"ถ้าคุณยังยืนจ้องแบบนี้อีกสามวินาที ฉันจะถือว่าคุณกำลังละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล และเตรียมฟ้องข้อหาใช้สายตาคุกคามทางเพศทางสายตา, คุณอาคเนย์"
เสียงหอบหายใจเล็กน้อยเจือความหงุดหงิดดังขึ้น ทว่ากลับไม่ได้ทำให้คนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูลดละสายตาลงเลยแม้แต่น้อย รินรดาเสยผมปรกหน้าขึ้นอย่างลวกๆ ปลายนิ้วเรียวที่มักจะจรดลงบนแป้นพิมพ์เพื่อขุดคุ้ยความลับในโครงการก่อสร้างระดับชาติ ตอนนี้กลับสั่นระริกโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งคนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนกลิ่นอายเย็นเยียบเจือกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ กำลังโอบล้อมพื้นที่อากาศรอบตัวเธอไว้จนหมดสิ้น
อาคเนย์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษร่างแปลนโครงสร้างตึกเก่า ก่อนจะเลื่อนกลับมาหยุดที่ใบหน้าของนักเขียนสาวที่กำลังพยายามตีสีหน้าแข็งกร้าวใส่เขา
"คุณฟ้องไม่ได้หรอกครับ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น "เพราะในทางกฎหมาย การยืนมองพื้นที่ทำงานของตัวเองในยามวิกาล ไม่ถือเป็นการคุกคาม... เว้นเสียแต่ว่า คนที่กำลังร้อนรนจนต้องหาข้ออ้างกลบเกลื่อนความจริง จะเป็นตัวคุณเอง"
"ฉันไม่ได้ร้อนรน!" เธอสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี "ฉันแค่... กำลังใช้สมาธิวิเคราะห์ความบ้าบอที่คุณทิ้งระเบิดไว้ในแปลนรีโนเวทห้องสมุดเก่าต่างหาก เสาโครงสร้างจุดนั้นมันรับน้ำหนักไม่ได้ คุณก็รู้ดีแก่ใจ ทำไมถึงดันทุรังจะใส่ผนังกระจกนิรภัยลงไปล่ะครับ... อ๊ะ!"
รินรดาเผลอหลุดปากเลียนแบบคำพูดติดปากของเขาด้วยความลืมตัว เมื่อจังหวะที่เธอถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แผ่นหลังบางกลับชนเข้ากับชั้นวางหนังสือขนาดยักษ์โดยไม่ทันตั้งตัว หนังสือสถาปัตยกรรมเล่มหนาหลายเล่มสั่นไหว อาคเนย์ขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมไปยันขอบชั้นหนังสือเหนือศีรษะของเธอไว้ได้อย่างเฉียดฉิว กักร่างของเธอไว้ให้อยู่ในอาณัติโดยสมบูรณ์
เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ
ช่องว่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือ อุณหภูมิในห้องทำงานเงียบสงบยามดึกพลุ่งพล่านขึ้นอย่างไร้สาเหตุ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความใกล้ชิดที่อันตรายเกินบรรยาย หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรัวแรงเสียจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"ปล่อยนะ..." เธอพยายามกดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่ามือที่วางอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตของเขาจะเริ่มกำสาบเสื้อเนื้อดีนั้นแน่นโดยไม่รู้ตัว "คุณอยากให้ฉันเขียนแฉโปรเจกต์นี้พังคามือคุณนักหรือไง ถึงได้ชอบทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้"
"ถ้าผมอยากให้คุณเขียนแฉ ผมคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้หรอกครับ" อาคเนย์ก้มหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยกำแพงหนา กลับไหววับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา "ผมแค่... อยากรู้ว่า ปากเก่งๆ ของคุณเวลานี้ มันจะยังคมเหมือนตอนที่เขียนต้นฉบับโจมตีผมอยู่หรือเปล่า"
คำพูดนั้นไม่ได้เจือรังสีความเป็นศัตรูเหมือนทุกครั้ง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนความมั่นใจของรินรดาจนย่อยยับ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้คือคู่ปรับที่เธอควรจะวิ่งหนีให้ไกลที่สุด คือสถาปนิกผู้กุมความลับอันดำมืดจากอดีตที่เธอกำลังสืบสาวราวเรื่อง แต่น่าแปลก... ในวินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นของเขาเผลอแตะปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยออกจากข้างแก้มของเธออย่างเบามือ ความเกลียดชังและการตั้งแง่ที่เคยมี กลับพังทลายลงราวกับปราสาททรายโดนคลื่นซัด
ความอึดอัดที่เคยคั่นกลางระหว่างพวกเขาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยคำตอบที่ไม่อาจเอ่ยออกมา
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องคดีความและข้อมูลเชิงลึก ตอนนี้กลับขาวโพลน เธอกำลังรู้ใจตัวเอง... และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนักเขียนสาวผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใคร
ก่อนที่บรรยากาศจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงกริ่งเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นลั่นห้อง ทำลายความเงียบและดึงสติทั้งคู่ให้ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่รินรดารีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว
ประวัติศาสตร์และปมปัญหาที่ยังเคลียร์ไม่จบกำลังตามมาหลอกหลอน ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ประตูห้องทำงาน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามซึ่งไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในยามวิกาล... กลับทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกึก
ร่างสูงของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนียบเรียบก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะครับ... คุณอาคเนย์ และคุณนักเขียนคนเก่ง ดูท่าทางพวกคุณกำลังสนุกกับการไขปริศนาเก่าๆ กันอยู่สินะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ!
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 23
ความอึดอัดที่หายไป
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!