เอกสารแปลนโครงการรีโนเวทห้องสมุดเก่าถูกพับทบเข้าหากันด้วยแรงกระชากเพียงครั้งเดียว เสียงกระดาษหนาเสียดสีกันดังแกร็ก สะท้อนก้องในห้องทำงานสถาปนิกที่เงียบสงบจนน่าอึดอัด อาคเนย์ไม่ได้ตั้งใจจะทำมันรุนแรงขนาดนั้น แต่ปลายนิ้วที่กำสันกระดาษแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน มันฟ้องชัดยิ่งกว่าคำแก้ตัวใดๆ ว่าสติสัมปชัญญะของเขาในตอนนี้กำลังถูกความหงุดหงิดกัดกินจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
"คุณจะไปจริงๆ หรือครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้มีความนุ่มนวลอย่างที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ มันคือเสียงคำรามต่ำในลำคอของนักล่าที่ถูกต้อนจนมุม ทว่าเจ้าของชื่อกลับไม่ได้สะท้านสะเทือน รินรดายังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานของเขา ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาอย่างไม่เกรงกลัว ราวกับจะท้าทายให้เขาระเบิดอารมณ์ออกมาให้เต็มที่
"ตั๋วเครื่องบินอยู่ในมือฉันแล้ว อาคเนย์ ปิดโปรเจกต์นี้จบ เอกสารส่งมอบงานก็เคลียร์เรียบร้อย ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องทนหายใจร่วมห้องกับคนปากแข็งอย่างคุณต่ออีก" เธอยอกย้อนเสียงใส รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมานั้นช่างเย้ายวนและชวนให้คนมองอยากจะเข้าไปจัดการให้หายพยศเสียเหลือเกิน
"ปากแข็ง?" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง จนเก้าอี้หนังราคาแพงไถลถอยหลังไปกระแทกกับชั้นหนังสือด้านหลังเสียงดังทึบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจและถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผงอกกว้างเคลื่อนเข้ามาอยู่ในระยะประชิด "คนที่กำลังหนีความจริงไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหาก รินรดา"
"หนี? ฉันเนี่ยนะหนี?" รินรดาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดและแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ "ฉันแค่จะบินกลับไปสะสางงานเขียนที่ค้างคาที่นิวยอร์ก ชีวิตฉันไม่ได้หมุนรอบตัวสถาปนิกจอมเผด็จการอย่างคุณหรอกนะ"
"แต่มันควรจะหมุน"
คำพูดนั้นหลุดออกจากปากของอาคเนย์ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนน่าตกใจ มันไม่ใช่การหยอกล้อ ไม่ใช่การปะทะคารมแบบที่เคยทำกันมาตลอดหลายเดือน แต่มันคือการสารภาพที่หนักหน่วงราวกับแผ่นดินไหว
รินรดาชะงัก เปลือกตา กะพริบถี่เพื่อประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่ม และพบว่าความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังของเขาบัดนี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางและความหวงแหนอย่างที่สุดที่สะท้อนออกมา
"คุณ... พูดว่าอะไรนะ" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงที่เคยฉะฉานเริ่มสั่นพร่าโดยไม่
"ผมบอกว่า ผมไม่อยากให้คุณไปไหนทั้งนั้น" อาคเนย์ย้ำชัดทีละคำ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปแตะลงบนพวงแก้มเนียนใสอย่างลืมตัว สัมผัสอุ่นร้อนจากผิวเนื้อทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกักค้าง "คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น... รินรดา จนกว่าผมจะอนุญาต"
นี่คือการสารภาพที่ดื้อรั้นและเอาแต่ใจที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยทำมา แต่อาบัติใดๆ ก็ตาม ความโรแมนติกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเผด็จการนั้นกลับทำเอาเข่าของนักเขียนสาวแทบทรุด ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยยามที่เธยายามรักษาฟอร์ม "นี่เป็นการบังคับกันชัดๆ คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะ อาคเนย์ เราไม่ได้เป็น..."
"แฟน?" อาคเนย์ชิงพูดตัดบทขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มและเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนจนน่าอันตราย ขณะที่ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ริมฝีปากบาง "ถ้าคำนี้มันทำให้คุณรู้สึกว่ามีสิทธิ์เหนือผม งั้นเราก็มาเป็นมันซะตอนนี้เลยสิครับ"
บรรยากาศในห้องทำงานอบอวลไปด้วยความหวานปนความตึงเครียดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เคมีระหว่างคู่กัดตัวแสบระอุขึ้นทุกวินาที รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าคือสถาปนิกผู้สร้างตึกสูงที่มั่นคง แต่ในตอนนี้ เขากลับกำลังพังทลายกำแพงในใจของเธอลงด้วยสายตาคู่เดียว
"คนฉวยโอกาส..." เธอกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาเล็กน้อยจากความซาบซึ้งที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้
"ยอมรับเถอะครับว่าคุณก็ไม่อยากไปเหมือนกัน" อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก ปล่อยให้ความหอมหวานของกลิ่นกายหญิงสาวโอบล้อมตัวเขาไว้ ปลายนิ้วที่แตะอยู่บนแก้มเนียนเลื่อนลงมาเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด "ตอบผมมาสิครับ... รินรดา"
บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่หวานหยดจนแทบจะละลาย ร่างกายของทั้งคู่โน้มเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงไม่ถึงเซนติเมตร เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังก้องอยู่ในโสตประสาทของกันและกัน อาคเนย์กำลังจะประทับจูบลงไปเพื่อปิดปากคนปากแข็งให้สาสมกับความอัดอั้น
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายบรรยากาศโรแมนติกสีชมพูจนย่อยยับในพริบตา อาคเนย์ผละตัวออกด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ขณะที่รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าเห่อร้อนรีบผละถอยหลังเว้นระยะห่างทันที
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ลมหายใจหอบถี่ ดวงตาสอดส่ายมองทั้งคู่ด้วยความตกใจระคนเร่งรีบ
"คุณอาคเนย์ครับ! แย่แล้วครับ! โครงการห้องสมุดเก่า... ฝั่งีกีกำลังเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ ทีมวิศวกรแจ้งว่าโครงสร้างรองรับน้ำหนักมีปัญหา อาคารกำลังจะทรุดตัวลงมาครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 25
คำสารภาพของคนปากแข็ง
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!