"ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ คุณอาคเนย์... อย่ามาทำเหมือนเมื่อกี้แล้วจะเปลี่ยนโหมดเป็นเครื่องจักรเย็นชาใส่กันแบบนี้"
รินรดาผลักแผงอกแกร่งออกห่าง เธอหอบหายใจถี่ สายตาของเธอไม่ต่างจากกวางที่พร้อมจะขวิดศัตรูให้ยับเยิน หากแต่อาคเนย์กลับทำเพียงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก เขาขยับเนกไทให้เข้าที่ นิ้วเรียวยาวของเขากรีดไปตามรอยพับของเสื้อเชิ้ตอย่างใจเย็น ทั้งที่ในดวงตาคมกริบคู่นั้นมีพายุหมุนวนอยู่ข้างใน
"ผมไม่ได้เปลี่ยนโหมด ผมแค่ดึงสติกลับมา เพราะบางที... ความใกล้ชิดที่มากเกินไปมันก็ทำให้ความผิดพลาดในอดีตชัดเจนขึ้น" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าบาดลึก รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอไม่ชอบเลย เวลาที่เขาเอาปมในอดีตมาเป็นเกราะกำบังหัวใจตัวเองแบบนี้
"ความผิดพลาดเรื่องตึกถล่มนั่นมันจบไปแล้ว คุณจะเอามาเป็นข้ออ้างในการผลักไสคนอื่นไปถึงไหนกัน!" รินรดาโพล่งออกไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานสถาปนิกที่กว้างขวางและดูอ้างว้างทันที อาคเนย์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูสมเพชตัวเองเสียมากกว่า
"ริน คุณไม่รู้อะไรเลย อย่าพยายามเข้ามาในพื้นที่ที่ผมขีดเส้นกั้นไว้ดีกว่า เพราะถ้าคุณพลาดตกลงมา... ผมไม่มีปัญญาช่วยคุณขึ้นไปหรอกนะ"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้สวนกลับ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ไม่ใช่การเคาะแบบมีมารยาท แต่เป็นการผลักประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
"อาคเนย์คะ... เซอร์ไพรส์ไหมเอ่ย?"
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่ฟังดูคุ้นหูจนน่าขนลุกทำให้รินรดาหันขวับไปมอง ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วอากาศนั้นไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกประทับใจ แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวให้ตื่นตัว
"คุณแพรว..." อาคเนย์ขานชื่อนั้นออกมา น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความยินดี แต่เป็นความประหลาดใจที่ปนไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ
แพรวรินเดินตรงเข้ามาหาอาคเนย์ราวกับที่นี่คือห้องของเธอเอง สายตาของหญิงสาวกวาดมองรินรดาด้วยความสงสัยแต่ก็แฝงความหยามหยันในที ก่อนจะหันไปคล้องแขนอาคเนย์ไว้อย่างสนิทสนม "แพรวเพิ่งกลับมาจากปารีสค่ะ คิดว่าสถาปนิกคนเก่งจะยุ่งอยู่กับงานออกแบบชิ้นใหม่ เลยแวะมาหาที่ออฟฟิศ... ไม่คิดว่าจะเจอแขกคนสำคัญ"
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ความหึงหวงที่ไร้ชื่อเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นก้อนแข็งในอก มันไม่ใช่แค่เพราะการปรากฏตัวของแพรวริน แต่เพราะท่าทีของอาคเนย์ที่นิ่งเฉย ไม่ยอมแกะมืออีกฝ่ายออก
"เราแค่คุยเรื่องงานกันอยู่ครับ คุณแพรวมาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า?" อาคเนย์เอ่ยเสียงเรียบพลางถอยห่างหนึ่งก้าวอย่างแนบเนียน แต่รินรดาก็ยังรู้สึกถึงความอึดอัดที่พุ่งสูงขึ้น
