผมถอดมาจากชุดเกราะของตัวเอง ดวงตาสีแดงฉานของแอนดรอยด์ยักษ์กระพริบช้าๆ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำลงเรื่อยๆ ก่อนที่แรงสั่นสะเทือนทั้งหมดจะหยุดนิ่งลงในที่สุด ร่างยักษ์สูงสี่เมตรทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นห้องเครื่องที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน ความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อ เซราฟินาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เหนือร่างของผม ปลายดาบพลังงานถูกเก็บเข้าฝักเรียบร้อยแล้ว เธอก้มมองผมด้วยสายตาที่ซับซ้อน—มีความโล่งอก ความชื่นชม และความระแวงผสมปนเปกันอย่างชัดเจน ยามที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องลงมาบนใบหน้าของเธอ มันทำให้เธอดูลึกลับและงดงามราวกับภาพวาดในยุคโบราณ "คุณนี่มัน..." เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษฝุ่นออกจากไหล่ของผมอย่างไม่ถือตัว "เก่งเกินคาดสำหรับคนขี้เกียจสันหลังยาวแบบคุณนะ" "คำชมหรือคำติครับเนี่ย?" ผมส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป ขณะพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนโดยมีมือของเธอช่วยดึงไว้เบื้องปลาย แต่ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศอันผ่อนคลายนี้จะได้สานต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยรูปแบบใหม่ก็ดังขึ้นกังวานไปทั่วฐานทัพ มันไม่ใช่เสียงสัญญาณสีแดงแบบเดิม แต่มันคือเสียงกริ่งเตือนภัยสีเหลืองอำพันที่ดังเป็นจังหวะสามครั้งติดต่อกัน ซึ่งหมายถึงสิ่งเดียวเท่านั้น... [ แจ้งเตือนจากระบบส่วนกลาง: ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่ต้องห้ามชั้นที่ 0 ] [ พลังงานปริศนาภատ–มิติ กำลังเปิดใช้งาน ] [ คำเตือน: สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เนื้อมนุษย์ กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดของท่านในระยะ 300 เมตร ] เซราฟินาชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที เธอหันขวับมามองหน้าผมด้วยแววตาสั่นระริก "ไม่ใช่ฝีมือของพวกกบฏ... และไม่ใช่ระบบของฐานทัพเรา" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยเป็นครั้งแรก "มีบางอย่าง... กำลังขึ้นมาจากเบื้องล่างของห้องเครื่องนี้" **ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ไซเบอร์พังค์2099" ครับ**
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%