"ถ้าคุณยังวัดระยะผิดพลาดไปอีกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ผมจะถือว่าสัญญาระหว่างเราเป็นโมฆะ แล้วเตะคุณออกจากไซต์งานนี้ทันทีครับ คุณรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของซากอาคารเก่าแก่ อาคเนย์ยืนกอดอก ใบหน้าคมคายภายใต้หมวกนิรภัยสีขาวบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเพรียวบางที่กำลังย่อตัวลงใช้ตลับเมตรวัดแนวคานปูนเปลือยด้วยความทะมัดทะแมง
รินรดาตวัดสายตากลับมาทันควัน เธอไม่ได้รู้สึกยี่ห้อกับคำขู่คุกคามนั้นเลยสักนิด กลับกันริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อกลับยกยิ้มเยาะขึ้นอย่างท้าทาย เธอค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นปูนที่เปื้อนปลายนิ้วเรียวออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่จนอาคเนย์ต้องเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ขู่เก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะ... เอ้ย, ครับ" รินรดาแกล้งแซวด้วยน้ำเสียงล้อเลียน เมื่อเห็นคิ้วเข้มของสถาปนิกหนุ่มกระตุกเข้าหากันอย่างขัดใจ "ฉันบอกคุณเป็นรอบที่ร้อยแล้วนะอาคเนย์ ว่างานสืบสวนประวัติศาสตร์อาคารกับงานสถาปัตยกรรมมันต้องใช้ความละเอียดอ่อน ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์เกรี้ยวกราดแบบที่คุณกำลังทำอยู่"
"ผมไม่ได้ใช้อารมณ์ ผมใช้เหตุผลและมาตรฐาน" อาคเนย์สวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น "และมาตรฐานของผมก็บอกว่า การที่คุณดึงดันจะมุดเข้าไปในห้องใต้หลังคาที่โครงสร้างไม้เริ่มผุกร่อนนั่น มันคือความบุ่มบ่ามไร้สมอง"
"อ้าว! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ เดี๋ยวก็โดนฉันเขียนแฉลงคอลัมน์หน้าหนึ่งหรอก"
"เชิญตามสบายครับ ถ้าเนื้อหาในคอลัมน์ของคุณมันฉลาดพอที่จะทำให้คนอ่านไม่หัวเราเยาะความไร้เดียงสาของคุณเอง"
บทสนทนาที่เฉือดเฉือนด้วยเคมีอันร้อนแรงหยุดชะงักลง เมื่อสายลมภายนอกพัดเอาละอองฝนกลิ่นอายดินชื้นเข้ามาในตัวอาคาร เสียงฟ้าคำรามเบาๆ ดังสะท้อนก้องมาจากฟากฟ้า บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าประหลาดใจ แสงสลัวยามบ่ายที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเก่าๆ อาบไล้โครงหน้าด้านข้างของอาคเนย์ให้ดูโดดเด่นและทรงเสน่ห์ขึ้นอย่างร้ายกาจ จนรินรดาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
นี่ไม่ใช่การเดต... เธอเตือนสติิัวเองในใจ นี่คือการลงพื้นที่ทำงานภาคสนามร่วมกันเพื่อหาข้อมูลเขียนหนังสือสารคดีประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นโครมครามแปลกๆ ทุกครั้งที่เขายืนเข้าใกล้ในระยะประชิดแบบนี้ล่ะ
"มองอะไรครับ หน้าผมมีรอยปูนติดอยู่หรือไง" อาคเนย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย เมื่อสังเกตเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าเงียบไปนานผิดปกติ แถมยังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"เปล่า... แค่คิดว่าถ้าคุณเลิกทำหน้ายักษ์ใส่ฉันสักวัน โลกใบนี้คงน่าอยู่ขึ้นเยอะ" รินรดาเบนสายตาหนีไปยังซากผนังอิฐมอญโบราณเพื่อซ่อนรอยWกวนบนใบหน้า แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อกลับทรยศเธออย่างสิ้นเชิง
อาคเนย์มองตามปฏิกิริยานั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบาอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่หา ด้ยากยิ่ง ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับเสาปูนเปลือยโดยมีลำตัวของเขาคั่นกลางระหว่างเธอกับโลกภายนอก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นฝนโชยเข้าแตะจมูกจนสติของเธอแทบกระเจิง
"ถ้าผมเลิกทำหน้ายักษ์ใส่คุณ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมใบหู จนรินรดาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "แล้วใครจะคอยปกป้องคุณเวลาที่คุณทำตัวซุ่มซ่ามจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดในตึกเก่าๆ แบบนี้ล่ะครับ"
คำพูดนั้นสะท้อนตรงเข้ากลางใจ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม ความรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นตีรวนขึ้นมาในอกจนเธอพูดไม่ออก มือเล็กๆ ที่ถือตลับเมตรอยู่เผลอขยامชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดไม้ด้านล่างก็ทำลายความเงียบลงทันที
"คุณอาคเนย์ครับ! อยู่ข้างบนหรือเปล่าครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงตะโกนเรียกอย่างร้อนรนของวิศวกรผู้ช่วยดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างที่กำลังวิ่งขึ้นมายังชั้นบน อาคเนย์ผละถอยออกห่างจากรินรดาอย่างจำใจ ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยเย็นชาเป็นปกติในพริบตาเดียว แต่ดวงตาคู่คมยังคงทิ้งประกายความกรุ่นอุ่นบางอย่างไว้ให้รินรดาได้ใจสั่นเล่น
รินรดายกมือขึ้นทาบอก พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แต่ก่อนที่เธอจะได้ตั้งตัวทันว่าเกิดอะไรขึ้น วิศวกรหนุ่มก็วิ่งมาหยุดหอบแฮกอยู่ตรงหน้าพวกเขาด้วยสีหน้าซีดเผือด
"มีคนพบจดหมายผนึกผนังซ่อนอยู่หลังอิฐบล็อกตรงโถงทางเข้าครับ... และจ่าหน้าซองถึงคุณรินรดาโดยเฉพาะครับ!"
อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนรินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปริศนาที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังกำลังจะถูกเปิดเผย และมันอาจจะเปลี่ยนทิศทางของเรื่องราวทั้งหมดไปตลอดกาล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 26
ความสับสนที่งดงาม
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!