เสียงคำรามของฮีทซิงค์ระบายความร้อนที่กำลังทำงานเกินพิกัดร้อยละสามร้อย ดังระรัวราวกับเสียงกลองศึกในอกของลีโอ อากาศภายในห้องควบคุมใต้ดินของสถานีอวกาศรกร้างแห่งนี้อบอ้าวและเต็มไปด้วยกลิ่นฉุนของน้ำยาประสานท่อพลาสมาที่ระเหยกลายเป็นไอ ความกดดันบรรยากาศภายนอกลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานบนแผงหน้าจอหลักที่กระพริบเตือนทุกวินาที
"ถ้าตัวต้านทานสนามแม่เหล็กชุดนี้ยังปรับจูนไม่เสร็จภายในอีกสามร้อยวินาทีข้างหน้า พวกเราคงได้กลายเป็นผุยผงลอยละล่องอยู่ในสุญญากาศจริงๆ แน่ครับคุณเซราฟินา"
ลีโอกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่นัยน์ตากลับจริงจังและเด็ดเดี่ยว มือซ้ายคีบหัวแร้งเลเซอร์ขนาดจิ๋วเชื่อมสายไฟไมโครไฟเบอร์เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงเสี้ยวไมครอนเข้ากับแผงวงจรหลักอย่างแม่นยำ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผากจนหยดลงกระทบกับกรอบโลหะของเครื่องมือ แต่เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะยกมือขึ้นปาดมันออก
เซราฟินายืนอยู่เบื้องหลัง ร่างเพรียวบางในชุดเกราะยุทธการกระชับเข้ารูปขยับตัวด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวยาวรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อประคองเสถียรภาพของสนามพลังป้องกันขั้นสุดท้าย ดวงตาคู่คมจ้องมองกราฟการไหลเวียนของพลังงานที่กำลังแกว่งตัวอย่างน่ากลัว
"เลิกบ่นแล้วเร่งมือหน่อย ลีโอ ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติของสถานีตรวจจับความผิดปกติของเราได้แล้ว พวกโดรนลาดตระเวนรุ่นเก่ากำลังเคลื่อนพลมาทางนี้ ห่างจากประตูโซน B ไปแค่สามร้อยเมตรเท่านั้น" เสียงของเธอนิ่งสนิท แต่แฝงด้วยความกดดันมหาศาลที่สะท้อนผ่านจังหวะการหายใจ
ในโลกของจักรวาลไซเบอร์ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและความโหดร้ายของเทคโนโลยีโบราณ การทำงานแข่งกับเวลาไม่ใช่แค่เรื่องของการทำโปรเจกต์ให้เสร็จทันกำหนด แต่มันคือความเป็นความตาย ลีโอสูดหายใจเข้าลึก ศาสตร์แห่งการเขียนโปรแกรมและการคำนวณโครงสร้างที่เขาเคยร่ำเรียนมาถูกดึงออกมาใช้จนหมดสิ้น สมองของเขาประมวลผลอัลกอริทึมการกระจายความร้อนเพื่อหาทางลัดในการบายพาสระบบความปลอดภัยโดยไม่ทำให้ฮาร์ดแวร์ระเบิดคามือ
"เสร็จไปหนึ่ง..." ลีโอพึมพำเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เมื่อหลอดไฟสถานะบนแผงวงจรเปลี่ยนจากสีแดงเดือดเป็นสีเขียวมรกตอันนุ่มนวล แต่เวลาไม่ได้รอใคร ตัวเลขอถรัยถอยหลังบนหน้าจอยังคงวิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว
`02:15... 02:14... 02:13...`
"ลีโอ! แหล่งจ่ายพลังงานสำรองเริ่มเกิดอาการโอเวอร์โหลดแล้ว แรงดันไฟฟ้ากระโดดขึ้นไปสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ถ่ายเทประจุออกตอนนี้ ตัวเก็บประจุหลักจะระเบิดและทำลายวงจรทั้งหมดที่เราเพิ่งบัดกรีมา!" เซราฟินาร้องเตือน น้ำเสียงของเธอเริ่มมีความร้อนรนเจืออยู่เล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขความร้อนพุ่งแตะจุดวิกฤต
ลีโอไม่ตอบคำถาม เขาหันขวับไปคว้าประแจควอนตัมบนโต๊ะทำงาน แล้วพุ่งตัวเข้าไปใต้ท้องของคอนโซลควบคุมหลักอย่างไร้ความลังเล ความรอบคอบและสัญชาตญาณของวิศวกรบอกเขาว่า การใช้ระบบถ่ายเทประจุตามคู่มือจะช้าเกินไป วิธีเดียวที่จะรอดคือการดัดแปลงวงจรหน้างานแบบเฉพาะหน้า ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงช็อตจนร่างไหม้เกรียมเป็นศูนย์
"ถอยไปข้างหลังนิดนึงครับคุณเซราฟินา ตรงนี้อาจจะ..."
