เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นจนโครงสร้างเหล็กชั่วคราวของไซต์งานสั่นสะเทือน เม็ดฝนฤดูมรสุมสาดซัดกระหน่ำลงมาใส่แผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นผิดสัดส่วน ภายในห้องควบคุมงานสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนดวงเดียว บรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยความกดดันที่ร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเตาหลอม
"คุณจะดึงดันอยู่ต่อเพื่ออะไร อาคเนย์? รู้ตัวไหมว่าพายุเข้าเบอร์นี้ สัญญาณโทรศัพท์ตัดขาดไปสิบนาทีแล้ว และถ้าสะพานข้ามคลองตรงทางออกทรุดตัวลง เราจะกลายเป็นมนุษย์ถ้ำยุคไฮเทคติดแหง็กกันอยู่ตรงนี้นะครับ"
รินรดาตวัดเสียงใสเข้าใส่พร้อมกับกอดอกแน่น ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนวิตกกังวล เธอสลัดเสื้อกันฝนเปียกชุ่มโยนลงบนเก้าอี้พับ เผยให้เห็นเสื้อเชิร์ตสีขาวที่แนบลู่ไปกับแผ่นหลังเนื่องจากละอองฝน
อาคเนย์ชายตามองร่างเพรียวบางที่กำลังยืนฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเก่า แว่นตากลมทรงวินเทจถูกดันขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชิน มือหนาวางปากกาหมึกซึมลงบนแปลนกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราwanรูปสลักน้ำแข็ง แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกลับทรยศความนิ่งสงบนั้น
"ถ้าคุณกลัวความมืดหรือกลัวการอยู่ลำพังกับผมสองคนนัก ก็เชิญเดินออกไปลุยพายุโคลนข้างนอกนั่นเองสครับ รินรดา... ไม่มีใครห้ามคุณนี่ครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาและเย้ยหยันถูกพ่นออกมาอย่างไม่ี่รังเกียจที่จะยั่วโมโห อาคเนย์รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตราย และเขาก็เป็นคนดึงดันรั้งเธอไว้จริง ๆ หลังจากเห็นเธอบุกเดี่ยวเข้ามาขุดคุ้ยหาข้อมูลเรื่องความล้มเหลวของโครงการเก่าในอดีตกลางดึก ทว่าลึก and ลงไปในความตั้งใจนั้น เขามีเหตุผลทางวิศวกรรมที่ค้ำคออยู่—ดินรอบฐานรากยังทรตัวไม่คงที่ การปล่อยให้เธอก้าวออกไปตอนนี้เท่ากับการส่งเธอไปเสี่ยงอันตรายชัด ๆ
"นี่คุณ! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ตลอดเลยสินะ ถึงว่าล่ะ... โครงการเก่าถึงพังไม่เป็นท่าเพราะความมั่นหน้ามั่นโหนกของคุณเนี่ยแหละ!"
รินรดาพุ่งเข้าประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวบางตบลงบนพิมพ์เขียวเสียงดังสนั่น ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยอมรับว่าเธอเป็นคนปากจัดและตามตื๊อเขาไม่เลิก แต่การถูกสถาปัตยกรรมหน้านิ่งคนนี้เหยียบย่างเข้ามาในจุดเปราะบางที่สุดในใจ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังเต้นอยู่บนลวดสลิงที่ขาดวิ่น
อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและบุคลิกที่ดูอันตรายทำให้รินรดาเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เขาก้าวเข้าประชิดอย่างเชื่องช้า ทว่าเด็ดขาด กลิ่นหอมจาง ๆ ของฝนผสมกับกลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงและกลิ่นกระดาษเก่าลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงจนแทบหายใจไม่ออก
"ระวังคำพูดของคุณหน่อย รินรดา" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาต่ำ เสียงกระซิบพร่าต่ำกระแทกเข้าโสตประสาทของเธออย่างจัง "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของผมบ้าง... นอกจากข่าวโคมลอยจากพวกสื่อไร้จรรยาบรรณแบบที่คุณทำอยู่"
รินรดาใจกระตุกวูบ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอนั้นใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น—ดวงตาที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดและคราบน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้เอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง เคมีที่เคยปะทะกันด้วยคารมคมคายพลันแปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง
"ฉัน... ฉันแค่อยากรู้ความจริง" เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างไม่ตั้งใจ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อตระหนักว่าเธอกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในเกมจิตวิทยาครั้งนี้
"ความจริงเหรอครับ?" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกครั้ง "ความจริงก็คือ ตอนนี้คุณกับผมติดอยู่ด้วยกัน สัญญาณถูกตัดขาด และความลับที่คุณอยากรู้นักหนา... มันก็อยู่ตรงหน้าคุณนี่ไงล่ะ"
เปรี๊ยะ!
