พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 4

แปลนบ้านที่ไร้ที่มา

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงที่ถูกกักเก็บมานานนับทศวรรษลอยปะทะเข้ากับปลายจมูกทันทีที่ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้าย ความมืดมิดเบื้องล่างไม่ได้น่ากลัวเท่ากับแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มที่หยุดยืนนิ่งรากับรูปปั้นหิน อาคเนย์เอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟบนผนัง แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจึงกะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะส่องให้เห็นสภาพภายในห้องใต้ดินที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องเก็บเอกสารและแปลนโครงสร้างโบราณ รินรดากวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างพินิจพิจารณา เอกสารกระดาษไขสีเหลืองกรอบถูกจัดเก็บเข้าแฟ้มไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าความสนใจของเธอกลับถูกดึงดูดด้วยโต๊ะเขียนแบบไม้สักตัวใหญ่กลางห้อง บนนั้นมีม้วนกระดาษแปลนแปลกปลอมวางกางไว้ ราวกับมีใครจงใจทิ้งมันไว้ต้อนรับการมาเยือนของพวกเขา "คุณพาฉันมาดูห้องเก็บขยะนี่ หรือตั้งใจจะพามาอำพรางคดีกันแน่ครับ คุณอาคเนย์" น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่แต่แฝงความระแวดระวังดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดากอดอกมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งเงียบผิดปกติ ไหล่กว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่อาจล่วงรู้ "ถ้าไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ ก็หุบปากแล้วเดินเข้ามาดูให้เต็มตา" อาคเนย์หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววเคร่งเครียดจนน่ากลัว สันจมูกโด่งเป็นสันนูนรับกับกรามคมที่ขบเข้าหากันแน่น "สิ่งที่คุณกำลังสงสัย... มันอยู่ในม้วนกระดาษตรงนั้น" นักเขียนสาวเลิกคิ้วเรียวขึ้นสูง ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวนั้นโดยไม่เกรงกลัวรัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวภายใต้เล็บเจลสีนู้ดจัดการคลี่ม้วนกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ออกให้พ้นจากการพับทบ ทว่าทันทีที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองลายเส้นสถาปัตยกรรมเบื้องหน้า ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ร่างเพรียวแข็งทื่อไปชั่วขณะ พิมพ์เขียวแผ่นนี้ไม่ใช่แปลนของอาคารพาณิชย์สามชั้นที่เธอกำลังเขียนสารคดีตีแผ่อยู่ในขณะนี้ แต่มันคือแปลนโครงสร้างของ "อาคารประวัติศาสตร์" ที่เคยเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมถล่มทับคนงานเมื่อสิบปีก่อน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... ลายเซ็นมุมขวาล่างของกระดาษ กลับเป็นลายเซ็นของ "อาจารย์ธนา" สถาปนิกอาวุโสผู้ล่วงลับ และเป็นผู้มีพระคุณที่อาคเนย์นับถือดั่งพ่อบังเกิดเกล้า "นี่มัน..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก "แปลนนี้ถูกแก้ไขโครงสร้างรับน้ำหนักอย่างจงใจ... เสาหลักทางทิศตะวันตกถูกลดสเปกเหล็กเส้นลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่วันแรกที่เริ่มออกแบบ ทั้งๆ ที่โครงการนี้... อาจารย์ธนาเป็นคนควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวเองทั้งหมดไม่ใช่เหรอครับ" อาคเนย์ก้าวเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะไม้โดยอัตโนมัติ พื้นที่ระหว่างเขากับเธอบีบแคบลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ มือหนาทั้งสองข้างวางทับลงบนขอบโต๊ะกักขังเธอไว้ตรงกลาง ราวกับต้องการป้องกันไม่ให้เธอหนีความจริงข้อนี้ไปไหนได้ "คุณฉลาดเกินไปแล้วนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนาน "คุณรู้ไหมว่าการที่คุณก้าวล่วงเข้ามาในพื้นที่นี้... มันหมายความว่าอะไร" "หมายความว่าคุณกำลังปกปิดความลับบางอย่างที่อาจทำลายชื่อเสียงของสถาปนิกชื่อดัง หรือ... กำลังปกปิดความผิดพลาดของตัวเองกันแน่ครับ" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาของอาคเนย์ในยามนี้ช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน "ผมไม่ได้ปกปิดความผิดของตัวเอง..." อาคเนย์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกับสันจมูกรั้นของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนรินรดาต้องหลบสายตา "แต่ผมกำลังปกปิดความจริงที่ว่า... คนที่แก้ไขแปลนบ้านหลังนี้ เพื่อแลกกับการล้างมลทินให้ตระกูลของผม ไม่ใช่อาจารย์ธนา... แต่เป็นตัวผมเองเมื่อสิบปีก่อนต่างหาก" คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับความจริงอันโหดร้ายทำเอารินรดาเบิกตากว้าง สมองของเธอนึกประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว สถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชาและสมบูรณ์แบบคนนี้ แท้จริงแล้วแบกรับความรู้สึกผิดบาปในฐานะฆาตกรทางอ้อมมาตลอดทศวรรษอย่างนั้นหรือ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกันในความเงียบงัน รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป เธอยกมือขึ้นแตะแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่สั่นไหวรุนแรงไม่แพ้กัน "ถ้าอย่างนั้น... ทำไมคุณถึงพาฉันมาเห็นหลักฐานชิ้นนี้ ทำไมคุณถึงยอมเปิดปากบอกความจริงกับคนที่จ้องจะขุดคุ้ยข่าวฉาวของคุณล่ะครับ อาคเนย์" อาคเนย์จ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววสับสนระคนเห็นใจ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความอ่อนล้าชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างขมขื่น นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของหญิงสาวออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นสร้างกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วผิวเนื้อของรินรดา "เพราะผมไม่อยากวิ่งหนีความจริงอีกต่อไปแล้ว... และเพราะผมรู้ว่า ต่อให้ผมพยายามผลักไสคุณออกไปแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันหยุดขุดคุ้ยเรื่องนี้จนกว่าจะเจอความจริง" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกใจ "เรามาทำข้อตกลงกันเถอะ รินรดา..." "ข้อ... ข้อตกลงอะไรครับ" เธอถามเสียงสั่น พยายามควบคุมสติที่ไม่รักดีให้กลับมาเข้าที่ "ช่วยผมเปิดโปงเบื้องหลังความเน่าเฟะของบริษัทสถาปนิกค่ายนั้นซะ แล้วผมจะยอมให้คุณเขียนข่าวฉาวเกี่ยวกับตัวผมได้ทุกอย่างตามใจชอบ..." อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่มของเธออยู่รอมรอม "แต่ก่อนที่เราจะเริ่มเกมนั้น... คุณช่วยตอบผมก่อนได้ไหม ว่าหัวใจของคุณตอนนี้ มันเต้นแรงเพราะแปลนบ้านหลังนี้ หรือเพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณกันแน่" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดเพื่อโต้แย้งกับคำถามอันตรายที่จู่โจมเข้ามาอย่างไร้การตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดทางขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของอาคเนย์ด้วยน้ำเสียงร้อนรนและคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากด้านบน "คุณอาคเนย์ครับ! แย่แล้วครับ! ตำรวจกองปราบปรามมาที่สำนักงานแล้วครับ พวกเขามีหมายค้นห้องทำงานของคุณ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาอันร้อนระอุไปพร้อมกับพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%