กลิ่นอายของโอโซนที่เกิดจากการเผาไหม้ของประจุพลาสมายังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เจือจางด้วยกลิ่นฉุนของน้ำมันไฮดรอลิกที่รั่วซึมจากท่อส่งกำลังสำรอง แรงโน้มถ่วงเทียมภายในสถานีอวกาศเซกเตอร์ 7 กลับมาทำงานที่ระดับศูนย์จุดแปดจีอีกครั้ง ทำให้เศษซากโลหะและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ล่องลอยเคว้งคว้าง ค่อยๆ ตกลงกระทบพื้นผิวทางเดินส่งเสียงกึกก้องเป็นจังหวะที่น่าหดหู่
"อุณหภูมิแกนกลางหม้อแปลงลดลงเหลือห้าสิบองศาเซลเซียสแล้วครับคุณลีโอ... เกือบไปจริงๆ ถ้าคำนวณมุมหักเหของสนามแม่เหล็กพลาดไปแค่ศูนย์จุดศูนย์สององศาเมื่อกี้ เราคงได้กลายเป็นละอองดาวลอยเคว้งอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยไปนานแล้วล่ะครับ"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบ AI ภายในชุดเกราะวิศวกรดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่กระพริบเตือนสถานะสีเหลือง ลีโอถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเฮือกใหญ่จนหมอกไอความร้อนพวยพุ่งผ่านช่องระบายอากาศของหมวกนิรภัย เขาทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นโลหะที่เย็นเฉียบอย่างไร้มาดของวิศวกรผู้กู้ภัย
มือข้างที่สวมถุงมือกลไกยกขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ความเหนื่อยล้าจากการประมวลผลอัลกอริทึมซ่อมแซมระบบป้องกันภัยติดต่อกันเจ็ดชั่วโมงเต็ม ทำให้เส้นประสาทบริเวณขมับของเขากระตุกไหวเป็นจังหวะ
"อย่าพูดถึงตัวเลขเปอร์เซ็นต์เฉียดฉิวอะไรนั่นอีกเลยครับระบบ... ผมขอร้องล่ะ ตอนนี้แค่นั่งหายใจเฉยๆ ยังใช้พลังงานสมองมากกว่าตอนเขียนโค้ดทั้งคืนเสียอีก" ลีโอบ่นพึมพำตอบกลับระบบในใจ รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนล้า
ที่เบื้องหน้าของเขา กองยานรบอวกาศระลอกสุดท้ายของกองกำลังปริศนา กำลังถอยร่นผ่านขอบเขตความโค้งของขอบฟ้าดาวเคราะห์ด้วยความเร็วเหนือแสง แสงวาบสีฟ้าครามจากการกระโดดเข้าสู่ไฮเปอร์สเปซทิ้งริ้วรอยโค้งเว้าไว้บนผืนผ้าใบแห่งจักรวาล ประหนึ่งรอยแผลเป็นเรืองแสงที่เตือนให้รู้ว่า สงครามระลอกแรกได้สงบลงแล้ว ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้แลกมาด้วยปาฏิหาริย์ หากแต่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ การคำนวณที่แม่นยำราόนาฬิกาจักรกล และความเสียสละของระบบระบายความร้อนสำรองที่พังคามือ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าแผ่วเบา ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านหลัง ลีโอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซ่อมแซมโลหะผสมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์นั้น มีเพียงคนเดียวในสถานีแห่งนี้
เซราฟินายืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องควบคุมหลัก เสื้อเกราะยุทธวิธีของเธอยับยู่ยี่และมีรอยไหม้เกรียมจากการปะทะระยะประชิดที่ปีกซ้ายของสถานี ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสภาพความเสียหายรอบตัว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของวิศวกรหนุ่มที่นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น
"สภาพดูไม่จืดเลยนะ นายช่างใหญ่แห่งเซกเตอร์เจ็ด" น้ำเสียงราบเรียบติดจะเยียบเย็นตามวิสัยของเธอเอ่ยขึ้น แต่แววตาที่ทอดมองกลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างแนบเนียน ชนิดที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ลีโอเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มแห้งๆ ให้ พร้อมกับใช้มือดันปีกหมวกนิรภัยขึ้นเล็กน้อย "ถ้าเปลี่ยนจากคำแซว เป็นกาแฟดำร้อนๆ สักแก้ว หรือไม่ก็วันหยุดพักผ่อนสักสามเดือน ผมจะซาบซึ้งใจกว่านี้เยอะเลยครับ หัวหน้าเซราฟินา"
เซราฟินาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นขวดบรรจุสารอาหารฉุกเฉินรสชาติแย่ให้ "หมดสิทธิ์เรื่องวันหยุด นายยังมีงานเคลียร์รายงานความเสียหายอีกเจ็ดร้อยหน้าสำหรับความผิดฐานแอบพ่วงกระแสไฟเกินพิกัดเพื่อขับเคลื่อนป้อมปืนใหญ่อัตโนมัติเมื่อสองชั่วโมงก่อน"
ลีโอนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "เฮ้! นั่นมันเป็นมาตรการฉุกเฉินเพื่อความอยู่รอดของพวกเราทุกคนนะครับ ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น ป่านนี้พวกเราคงกลายเป็นเศษขยะอวกาศลอยไปไหนต่อไหนแล้ว บัญชีฉุกเฉินแบบนั้นควรได้รับการยกเว้นภาษีทางกฎหมายยุทธวิธีกรณีพิเศษสิครับ!"
