หน้าจอมอนิเตอร์โฮโลแกรมตรงหน้าผมกำลังกะพริบเป็นสีแดงฉาน สัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังระรัวระงมไปทั่วทั้งห้องนักบินจำลองของยานลาดตระเวนชั้น 'ไอเกอร์' แรงจีจากการเร่งความเครื่องยนต์ควอนตัมแบบฉับพลันซัดร่างของผมให้จมดิ่งลงกับเบาะไฮโดรลิกจนหายใจแทบไม่ออก ตัวเลขการคำนวณความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากระโดดพุ่งทะยานราวกับกราฟหุ้นติดจรวด ทั้งที่ตามแผนการทดสอบการบินในวันนี้ เราควรจะลอยลำอยู่อย่างสงบในเขตน่านฟ้าทดสอบภาคพื้น C-4 ที่ปราศจากสิ่งกีดขวางใดๆ เสียด้วยซ้ำ
"ลีโอ! รายงานสถานการณ์เดี๋ยวนี้! ระบบขับเคลื่อนหลักทำไมถึงดึงพลังงานจากเตาปฏิกรณ์เกินพิกัดถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนี้!"
เสียงของเซราฟินาตะโกนฝ่าเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น ใบหน้าสวยคมของหัวหน้าแผนกยุทธการเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเป็นปม เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าของเธอ ดวงตาคู่สวยจ้องมองสถิติบนจอควบคุมด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างสุดความสามารถ มือเรียวยาวกำลังรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์แสงเพื่อพยายามตัดการเชื่อมต่อฉุกเฉิน แต่ทว่า...
"ตัดไม่ได้ครับคุณเซราฟินา!" ผมตอบกลับเสียงดังแข่งกับเสียงไซเรน พร้อมกับใช้นิ้วปัดหน้าต่างโค้ดโปรแกรมสีเขียวมรกตเข้าหาตัวเพื่อตรวจสอบต้นตอของปัญหา "ระบบควบคุมการบินถูกล็อกด้วยสิทธิ์ระดับสูงสุด... รหัสผ่านที่ใช้ยืนยันตัวตนเมื่อสักครู่ ไม่ใช่รหัสของผม หรือแม้แต่รหัสของศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินครับ"
นิ้วมือของผมขยับพลิ้วไหวบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยความเร็วสูงสุด ในฐานะอดีตโปรแกรมเมอร์มือฉมังที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างวิศวกรฝึกหัด แม้ผมจะรักความสบายและมักจะหาทางลัดในการทำงานอยู่เสมอ แต่เมื่อถึงเวลาวิกฤต สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดและความรอบคอบก็ทำงานอย่างเต็มพิกัด ผมไล่สายตาผ่านโค้ดคำสั่งนับแสนบรรทัดที่กำลังไหลผ่านหน้าจออย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งไปสะดุดตากับชุดคำสั่งแปลกปลอมที่ถูกฝังไว้อย่างแนบเนียน
`[ตรวจพบการเข้าถึงห้องควบคุมหลักโดยผู้มีสิทธิ์สูงสุด: รหัสผ่านยืนยัน... "โปรแกรมเมอร์แห่งศูนย์กลางศูนย์"]`
ข้อความแจ้งเตือนสีแดงสดที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลักเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้ ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ รหัสผ่านนั้น... มันไม่ใช่รหัสผ่านของระบบอัตโนมัติ แต่มันคือลายเซ็นดิจิทัลเฉพาะตัว บุคคลนิรนามคนนี้ไม่ได้แค่เจาะระบบเข้ามา แต่เขากำลังจงใจ "ลาก" ยานลาดตระเวนลำนี้พุ่งตรงไปยังเขตก่อกวนสัญญาณแม่เหล็กอวกาศลึกที่อันตรายที่สุด
"ใครบางคนกำลังควบคุมยานลำนี้จากภายนอก... หรือไม่ก็มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในระบบเครือข่ายวงในของเราครับ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ แม้ในใจจะเริ่มคิดคำนวณความเป็นไปได้ในการรอดชีวิตที่มีค่าต่ำกว่าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม
เซราฟินาหันขวับมามองผม แววตาของเธอดุจดั่งใบมีดที่คมกริบ "นายหมายความว่ายังไง ลีโอ? ระบบรักษาความปลอดภัยของฐานทัพเราหนาแน่นที่สุดในเขตดาราจักรนี้ ไม่มีทางที่ใครจะเจาะเข้ามาได้ง่ายๆ เว้นแต่..." เธอกลืนน้ำมันลายลงคออย่างยากลำบาก "เว้นแต่จะมีคนวงในคอยเปิดประตูหลังให้"
