ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 16

การซ่อมแซมยานรบระดับไฮเอนด์

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟสังเคราะห์เกรดพรีเมียมลอยวนอยู่ในอากาศ เย็นยะเยือกของโรงซ่อมบำรุงระดับยุทธศาสตร์ถูกตัดทอนด้วยความอบอุ่นจากฮีตเตอร์พกพาที่ผมตั้งไว้ใกล้โต๊ะทำงาน เสียงประแจแม่เหล็กกระทบกับโครงสร้างไทเทเนียมอัลลอยด์ดัง *กริ๊ง... กริ๊ง...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังเดินหน้าไปตามแผนการที่ผมคำนวณความเสี่ยงไว้เรียบร้อยแล้ว "ฉันคิดว่านายจะใช้เวลาละเลียดกาแฟแก้วนั้นจนกว่ายานลำนี้จะขึ้นสนิมซะอีก ลีโอ" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้นจากเบื้องบน ผมเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามที่กำลังรันโค้ดระบบควบคุมการยิง เซราฟินายืนกอดอกพิงอยู่กับราวสะพานเหล็กของชั้นลอย ชุดนักบินเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นสัดส่วนและท่าทีอันองอาจของเธอให้ดูโดดเด่น แม้ดวงตาคู่สวยจะมองลงมาด้วยความประเมินค่า แต่มุมปากข้างซ้ายของเธอกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ผมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างเบามือ ส่งยิ้มบางๆ แบบเด็กดีที่มักจะทำให้คนมองใจอ่อนยวบโดยไม่รู้ตัวไปให้เธอ "ความเร็วมักเป็นศัตรูกับความประณีตนะครับ หัวหน้าเซราฟินา ยิ่งเป็นยานขับไล่รุ่น 'Valkyrie-X' ประจำตัวของคุณด้วยแล้ว ถ้าผมไม่ตรวจสอบค่าความต้านทานของเกราะพลังงานให้ละเอียดถึงระดับไมครอน เกิดบินไปเจอพายุโซนาร์ในเขตน่านฟ้านอกระบบขึ้นมา ผมคงโดนคุณเทศนายาวสามวันสามคืนแน่ๆ ครับ" เซราฟินาแค่นเสียงในลำคอเบาๆ เธอก้าวเท้าลงบันไดเหล็กทีละขั้น เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดัง *ก๊อก... ก๊อก...* สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง เธอดึงถุงมือหนังสังเคราะห์ออก เผยให้เห็นเรียวหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการฝึกฝน ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโครงสร้างยานรบสีเงินยวงที่ถูกถอดชิ้นส่วนออกครึ่งลำ "นายรู้ใช่ไหมว่าภารกิจสัปดาห์หน้าไม่ได้เป็นการลาดตระเวนธรรมดา สภาความมั่นคงส่งข่าวกรองลับมาว่ากลุ่มกองโจรไซเบอร์ 'Phantom Vector' อัปเกรดระบบเจาะเกราะรุ่นใหม่มาแล้ว ยานลำนี้คือชีวิตของฉัน และ... นายคือคนเดียวที่ฉันไว้ใจให้แตะต้องมัน" ประโยคหลังเธอพูดเสียงเบabลงเล็กน้อย ดวงตาสتคมกริบช้อนขึ้นสบตากับผม ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง นี่คือเสน่ห์ของเซราฟินา ความเข้มแข็งที่ปกป้องความเปราะบางภายใน และความเชื่อใจที่เธอไม่เคยเอ่ยปากบอกใครตรงๆ "ผมเข้าใจดีครับ" ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงจังพอๆ กัน "เพราะฉะนั้น ผมถึงไม่ได้แค่ 'ซ่อม' ให้มันกลับมาสภาพเดิม... แต่ผมกำลัง 'อัปเกรด' มันต่างหากล่ะครับ" คิ้วเรียวสวยของเธอยกขึ้นทันที "อัปเกรด? ในเอกสารอนุมัติงบประมาณ มันระบุแค่การซ่อมบำรุงตามรอบไม่ใช่เหรอ นายเอาทรัพยากรมาจากไหนมาปรับแต่งเพิ่ม" ผมยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ก่อนจะเคาะนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรม หน้าจอหลักเปลี่ยนเป็นภาพโครงสร้างสามมิติของยาน Valkyrie-X ที่ถูกครอบทับด้วยเส้นใยสีทองแดงเรืองแสง "ทรัพยากรน่ะเหรอครับ ก็มาจากเศษเหล็กเหลือใช้จากโกดังสามที่ท่านหัวหน้าเซราฟินาเซ็นอนุมัติให้ผม 'คัดแยกขยะ' เมื่อวานยังไงล่ะครับ" ผมกระพริบตาทีหนึ่งอย่างอารมณ์ดี "ในมือของวิศวกรขี้เกียจ... ขยะชิ้นหนึ่งก็คือวัตถุดิบชั้นเลิศ หากเราคำนวณอัตราส่วนการผสมคาร์บอนนาโนทูบเข้ากับแผ่นซับแรงกระแทกแม่เหล็กไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ" ผมกดปุ่มEnter ระบบจำลองภาพแสดงผลการทดสอบทันที โครงสร้างยานรบจำลองถูกยิงด้วยกระสุนพลาสมาความเข้มข้นสูง แต่แทนที่เกราะจะทะลุเหมือนเคย คลื่นพลังงานสีทองกลับกระจายแรงกระแทกออกไปด้านข้างอย่างไร้รอยต่อ "นี่คือ 'ระบบสะท้อนความเสียหายเชิงรับ' (Reactive Phase-Shift Armor) ที่ผมแอบติดตั้งเพิ่มเข้าไปครับ มันจะทำหน้าที่ดูดซับพลังงานจากการโจมตีของศัตรู แล้วแปลงเป็นพลังงานสำรองป้อนกลับเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน... พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งพวกมันยิงคุณแรงเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งบินหนีหรือสวนกลับได้เร็วขึ้นเท่านั้นครับ" เซราฟินาจ้องมองภาพจำลองบนหน้าจอด้วยความอึ้งงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกวาดสายตามองรายละเอียดโค้ดนับล้านบรรทัดที่วิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว สมองระดับหัวกะทิของเธอย่อมมองออกทันทีว่าสิ่งที่ผมทำนั้นไม่ใช่แค่การดัดแปลงเล่นๆ แต่มันคือผลงานวิศวกรรมระดับอัจฉริยะที่สามารถพลิกสถานการณ์ความเป็นความตายในสนามรบได้เลยทีเดียว เธอนิ่งเงียบไปเกือบสิบวินาที ก่อนจะหันกลับมามองหน้าผม สีหน้าที่เคยเย็นชาตอนนี้เจือด้วยความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา "นาย... เป็นใครกันแน่ ลีโอ" เสียงของเธอแผ่วเบาลง "คนธรรมดาที่เก่งแค่เขียนโปรแกรมไม่สามารถออกแบบสถาปัตยกรรมพลังงานระดับนี้ได้หรอกนะ นายซ่อนอะไรไว้อีก" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสมตามมารยาทของสุภาพบุรุษ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบประแจขึ้นมาหมุนน็อตตัวสุดท้ายของเกราะข้างลำตัวยาน "ผมก็แค่... ชายหนุ่มผู้รักความสงบและเกลียดความยุ่งยากคนหนึ่งเท่านั้นเองครับ หัวหน้า การที่ผมทำให้คุณปลอดภัย กลับมาทานกาแฟด้วยกันได้ทุกวัน นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของวิศวกรอย่างผมแล้วล่ะครับ" เซราฟินายังคงจ้องมองผมนิ่ง เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่แววตาที่มองมานั้นไร้ซึ่งความระแวง มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอุ่นหนาขึ้นในอกของหญิงสาวผู้แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า *กริ๊ง!* จังหวะนั้นเอง เสียงเตือนความถี่สูงจากระบบโครงข่ายส่วนกลางของฐานทัพก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันเงียบงัน หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดในห้องซ่อมบำรุงกะพริบเป็นสีแดงฉานทันที พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรสีเลือด `[WARNING: ระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกถูกละเมิด]` `[สัญญาณชีวภาพที่ไม่รู้จัก: 1,420 ยูนิต กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตกักเก็บโซน 4]` `[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบรหัสผ่านลับของหน่วยปฏิบัติการเงา 'Ares-Zero' ที่ถูกลบไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนกำลังถูกใช้งาน]` เซราฟินาหน้าถอดสีทันที เธอหันขวับมองหน้าผมด้วยความตกใจขีดสุด "Ares-Zero? เป็นไปไม่ได้! หน่วยนั้นตายสนิทไปตั้งแต่สงครามกวาดล้างครั้งใหญ่แล้ว ใครเป็นคนปลุกมันขึ้นมา..." ผมหรี่ตาลง รอยยิ้มสบายๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ปลายนิ้วที่ถือประแจอยู่หยุดนิ่งสนิท เมื่อระบบภายในสมองของผมเริ่มคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมด และพบว่าปมปริศนาที่ผมพยายามหลบเลี่ยงมาตลอด... กำลังเดินมาเคาะประตูห้องซ่อมบำรุงด้วยตัวเองแล้ว *ตึง!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวมาจากทางประตูด้านนอก แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราวลงมาทับโครงยานรบ และก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงประกาศจากระบบAIกลางก็ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ชีวิต `[ตรวจพบการเข้าถึงห้องควบคุมหลักโดยผู้มีสิทธิ์สูงสุด: รหัสผ่านยืนยัน... "โปรแกรมเมอร์แห่งศูนย์กลางศูนย์"]` ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%