"กฎก็คือกฎ ลีโอ" เซราฟินาย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน นิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือยุทธวิธีเอื้อมไปแตะที่แผงควบคุมบนไหล่ของเขาเพื่อปลดล็อกระบบระบายความร้อนที่ทำงานหนักเกินไป "แต่... ทำได้ดีมาก ขอบใจนะที่ดึงสถานีนี้กลับมาจากปากเหวได้ทันเวลา"
คำชมที่หลุดออกมาจากปากของหัวหน้าแผนกยุทธการผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ทำให้ลีโอถึงกับชะงัก รอยยิ้มอุ่นๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่มอมแมมไปด้วยเขม่าควัน เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปในทันที เพียงแต่พยักหน้ารับช้าๆ บรรยากาศรอบตัวในความเงียบสงบหลังสงครามนี้ เต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เติบโตขึ้นผ่านความเป็นความตาย
"ความเสียหายถูกควบคุมไว้ได้... แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่านี่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของบทนำกันแน่นะครับ" ลีโอกวาดสายตามองผ่านกระจกนิรภัยออกไปสู่ความมืดมิดของห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่
เซราฟินาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและหันไปมองตามทิศทางสายตาของเขา "นายสัมผัสอะไรได้งั้นเหรอ?"
ก่อนที่ลีโอจะได้ทันเอ่ยปากอธิบายสมมติฐานทางฟิสิกส์ที่เขากำลังคำนวณในหัว หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่เพิ่งสงบลงไป ก็กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีปุ่มคำสั่งใดๆ
เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำที่แปลกประหลาด—ไม่ใช่เสียงไซเรนเตือนภัยสงครามแบบเดิม แต่เป็นเสียงคลื่นความถี่ต่ำที่คล้ายกับเสียงหัวใจเต้นของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ดังขึ้น *ตึบ... ตึบ... ตึบ...*
พร้อมกันนั้น ตัวอักษรสีแดงฉานขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางจอภาพ พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ของระบบที่รายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้ขนลุกเกรียว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยพลังงานปริศนาขนาดมหึมา กำลังเคลื่อนตัวออกจากเขตแดน "ศูนย์กลางเงา" ด้วยความเร็วกว่ายี่สิบมัค]
[รหัสระบุตัวตนเป้าหมาย: ไม่พบในฐานข้อมูลสหพันธ์...]
[คำเตือนระดับ SSS: วัตถุกำลังมุ่งตรงมายังพิกัดปัจจุบันของสถานีเซกเตอร์ 7... ระยะเวลาปะทะ: สามนาที]
ดวงตาของเซราฟินาเบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วขณะ เธอกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "นั่นมัน... รหัสสัญญาณของเรือรบโบราณที่สูญหายไปเมื่อสองร้อยปีก่อน... เป็นไปไม่ได้!"
ลีโอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ความง่วงงุนและเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นิ้วมือของเขารัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมกลางอากาศด้วยความเร็วสูงเพื่อวิเคราะห์สเปกตรัมของคลื่นพลังงานนั้น ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด
ไม่ใช่เรือรบ... แต่มันคือสิ่งที่มีชีวิตที่ถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยีจักรกลชีวภาพระดับที่เหนือล้ำกว่าอารยธรรมปัจจุบันเสียอีก และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังส่งคลื่นสัญญาณเฉพาะเจาะจงมาที่ตัวเขาโดยตรง
"เซราฟินา..." ลีโอหันไปมองหน้าหัวหน้าสาว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ผมว่าเราคงไม่ได้พักผ่อนตามที่คุยกันไว้แล้วล่ะครับ..."
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับลีโอนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ไซเบอร์พังค์2099
ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 37
ความเงียบหลังสงคราม
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!