พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 16

ปะทะกับศัตรูร่วม

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณยังยืนเก๊กท่าแล้วปล่อยให้พวกมันขยี้โปรเจกต์นี้จนจมดินล่ะก็... ฉันนี่แหละจะเขียนข่าวแฉความไร้น้ำยาของคุณลงหน้าหนึ่งให้สะใจเล่น!" แรงกระแทกจากปลายนิ้วเรียวที่จิ้มลงบนอกเสื้อสูทของอาคเนย์อย่างแรง ไม่ได้หนักหนาพอจะทำให้สถาปนิกหนุ่มเซถอยหลัง แต่แววตาดุดันและน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีดของรินรดากลับทรงพลังพอจะเรียกสติของเขาให้กลับคืนมาสู่ความเป็นจริง ห้องประชุมคณะกรรมการตรวจสอบอาคารโบราณในยามนี้คุกรุ่นไปด้วยบรรยากาศอันตึงเครียด แฟ้มเอกสารนับสิบเล่มถูกกองสุมไว้ตรงกลางโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ ราวกับสมรภูมิย่อมๆ ที่มีอนาคตของสำนักงานสถาปัตยกรรมและชื่อเสียงของอาคเนย์เป็นเดิมพัน ฝ่ายตรงข้ามคือกลุ่มนักวิชาการอนุรักษ์หัวโบราณที่พร้อมจะฉีกผลงานการบูรณะอาคารไตรภาคของเขาออกเป็นชิ้นๆ ด้วยข้อกล่าวหาว่า 'ทำลายอัตลักษณ์ดั้งเดิม' อาคเนย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความวิตกกังวลในดวงตา ปมในอดีตที่อาคารเก่าแก่เคยพังทลายภายใต้การควบคุมงานของเขายังคงตามหลอนในความทรงจำทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับคำวิจารณ์ แต่วันนี้... เขาไม่ได้ตัวคนเดียว "คุณคิดว่าผมกำลังยืนเก๊กอยู่หรือไง รินรดา" อาคเนย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึกไม่แพ้กัน ร่างสูงโปรดขยับเข้าไปใกล้หญิงสาวจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเอกสารลอยเข้าแตะจมูก "ถ้าคุณใช้สมองวิเคราะห์ข้อมูลที่ผมเตรียมมาสักครึ่งหนึ่งของที่คุณใช้ปากต่อว่าผม เราคงไม่ต้องมานั่งยืนเถียงกันในดงเสือสิงห์แบบนี้หรอกครับ" "นี่คุณ!" รินรดาตวัดสายตาค้อนใส่ ทว่าริมฝีปากบางกลับเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกลั้นยิ้ม เธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำ แต่เคมีที่มักจะปะทะกันทุกครั้งที่หายใจเข้ารดต้นคอนี้แหละ คืออาวุธลับที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นทีมที่ไม่มีใครโค่นลง ประตูห้องประชุมเปิดผางขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของประธานกรรมการตรวจสอบ เสียงทุ้มต่ำและสายตากวาดมองอย่างจับผิดเริ่มต้นขึ้นทันที "คุณอาคเนย์... ทางคณะกรรมการได้ตรวจสอบแบบแปลนการเสริมโครงสร้างเหล็กใหม่ของคุณแล้ว เราพบว่าการเจาะคานรับน้ำหนักในโซน C มีความเสี่ยงสูงเกินไปที่จะคงสภาพเดิมไว้ได้ มันอาจจะทำลายความขลังของสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลนี้อย่างถาวร คุณจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่สถาปนิกหนุ่ม อาคเนย์สูดหายใจเข้าลึก1ครั้ง สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อเตรียมอธิบายเหตุผลทางเทวกรรมและวิศวกรรมที่ซับซ้อน แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปาก... มือเรียวบางภายใต้เสื้อสูทผ้าลินินสีครีมก็วางทับลงบนหลังมือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ แรงบีบกระชับเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจมายังปลายนิ้วที่กำลังเย็นเฉียบของอาคเนย์ รินรดาก้าวออกมายืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม เอกสารในมือเธอถูกยกขึ้นพลิกเปิดด้วยความคล่องแคล่ว "ดิฉันขออนุญาตชี้แจงในมุมมองของหลักฐานทางประวัติศาสตร์และข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างที่พวกท่านมองข้ามไปค่ะ" น้ำเสียงใสแต่หนักแน่นกังวานไปทั่วห้องประชุม รินรดากวาดสายตามองคณะกรรมการทุกคนด้วยความมั่นใจเกินร้อย "ท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่านคะ สิ่งที่พวกท่านเรียกว่า 'ความขลัง' ที่กำลังจะถูกทำลายนั้น แท้จริงแล้วคือรอยร้าวจากแผ่นดินใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2495 ซึ่งถูกปกปิดไว้ด้วยปูนฉาบยุคหลัง หากคุณอาคเนย์ไม่ทำการเสริมโครงสร้างเหล็กเข้าไปในจุดนั้น อาคารหลังนี้ต่างหากที่จะพังครืนลงมาทับชีวิตผู้คนในวันเปิดนิทรรศการ!" ภาพถ่ายเอกสารโบราณและแผนผังโครงสร้างเอ็กซ์เรย์ถูกวางแผ่ลงบนโต๊ะ ทีละแผ่น ทีละประเด็น รินรดาอธิบายข้อมูลเชิงลึกที่เธอใช้เวลาสืบค้นร่วมกับอาคเนย์ตลอดทั้งคืนได้อย่างฉะฉาน แม่นยำ และทรงพลัง จนกลุ่มนักวิชาการหัวโบราณถึงกับอ้าปากค้าง พูดไม่ออก อาคเนย์หันไปมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่กำลังยืนพูดด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มฉายแววความทึ่งและประกายความอบอุ่นบางอย่างที่ยากจะควบคุม หัวใจที่เคยด้านชาและหวาดกลัวต่อความผิดพลาด กลับถูกเติมเต็มด้วยความกล้าหาญที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้ เธอไม่ได้เป็นแค่คู่กัดฝีปากกล้า แต่เธอกำลังปกป้องเขา... ปกป้องผลงานที่เขาเดิมพันด้วยจิตวิญญาณ เมื่อการชี้แจงสิ้นสุดลง ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบของคณะกรรมการ ก่อนที่ประธานจะพยักหน้ารับด้วยความจำนนต่อหลักฐาน "เอ่อ... ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทางเราคงต้องทบทวนมติใหม่ ขอบคุณคุณอาคเนย์และคุณรินรดามากที่นำหลักฐานชิ้นนี้มาเปิดเผย" เมื่อประตูห้องประชุมปิดลง ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง อาคเนย์ไม่รอช้า เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของรินรดาแล้วดึงเข้ามาชิดตัวอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงเบาๆ ทำให้ร่างบางชนเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง "คุณทำบ้าอะไรเนี่ย อาคเนย์!" รินรดาอุทานเสียงหลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ "ผมแค่อยากขอบคุณ... ในแบบของผม" อาคเนย์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่เต็มอก นัยน์ตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริก "ปากเก่งนักนะวันนี้... รู้ตัวไหมครับว่าทำให้ผมใจสั่นไปหมดแล้ว" รินรดาซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ใบหน้าเชิดรั้น เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผลักเขาออก "ใครปากเก่งกันคะ ฉันแค่พูดความจริง... อุ๊บ!" ประโยคต่อมาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของสถาปนิกหนุ่มทาบทับกลีบปากของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น มันไม่ใช่แค่การสัมผัสเพื่อหยอกเย้า แต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานนับแรมเดือน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านใดๆ มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรสสัมผัสหวานล้ำที่ทำเอาเข่าแทบทรุด ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้บรรยากาศสุดโรแมนติก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "คุณอาคเนย์ครับ! ขอโทษที่รบกวน แต่ข้างล่างเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนพบ 'พิมพ์เขียวต้นฉบับ' อีกชุดหนึ่งที่หายไป ถูกส่งพัสดุมาที่ล็อบบี้ และจ่าหน้าถึง... คุณพ่อของคุณครับ!" อาคเนย์ผละริมฝีปากออกจากรินรดาช้าๆ สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวานซึ้งเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผม "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%