ยังไม่ทันที่ลีโอจะพูดจบ ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบก็พวยพุ่งออกมาจากจุดเชื่อมต่อใต้คอนโซล แรงระเบิดขนาดเล็กจากการลัดวงจรทำให้ร่างของเขาถูกแรงดันอากาศกระแทกจนกระเด็นถอยหลัง แต่ด้วยความไวของเซราฟินา เธอพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของเขาไว้ได้ทันก่อนที่ศีรษะจะกระแทกเข้ากับขอบโลหะของผนังห้อง
"นายบ้าหรือเปล่า ลีโอ! คิดจะฆ่าตัวตายหรือไง!" เซราฟินาตวาดเสียงแข็ง แต่แววตาที่มองลงมากลับเจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือเรียวของเธอกระชับแขนของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ลีโอหัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ พลางยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ แม้เนื้อตัวจะมอมแมมไปด้วยคราบเขม่าควัน แต่รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงมีความกวนประสาทและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน "ผมยังไม่อยากตายตอนนี้หรอกครับ... ดูที่หน้าจอโน่นสิครับ"
เซราฟินาหันขวับกลับไปมองหน้าจอหลักด้วยความประหลาดใจ ตัวเลขการถดถอยของเวลาหยุดนิ่งลงที่ `00:03` ก่อนที่หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวทั้ง5555 แผง และข้อความแจ้งเตือนสถานะความสำเร็จของระบบก็ปรากฏขึ้นด้วยตัวอักษรเรืองแสง
`[ระบบซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน: สำเร็จ 100%]`
`[ระบบระบายความร้อนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ]`
`[ตรวจพบการปลดล็อกพลังงานศักย์ของตัวละคร: ความต้านทานสนามแม่เหล็กขั้นสูง ระดับ 3]`
เสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับในหัวของลีโอดังขึ้นติดต่อกันเป็นชุด พร้อมกับกระแสความอบอุ่นที่ไหลเวียนแผ่ซ่านไปทั่วกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งและตื่นตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่ความเงียบสงบหลังพายุใหญ่กินเวลาได้เพียงไม่กี่วินาที เสียงโลหะหนักหน่วงที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากประตูโซน B ก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว โดรนลาดตระเวนที่พวกเขาคาดการณ์ไว้มาถึงเร็วกว่ากำหนด และดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้มาแค่ลำเดียว
เซราฟินาชักปืนพลาสมาออกจากซองข้างเอวทันที ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้าที่เริ่มมีรอยบุบยุบลงมาตามแรงกระแทกจากด้านนอก "ดูท่าทางพวกมันจะไม่ยอมให้เราพักหายใจเลยสินะ"
ลีโอลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัว พร้อมกับหยิบประแจควอนตัมขึ้นมาถือกระชับไว้ในมือ รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่วิศวกรหนุ่มผู้รอบคอบคนนี้กลับรู้สึกสนุกกับการได้ทดผลลัพธ์ของสมการที่เขาเพิ่งแก้เสร็จเมื่อครู่
"ก็ดีเหมือนกันครับ... ผมกำลังอยากลองทดสอบดูพอดีว่าเครื่องมือที่เพิ่งซ่อมเสร็จ จะจัดการกับเจ้าพวกเศษเหล็กเดินได้พวกนี้ได้สะอาดหมดจดแค่ไหน"
ทว่า ในจังหวะที่เสียงล็อกกลอนประตูกำลังจะดีดเปิดออกพร้อมกับประกายไฟจากการตัดด้วยลำแสงความร้อน รอยร้าวบนบานประตูเหล็กกล้ากลับปริแตกออกเผยให้เห็นเงาร่างมหึมาที่สูงใหญ่เกินกว่าขนาดของโดรนลาดตระเวนทั่วไป และสิ่งสำคัญที่สุดคือ... มันไม่ใช่หุ่นยนต์รบไร้ชีวิต แต่มีดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งกำลังจ้องมองทะลุกระจกนิรภัยเข้ามาโดยตรง ราวกับกำลังรอคอยพวกเขาทั้งสองคนอยู่ในกับดักนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับลีโอและเซราฟินาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ไซเบอร์พังค์2099
ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 27
เวลาที่เดินถอยหลัง
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!