"ถ้าคุณคิดว่าการยืนกอดอกมองหน้าผม จะช่วยให้โครงการมูลค่าพันล้านนี้มันงอกเงาขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องแก้แบบ... คุณก็คิดผิดถนัดแล้วล่ะครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจงใจกดต่ำลงจนน่าฟัง อาคเนย์ขยับตัวเข้าหาโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นจนเห็นแนวเส้นเลือดที่ข้อมือชัดเจน แววตาสีเข้มหลังกรอบแว่นสายตาคมกริบราวกับกำลังประเมินราคาชีวิตของคนตรงหน้า ทว่าหญิงสาวกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอกลับยกยิ้มมุมปาก ชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นสลอนราวกับมันคือบัตรผ่านประตูวีไอพี
"พันล้านหรือจะสู้ปากกาของนักเขียนสืบสวนสอบสวนอย่างฉันคะ... เอ้ย... อย่างผม เอ๊ย ช่างมันเถอะครับ!" รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดสำเนียงคุ้นชินออกมา แต่ดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้นกลับฉายแววเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด "คุณจะไล่ฉันตะโกนก้องสำนักงานให้พนักงานสถาปนิกเกือบครึ่งร้อยหันมามองว่า *'สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลพยายามปิดบังความลับเรื่องโครงสร้างวิหารเก่า'* หรือจะยอมให้ฉันนั่งเงียบๆ เป็นเงาตามตัวคุณไปทุกที่ตลอดสัปดาห์นี้... เลือกเอาครับ อาคเนย์"
หมัดฮุกน็อกเอาต์ที่เธอจงใจย้อนเอาคำพูดของเขามาใช้เล่นงาน ทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน อาคเนย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รินรดากล้าดียังไงถึงเอาเรื่องความผิดพลาดในอดีตมาขู่เขาเรื่องการตรวจไซต์งานก่อสร้างโบราณสถานชิ้นสำคัญ ความลับที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ซากปรักหักพังเมื่อสามปีก่อนกำลังถูกผู้หญิงปากร้ายคนนี้ขุดขึ้นมาเล่นสนุกเสียแล้ว
เขาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับชั้นวางโมเดลจำลองสถาปัตยกรรม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วบดลอยเข้าแตะจมูก จนเธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ อาคเนย์โน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยอยู่เสมอนั้นอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความหวาดกลัว
"คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะครับ ที่ถือไพ่เหนือกว่าผม" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "แต่การปล่อยให้หมาป่าเข้ามาร, อ้อ... ขออภัยครับ ให้สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างคุณเดินตามตูดผมไปทุกที่ มันอาจจะอันตรายกว่าที่คุณคิด... คุณอาจจะไม่ได้กลับออกไปพร้อมกับต้นฉบับนิยาย แต่อาจจะได้ความลับที่ไม่อยากรู้ติดตัวจนนอนไม่หลับไปตลอดชีวิตแทน"
"อุ๊ย น่ากลัวจังเลยค่ะ... อ้ะ! ครับ!" รินรดาแกล้งทำเป็นสะดุ้งตกใจ ก่อนจะยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่กั้นทางหนีของเธอเอาไว้ สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงผ่านเนื้อผ้าทำเอาเธอใจสั่นไหววูบหนึ่ง แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าสู้สายตาอย่างไม่ลดละ "ถ้าระดับอาคเนย์คนดังกลัวความลับรั่วไหลจนต้องขู่ฉันแบบนี้ แสดงว่าเรื่องที่โครงสร้างโบราณสถานนั่นมีรอยร้าวซ่อนอยู่... มันเป็นเรื่องจริงสินะคะ เอ๊ย! ครับ!"
อาคเนย์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองชั่วอึดใจ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมละสายตาหนี รินรดารู้ดีว่าเธอกำลังเล่นกับไฟ แต่เธอก็ต้องการข้อมูลดิบระดับวงในเพื่อไปเขียนนิยายตีแผ่เบื้องหลังวงการสถาปนิกตามที่สำนักพิมพ์ต้องการเช่นกัน และอาคเนย์คือเป้าหมายเดียวที่รู้ดีที่สุด
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รอยยิ้มเยັນยะเยือกปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุกในความอวดดีของเธอ
"อยากตามผมนักใช่ไหมครับ?" อาคเนย์ผายมือออกเชิงอนุญาตด้วยท่าทางสุภาพบุรุษจอมปลอม "ได้... ในเมื่อคุณอยากรู้นักว่าผมทำอะไรกับตึกเก่าหลังนั้น เชิญครับ พรุ่งนี้ตีห้ามุ่งหน้าไปไซต์งานที่อยุธยาด้วยกัน หวังว่ารองเท้าผ้าใบราคาแพงของคุณจะทนโคลนทนฝุ่นได้ดีพอกับฝีปากนะคะ... เอ่อ... พอกับฝีปากของคุณนะครับ"
รินรดายิ้มกว้างอย่างผู้ชนะทันที "สบายมากค่ะ... ครับ! เรื่องลุยโคลนฉันถนัดอยู่แล้ว ว่าแต่... คุณช่วยกรุณาขับรถนิ่มๆ หน่อยนะครับ ไม่งั้นฉันอาจจะเผลออเจียนใส่เบาะหนังราคาแพงของคุณเอาได้"
"ถ้าคุณกล้าทำแบบนั้น ผมจะโยนคุณลงข้างทางแล้วให้เดินเท้ากลับกรุงเทพฯ คนเดียวแน่ครับ" อาคเนย์สวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานเพื่อตัดบทสนทนาอันน่าปวดหัวนี้เสียที
ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อมา...
