"คุณแน่ใจนะครับว่าเมื่อคืนแฟ้มเอกสารชุดนั้นวางไว้ตรงนี้"
เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังแทรกความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันกรามคมคายที่ตึงเครียดจนขึ้นสัน นัยน์ตาคู่คมสีเข้มจ้องมองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าสลับกับใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวตรงหน้า ความวิตกกังวลที่เขามักเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท บัดนี้กำลังปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้เปลือกโลก
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนแทบห้อเลือด มือเรียวบางที่กำปากกาอยู่สั่นระริกเล็กน้อย เธอไม่ได้กลัวสายตาคาดคั้นของเขา แต่เธอกลัวความจริงที่กำลังกระแทกหน้าต่างหาก... หลักฐานชิ้นสำคัญที่ใช้มัดตัวผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังโครงการฉาว หายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ฉันวางมันไว้ตรงมุมนี้ ใต้กองแปลนโครงสร้างตึกเก่าเมื่อตอนตีสอง... ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน" รินรดาตอบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกแต่ก็ยังมีความดื้อรั้นทิฐิเหลืออยู่ "หรือคุณคิดว่าฉันเป็นคนเอาไปซ่อนเองล่ะ อาคเนย์!"
"ผมยังไม่ได้กล่าวหาคุณสักคำ รินรดา" อาคเนย์ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ ของสถาปัตยกรรมหนุ่มปะทะเข้ากับโสตประสาทของเธอ รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อมือหนาเอื้อมมาค้ำยันขอบโต๊ะทำงาน คร่อมร่างเธอไว้ในวงแขนเพื่อสำรวจลิ้นชักทุกช่องที่ถูกเปิดค้างไว้ "แต่จำไว้ว่า แฟ้มนั้นไม่ใช่เอกสารธรรมดา มันคือหลักฐานที่สามารถทำลายพวกมัน... และพลิกชีวิตเราได้ทั้งชีวิต"
"แล้วคุณคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง!" เธอสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเคมีอันร้อนแรงที่พุ่งพล่านทุกครั้งเวลาที่พวกเขาปะทะคารมกันในระยะประชิดแบบนี้ "ฉันสืบเรื่องนี้มาตั้งนานก่อนจะมาร่วมมือกับคุณนะ อาคเนย์ ฉันไม่มีทางปล่อยให้มันหลุดมือไปง่ายๆ แน่"
อาคเนย์หรี่ตามองคนปากเก่งตรงหน้า แววตาของเขาอ่อนลงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าใต้ดวงตาคู่สวยนั้น เธอคงโหมงานหนักไม่แพ้เขาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความรู้สึกบางเบาที่เรียกว่า 'ความห่วงใย' แอบแทรกตัวเข้ามาในอกของสถาปนิกหนุ่มผู้เย็นชา แต่มันถูกกลบด้วยความเดือดดาลที่มีต่อหนูสกปรกที่กล้าเข้ามาลักลอบขโมยของในอาณาเขตของเขา
"ไม่มีร่องรอยการงัดแงะที่หน้าต่าง ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ของเราก็ไม่มีการแจ้งเตือนการเจาะระบบ" อาคเนย์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาต่ำพร่าชิดริมฝีปากบางของรินรดาจนเธอต้องเบนสายตาหนี "แสดงว่า... คนร้ายต้องมีคีย์การ์ดสำรอง และรู้รหัสผ่านห้องนี้เป็นอย่างดี"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อสมองประมวลผลตามคำพูดของเขา "คนใกล้ตัว... งั้นเหรอ?"
"ถูกต้องครับ" อาคเนย์ผละตัวออกห่างเล็กน้อย เปิดโอกาสให้เธอบำบัดลมหายใจเข้าปอดได้เต็มที่ มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิด "และในบริษัทนี้ คนที่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องชุดนี้ได้โดยไม่ต้องงัดแงะ... มีไม่เกินสามคน"
บรรยากาศในห้องกลับมาอึมครึมอีกครั้ง ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ ดราม่ารอบตัวบีีบรัดจนทั้งคู่ต้องรีบหาทางออก ก่อนที่เกมที่พวกเขากำลังเล่นอยู่จะพลิกกลับมาเป็นฝ่ายถูกล่า
"เราต้องตามหาก่อนที่มันจะเอาเอกสารไปถึงมือไอ้สารเลวนั่น" รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด ความกลัวเมื่อครู่วิลายหายไป แทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักสืบที่ตื่นเต็มที่ เธอก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง พลางเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ "คุณจำกล้องวงจรปิดตัวที่สามตรงโถงทางเดินทิศตะวันตกได้ไหม ฉันแอบไปแก้โค้ดให้มันบันทึกแบบวนซ้ำตลอดสี่สิบแปด ساعت ไว้ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มแผนนี้แล้ว"
อาคเนย์ก้มมองมือเรียวที่วางอยู่บนแขนของตน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาของเขาฉายประกายความทึ่งปนความชื่นชมที่ยากจะปิดมิด "คุณนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะ รินรดา"
"ชมกันเกินไปแล้วค่ะ... เอ๊ย หมายถึง ชมกันเกินไปหน่อย สถาปนิก" รินรดาเกือบหลุดปากคำพูดคุ้นชิน แต่แก้เกมได้ทันควันพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ท้าทาย
"งั้นเราไปดูกันว่า... ใครคือหนูตัวนั้น"
อาคเนย์คว้าข้อมือเล็กของรินรดาให้เดินตามไปยังห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่หลังผนังลายไม้บิวต์อิน ความมืดภายในห้องเล็กๆ มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบตัว อาคเนย์รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว ความกดดันรอบตัวทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด
หน้าจอหลักสว่างวาบขึ้น แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดมุมต่างๆ ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน...
ทั้งสองคนยืนชิดกันโดยไม่รู้ตัว สายตากวาดมองหน้าจออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งภาพบนจอปรากฏร่างของบุคคลสวมฮู้ดสีดำกำลังก้าวออกจากห้องทำงานของอาคเนย์ พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ คนร้ายหยุดเดิน หันมามองตรงมาที่เลนส์กล้องราวกับรู้ว่ากำลังถูกจับตาดู แล้วค่อยๆ ดึงฮู้ดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่สะท้อนผ่านแสงไฟหน้าจอจนชัดเจน
อาคเนย์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระดับสูงสุด รินรดาถึงกับอุทานออกมาเบาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
"เป็นไปไม่ได้..." อาคเนย์พึมพำเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อราวยืนอยู่บนปากเหวแห่งความลับที่เพิ่งพังทลายลงมา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 27
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!