พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 22

การปกป้องที่มากกว่างาน

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงยางรถยนต์กรีดร้องเสียดสีกับพื้นผิวถนนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่หลุดจากการกักขัง ร่างของรินรดาชาวาบไปถึงไขสันหลังเมื่อแสงไฟหน้ารถสีดำสนิทคันนั้นสาดส่องทะลุกระจกหลังเข้ามาจนสว่างจ้า ทุกอย่างรอบตัวบีบแคบลงเหลือเพียงเศษเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นและความตาย "ริน!" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งของอาคเนย์แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด สัญชาตญาณดิบของสถาปนิกหนุ่มทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวเธอในจังหวะเดียวกับที่แรงกระแทกมหาศาลปะทะเข้ากับท้ายรถคันเก่งอย่างจัง แรงเหวี่ยงนั้นรุนแรงพอจะทำให้โลกทั้งใบหมุนเคว้ง รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองถูกเหวี่ยงหลุดจากวงโคจร ทว่าก่อนที่ศีรษะของเธอจะกระแทกเข้ากับคอนโซลหน้ารถ วงแขนแข็งแกร่งราวกับคานเหล็กกล้าก็คว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรง พร้อมกับที่เขาใช้แผ่นหลังกว้างของตัวเองปกป้องเธอจากการชนกระแทกเบื้องหน้า โครม! เสียงโลหะบิดตัวและกระจกแตกกระจายดังสนั่นก้องกังวาน บรรยากาศภายในห้องโดยสารอบอวลไปด้วยกลิ่นไหม้ของยางและไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากฝากกระโปรงหน้า รินรดาซบหน้าอยู่กับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวด้วยจังหวะการหายใจถี่กระชั้น ความอบอุ่นจากร่างกายของอาคเนย์ที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาช่วยดึงสติเธอให้กลับคืนมา มือเรียวบางที่สั่นเทาเผลอขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "คุณ... คุณอาคเนย์!" เธองوตัวด้วยความตกใจ หายใจหอบถี่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา "คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า!" อาคเนย์กัดฟันกรอด ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากหัวไหล่ด้านขวาที่กระแทกเข้ากับพวงมาลัยรถอย่างจัง รสฝาดเลือดจางๆ คลุ้งอยู่ในโพรงปาก แต่เขากลับไม่สนใจความเจ็บปวดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าหวานซีดเผือดของหญิงสาวด้วยความวิตกกังวลระคนโล่งอก มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ อย่างลืมตัว เป็นการปลอบประโลมที่หลุดออกมาจากสัญชาตญาณดิบโดยแท้ "ผมไม่เป็นไร... คุณต่างหาก ริน รอดปลอดภัยดีใช่ไหม" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเล็กน้อย เป็นความอ่อนแอเพียงน้อยนิดที่อาคเนย์ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อนในชีวิต "ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย! ฉันไม่เป็นไร!" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำคุ้นชินออกมา แต่ความตระหนกทำให้เธอต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามอย่างลهاลั่ก "ฉันไม่เป็นไรจริงๆ แต่คุณ... หลังคุณกระแทกแรงมากเลยนะ!" สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรอยเลือดซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของเขา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดและตกใจตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอขยับตัวจะผละออกเพื่อสำรวจบาดแผล แต่อาคเนย์กลับกระชับวงแขนกอดรัดเธอแน่นขึ้น ใบหน้าคมคายฝังลงกับลาดไหล่ของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างซอกคอระหงจนเกิดกระแสความวาบหวิวแปลกประหลาดท่ามกลางสถานการณ์คับขัน "อยู่นิ่งๆ ก่อนริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหู "ขอผมแน่ใจก่อนว่าคุณไม่เป็นอะไรจริงๆ" เคมีร้อนแรงที่คุ้นเคยเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง แม้จะอยู่ในซากรถที่พังยับเยิน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันทำให้รินรดาลืมความกลัวไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนไม่รู้ว่าเสียงไหนคือเสียงหัวใจของเธอกันแน่ ระหว่างเธอกับผู้ชายปากร้ายที่เพิ่งเอาชีวิตของตัวเองมาบังกระสุนแห่งความตายให้เธอ "ปล่อยได้แล้วน่า ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะ... เอ่อ ผมไม่ใช่เด็กๆ นะครับ!" รินรดาเริ่มรวบรวมสติและฟอร์มเดิมกลับคืนมาได้ เธอพยายามดันอกแกร่งออกเบาๆ แม้ในใจจะแอบเสียดายไออุ่นจากอ้อมกอดนั้นนิดหน่อยก็เถอะ "แล้วดูสภาพรถคุณสิคะท่านสถาปนิกผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว พังยับเยินขนาดนี้... งานนี้สงสัยต้องคำนวณโครงสร้างกันใหม่หมดจดเลยมั้งครับ" อาคเนย์ค่อยๆ ผلاتตัวออกอย่างไม่เต็มใจนัก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคเหน็บแนมนั้น เขาสบถเบาๆ ในลำคอแล้วหันไปมองกระจกหลังที่แตกละเอียด รถคู่กรณีถอยหลังด้วยความเร็วสูงและหายลับไปจากมุมมืดของตรอกแคบอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงหลักฐานความตั้งใจปองร้ายที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าลายเส้นบนพิมพ์เขียว "รถพังน่ะซ่อมได้ แต่ถ้าคนนั่งข้างๆ เป็นอะไรไป... ผมต่างหากที่จะคำนวณความรู้สึกตัวเองใหม่ไม่ถูก" อาคเนย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่ทำเอาอุณหภูมิบนพวงแก้มของรินรดาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว "พูดจาอะไรของคุณเนี่ย..." เธอเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวบนใบหน้า ปรับน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกร้าวกลบเกลื่อนความเขินอาย "อย่ามาทำเป็นพูดจาเลี่ยนๆ แถวนี้เลยค่ะ... เอ๊ย แถวนี้เลยนะครับ! นี่มันชัดเจนว่ามีคนจงใจสะกดรอยตามเรา แล้วก็พยายามจะเก็บเราให้พ้นทางเรื่องโปรเจกต์ตึกเก่าตระกูลวรภัทรแน่ๆ" อาคเนย์หรี่ตามองร่องรอยการชนที่ด้านท้ายรถ ประกายตาของสถาปนิกหนุ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและเฉียบคม ความวิตกกังวลเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยเป็นจุดอ่อนของเขา บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้ากับความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย "ใช่... มันไม่ได้ตั้งใจแค่เฉี่ยวชน" อาคเนย์เอ่ยเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถที่บิดเบี้ยวออกอย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมามองหน้ารินรดาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "มันต้องการให้เราหยุดสืบเรื่องนี้... แต่เสียดายที่ผมเกลียดที่สุดคือการมีคนมาสั่งให้ผมหยุดทำงานก่อนที่แบบแปลนจะเสร็จสมบูรณ์" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองรอยยิ้มที่มุมปากของอาคเนย์—รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่สถาปนิกธรรมดา แต่เขาคือตัวอันตรายที่พร้อมจะพังทลายทุกอุปสรรคเพื่อปกป้องสิ่งที่เขาสนใจ และดูเหมือนว่า... สิ่งนั้นจะรวมถึงตัวเธอด้วย ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวออกจากซากรถเพื่อสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากปากซอกมืดเบื้องหน้า แสงไฟฉายสว่างจ้าหลายดวงสาดส่องตรงมาที่พวกเขา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ "เฮ้ย! นั่นไงรถเป้าหมาย! ล้อมไว้ให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!" อาคเนย์คว้าข้อมือเล็กของรินรดากระชากให้หลบมาอยู่ด้านหลังทันที ดวงตาคมกริบมองกลุ่มเงาดำนับสิบคนที่พุ่งตรงเข้ามาปิดล้อมเส้นทางหนีทุกด้านอย่างเป็นระบบ และในวินาทีที่เงาดำร่างหนึ่งก้าวออกมาจากแสงไฟ พร้อมกับอาวุธวาววับในมือที่สะท้อนกับแสงจันทร์ อาคเนย์ก็เบิกตากว้างเมื่อจำใบหน้าของคนผู้นั้นได้แม่นยำ—มันคือคนสนิทของ "คุณชายธนา" ผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังตึกร้างที่เขาพยายามขุดคุ้ยความจริง! "วิ่ง!" อาคเนย์คำรามลั่น พร้อมกับออกแรงดึงรินรดากระโจนหนีตายฝ่าวงล้อมออกไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความระทึกขวัญและหัวใจที่เต้นรัวนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%