ภายในรถยนต์อเนกประสงค์คันหรูที่แล่นฝ่าสายฝนปรอยๆ ลงสู่ถนนสายเอเชีย บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดานั่งกอดอกมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง แม้ปากจะบอกว่าถนัดเรื่องลุยโคลน แต่สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจกับอาการเมาถนนเล็กน้อยก็เริ่มเล่นงานเธอจนใบหน้าเนียนเริ่มซีดเผือด เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามไม่แสดงอาการอ่อนแอให้อาคเนย์เห็นเด็ดขาด
ทว่า สถาปนิกหนุ่มที่นั่งขับรถอยู่ข้างๆ กลับเหลือบสายตามองอาการของเธอผ่านกระจกมองหลังอยู่เป็นระยะ สีหน้าของเขาไม่ได้เยชาไร้ความรู้สึกอย่างที่ทำเป็นเก๊กใส่เมื่อวาน อาคเนย์ขยับมือปรับระดับแอร์ให้เบาลง พร้อมกับเอื้อมไปหยิบขวดน้ำแร่เปิดฝาแล้วส่งให้คนปากเก่งที่นั่งเงียบมาตลอดทาง
"ดื่มซะหน่อยสิครับ หน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้น เดี๋ยวจะหาว่าผมใจร้ายทรมานนักเขียนจนเป็นลมคาไซต์งานก่อนได้ข้อมูล"
รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ เธอยื่นมือมารับขวดน้ำด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ต่างจากเมื่อวานราวฟ้ากับเหว "ข... ขอบคุณค่ะ... เอ๊ย! ครับ" เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ เมื่อเผลอหลุดเสียงสั่น ยอมรับเลยว่าภายใต้มาดนิ่งๆ และปากร้าย อาคเนย์กลับมีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างประหลาด สมกับที่เป็นสถาปนิกผู้หมกมุ่นกับทุกสัดส่วนจริงๆ
รถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทบริเวณหน้าไซต์งานบูรณะอาคารโบราณสถานขนาดใหญ่ โครงสร้างไม้สักทองโบราณที่ถูกค้ำยันด้วยเหล็กกล้าทันสมัยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางความเวิ้งว้างของสายฝนที่เริ่มซาลง อาคเนย์ดับเครื่องยนต์และหันมามองหน้าหญิงสาวที่กำลังสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ
"ถึงแล้วครับ บทเรียนราคาแพงบทแรกของคุณกำลังจะเริ่มขึ้น อยากจะเปลี่ยนใจเดินกลับไปขึ้นรถแล้วกลับกรุงเทพฯ ตอนนี้เลยไหมครับ?" อาคเนย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่แฝงแววท้าทาย
รินรดาสูดหายใจเฮือกใหญ่ เธอดึงฮู้ดเสื้อกันฝนขึ้นคลุมศีรษะ ปรับสีหน้าให้กลับมามั่นใจอีกครั้งก่อนจะหันไปยิ้มกวนประสาทใส่เขาเหมือนเดิม "คนอย่างรินรดา ไม่เคยถอยหลังให้ใครหรอกค่ะ... ครับ! นำทางไปเลยสถาปนิก"
ทั้งคู่ก้าวลงจากรถพร้อมกัน ฝ่าละอองฝนที่โปรยปรายลงมาบางเบา อาคเนย์เดินนำหน้าเธอไปไม่กี่ก้าวเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของโครงสร้างค้ำยันชั่วคราว ทว่าในจังหวะที่เขากำลังก้าวผ่านซุ้มประตูไม้เก่าแก่ที่เคยเกิดเหตุการณ์ถล่มเมื่ออستปีก่อน สายตากลับเหลือไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ตรงรอยต่อของคานรับน้ำหนัก
"ระวัง!"
อาคเนย์ตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งตัวคว้าข้อแขนของรินรดากระชากเข้ามาหาตัวอย่างแรง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาเต็มรัก กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นฝนอบอวลไปทั่วความรู้สึก ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงลั่นเปรี๊ยะของเนื้อไม้โบราณเหนือหัวก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว!
เศษไม้และฝุ่นปูนจำนนวนหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากเพดานด้านบน เฉียดหัวไหล่ของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ท่ามกลางความตกใจและฝุ่นตลบอบol รินรดาซุกหน้าอยู่กับแผงอกของอาคเนย์ หัวใจเต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเศษไม้ที่ร่วงลงมา... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากอ้อมกอดที่โอบรัดเธอไว้แน่น และเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้จนแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกัน
อาคเนย์ก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและความระแวง บัดนี้กลับฉายแววความตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น สายตาประสานกันนิ่งนานท่ามกลางซากปรักหักพังที่โปรยปราย
"คุณ... เจ็บตรงไหนไหมครับ?" เสียงกระซิบพร่าต่ำของเขาดังขึ้นชิดริมฝีปากเธอ
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเปล่งคำตอบใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่ออาคเนย์ก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลังของซุ้มประตู
"คุณอาคเนย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ทีมวิศวกรไปเจอ... โครงสร้างเหล็กหลักของฐานรากด้านในมีรอยร้าวทะลุผ่านจุดเซฟตี้ทั้งหมดแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาอันร้อนระอุไปพร้อมกับพวกเขานะครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 5
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!