เสียงหม้อแปลงไฟฟ้าด้านนอกระเบิดดังสนั่นตามด้วยความมืดสนิทที่กลืนกินห้องทำงานทั้งห้องในเสี้ยววินาที แสงไฟนีออนดับวูบลง เหลือเพียงแสงวาบจากสายฟ้าที่สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเงาสะท้อนของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอย่างไร้ระยะห่าง
รินรดาเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ มือแกร่งของอาคเนย์คว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงดึงรั้งทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างแน่นอย่างจัง ไออุ่นจากร่างกายของเขาร้อนผ่าวตัดกับความเย็นเยือกของสายฝนด้านนอก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจรดรินของกันและกันที่ดังแข่งกับเสียงฝน อาคเนย์นิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและส่วนโค้งเว้าที่แนบชิดติดแผ่นอก มือใหญ่ที่โอบเอวเธออยู่ไม่ได้ขยับหนี ทว่ากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปในความมืด
"ปล่อยฉัน..." รินรดากระซิบเสียงสั่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความวับWandเร่าร้อนที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนจากชายหนุ่มคนใด
"มืดขนาดนี้... คุณยังกล้าไล I ให้ผมเดินออกไปลุยฝนคนเดียวอยู่อีกหรือเปล่าล่ะครับ?" อาคเนย์กระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเจือรอยเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ปัดเป่าภาพลักษณ์สถาปนิกผู้เคร่งขรึมจนหมดสิ้น ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
รินรดาเงยหน้าขึ้นในความมืด ดวงตาสองคู่ประสานกันผ่านแสงวาบวาบจากสายฟ้าภายนอก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว ทว่าปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของอาคเนย์กลับแตะเบาลงบนริมฝีปากของเธอเพื่อหยุดคำพูดทุกคำ
"ชูว์... เงียบก่อนครับ"
สายตาของอาคเนย์เปลี่ยนไป มันลุ่มลึก เย้ายวน และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์ที่เขาสร้างขึ้นมา ปลายจมูกโด่งคมเฉียบคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มเนียนใส กลิ่นกายหอมสะอาดของเธอผสมผสานกับความชื้นของฝน ยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบที่เขาพยายามกดทับไว้ตลอดหลายปีให้ตื่นขึ้น
รินรดานิ่งงัง สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก เคมีที่เคยพุ่งชนกันด้วยความเกลี้ยกล่อมและทิฐิมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงแรงดึงดูดทางกายภาพที่รุนแรงจนน่ากลัว ปลายนิ้วของเขาที่แตะอยู่บนริมฝีปากเริ่มเคลื่อนไหวแผ่วเบา ลูบไล้กรอบหน้าเธออย่างทะนุถนอมในแบบที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายปากร้ายคนนี้
"คุณมัน..." รินรดาเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้นกลาง
ฉับพลันนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่ออาคเนย์ที่แทรกผ่านพายุเข้ามา
"คุณอาคเนย์! อยู่ข้างในไหมครับ! แย่แล้วครับ ทางเข้าหลักถล่มลงมาแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาอันร้อนระอุไปพร้อมกับพวกเขานะครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 6
คืนพายุเข้ากับเราสองคน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!