"ธุระเหรอคะ? ก็ไม่มีอะไรมาก แค่คิดถึง... แล้วก็คิดว่า เราควรกลับไปทบทวนโปรเจกต์ที่ 'เรา' เคยออกแบบด้วยกันเมื่อสามปีก่อนดีไหมคะ? แพรวว่าความทรงจำดีๆ ในตอนนั้น มันน่าจะช่วยให้อาคเนย์เลิกทำตัวเย็นชาแบบนี้เสียที"
คำว่า 'สามปีก่อน' กระแทกเข้ากลางใจรินรดา มันคือช่วงเวลาที่อาคเนย์กำลังตกต่ำที่สุดจากอุบัติเหตุอาคารทรุดตัว และชื่อของแพรวรินก็เป็นชื่อที่เธอเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างว่าเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเขาในวันนั้น
"ผมคงไม่สะดวกครับ ตอนนี้ผมมีงานที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง" อาคเนย์ตอบปฏิเสธทันควัน
"งั้นเหรอคะ?" แพรวรินหัวเราะแผ่วเบา เธอก้าวเข้าหารินรดาด้วยท่วงท่าของนางพญา "ส่วนคุณ... รินรดาใช่ไหมคะ? นักเขียนที่กำลังสืบเรื่อง 'พิมพ์เขียว' ของอาคเนย์อยู่ใช่หรือเปล่า? ระวังหน่อยนะคะ ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องของคนอื่นน่ะ บางทีมันก็นำไปสู่จุดจบที่ไม่สวยหรอก"
รินรดายืดอกขึ้น เธอไม่ใช่นางเอกนิยายที่ต้องมานั่งรอให้ใครมาตบตีเธอจะเงียบไปให้เสียเวลา "ขอบคุณที่เตือนค่ะคุณแพรว แต่พอดีฉันเป็นพวกชอบลองของ ยิ่งเห็นว่าใครพยายามปิดบังอะไรไว้ ฉันยิ่งอยากกระชากหน้ากากมันออกมาดูให้เห็นกับตา"
อาคเนย์ขมวดคิ้ว มองดูผู้หญิงสองคนปะทะคารมกันด้วยรังสีอำมหิตที่เขาสัมผัสได้ชัดเจน ความตึงเครียดในอากาศพุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก
"ริน กลับไปก่อน" อาคเนย์เอ่ยเสียงเข้ม
รินรดามองหน้าอาคเนย์ สายตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวดลึกๆ ที่เขาไล่เธอออกไปต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ "ถ้าฉันกลับไป แล้วคุณจะตอบคำถามฉันไหมล่ะคะ ว่าสามปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
อาคเนย์นิ่งงันไป คำถามนั้นจี้จุดตายของเขาอย่างจัง แพรวรินที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับยิ้มกริ่มราวกับถือไพ่เหนือกว่า
"จะตอบหรือไม่ตอบ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกจะเชื่อใครนะคะ รินรดา" แพรวรินเอ่ยทิ้งท้ายพลางหยิบแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึขึ้นมาวางบนโต๊ะของอาคเนย์ "นี่คือ 'พิมพ์เขียว' ฉบับที่แพรวเพิ่งไปขุดเจอมาในที่เก็บเอกสารเก่าที่อาคเนย์ลืมทิ้งไว้... แพรวว่ามันน่าสนใจมากทีเดียว เพราะมันอาจจะไม่ได้พังเพราะอุบัติเหตุอย่างที่ทุกคนเข้าใจ"
อาคเนย์หน้าถอดสีไปในทันที มือหนาคว้าแฟ้มนั้นไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รินรดาจ้องมองแฟ้มนั้นด้วยความฉงน นี่คือชิ้นส่วนสำคัญที่เธอตามหามาตลอด แต่มันกลับมาอยู่ในมือของศัตรูหัวใจที่เธอเพิ่งเจอหน้า
"ความจริงที่ว่า... อาคเนย์เป็นคนวางแผนทำลายตึกนั้นด้วยมือตัวเอง เพื่อปกปิดบางอย่าง" แพรวรินกระซิบเบาๆ แต่ในห้องที่เงียบกริบ เสียงนั้นกลับดังก้องเหมือนเสียงระเบิดที่ทำลายความเชื่อใจทั้งหมดลงในพริบตา
รินรดามองอาคเนย์ด้วยแววตาสั่นระริก ในขณะที่ชายหนุ่มก้มหน้ามองแฟ้มในมือด้วยความรู้สึกที่พังทลาย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม.
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 17
ความหึงหวงที่ไร้ชื่อ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!