"ถูกต้องครับ และดูเหมือนว่าเป้าหมายของเขาจะไม่ใช่แค่การทำลายยานทดสอบลำนี้ทิ้งเฉยๆ" ผมพยักหน้ารับพลางปัดหน้าจอแสดงผลแผนที่ดาราจักรขึ้นตรงกลางระหว่างเรา "สังเกตเส้นทางเดินเรือที่เรากำลังพุ่งไปสิครับ จุดหมายปลายทางอัตโนมัติที่ถูกโปรแกรมทับไว้... คือ 'หลุมดำพรางตาเซกเตอร์เจ็ด' ที่ขึ้นชื่อเรื่องการกลืนกินสัญญาณทุกชนิด"
บรรยากาศภายในห้องนักบินจำลองพลันเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงกะพริบเตือนภัยของระบบที่ยังคงดังระรัวเป็นจังหวะ หัวใจของผมเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักผสานกับความตึงเครียดทำให้แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ นี่ไม่ใช่การทดสอบการบินเพื่อเก็บข้อมูลสถิติธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือ "กับดักมรณะ" ที่ถูกเซ็ตอัพขึ้นอย่างประณีต เพื่อกำจัดพยานหรือคนที่รู้ความลับบางอย่างออกไปจากสารบบ
"แล้วเราจะทำยังไงกันดี ลีโอ?" เซราฟินาถามเสียงแผ่วลงเล็กน้อย ความเยือกเย็นและมาดมั่นแบบผู้บังคับบัญชาสาวในยามปกติเริ่มสั่นคลอน เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมและความคาดหมาย เธอหันมามองหน้าผมราวกับฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่วิศวกรฝึกหัดผู้ขึ้นชื่อเรื่องความขี้เกียจแต่กลับพึ่งพาได้เสมอในยามคับขัน
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับแว่นตาออปติคัลบนสันจมูกเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นบางเบา แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่อารมณ์ขันแบบเด็กดีและนิสัยชอบหาทางหนทีไล่ก็ยังคงทำงานตามปกติ
"ใจเย็นๆ ครับคุณเซราฟินา..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เพื่อคลายความตึงเครียดให้หญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง "ในเมื่อพวกเขาอุตส่าห์ลงทุนเขียนโปรแกรมระดับปรมาจารย์มาต้อนรับเราถึงที่นี่ทั้งที ในฐานะโปรแกรมเมอร์รุ่นพี่... เราก็คงต้องเสียมารยาท 'แฮกกลับ' ไปทักทายเจ้าบ้านเขาสักหน่อยแล้วล่ะครับ"
นิ้วมือทั้งสิบบนมือจับโฮโลแกรมเริ่มขยับรัวอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม ผมเปิดหน้าต่างคำสั่งลับที่ซ่อนไว้ใต้ชั้นข้อมูลขยะของระบบ พร้อมกับป้อนโค้ดแก้ทางชุดใหม่เข้าไปเพื่อดึงสิทธิ์การควบคุมกลับคืนมาทีละน้อย แรงต้านทานจากระบบปริศนาพยายามผลักดันโค้ดของผมกลับมาอย่างรุนแรงจนหน้าจอโฮโลแกรมสั่นไหวและมีประกายไฟแลบแปลบปลาศออกมาจากแผงวงจรสำรอง
"เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ... แรงกระชากระลอกที่สองกำลังจะมาแล้ว!"
ผมส่งเสียงเตือนเสี้ยววินาทีก่อนที่หน้าจอหลักทั้งหมดจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด มีเพียงแสงไฟสีฟ้าจางๆ จากแผงควบคุมฉุกเฉินที่ส่องสะท้อนใบหน้าอันเคร่งเครียดของพวกเราทั้งสองคน และในความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงสังเคราะห์จากระบบเสียงรอบทิศทางก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่เสียงเตือนภัยเดิม แต่เป็นเสียงดนตรีกล่อมเด็กโบราณที่ถูกเล่นวนซ้ำไปมาอย่างน่าขนลุก พร้อมกับข้อความใหม่ล่าสุดที่ปรากฏขึ้นบนกระจกห้องนักบินโดยไม่มีใครคาดคิด
`[ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... ตัวหมากหมายเลขศูนย์]`
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลีโอและเซราฟินามาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 17
กับดักในห้วงอวกาศลึก
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!