พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 18

เกมไล่ล่าเบาะแส

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ก้อนกระดาษปอนด์สีขาวที่ถูกยับยี่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ถูกปาลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปึก* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้กาแฟดำในแก้วกระเซ็นออกมาเล็กน้อย อาคเนย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้กดนวดหว่างคิ้วของตัวเองอย่างช้าๆ เพื่อสกัดกั้นอาการปวดหัวตุบๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาเล่นงานตั้งแต่ได้รับรายงานความเสียหาย "นี่คือบัญชีวัสดุก่อสร้างที่ผู้รับเหมาตัวแสบส่งให้คุณตรวจรับเมื่อเดือนก่อน... และนี่คือยอดสั่งซื้อจริงจากโรงงานที่ฉันเพิ่งไปขุดคุ้ยมาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว" เสียงหอบหายใจเล็กน้อยเจือความหงุดหงิดของรินรดา ดังขึ้นพร้อมกับแฟ้มเอกสารอีกเล่มที่ถูกวางกระแทกทับลงไป เธอยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ชุดสูทเบลเซอร์สีเทาเข้มยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการลุยงานภาคสนามมาตลอดทั้งวัน แต่แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งชัยชนะของนักสืบสมัครเล่นที่เพิ่งกระชากหน้ากากคนโกงสำเร็จ อาคเนย์ลดมือลง ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดที่สะสมมาหลายวัน "คุณใจร้อนเกินไปแล้วรินรดา การบุกไปที่ไซต์งานของ 'ทรงวุฒิ' โดยไม่บอกผมก่อน มันเสี่ยงเกินไป" น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความกังวลที่เจ้าตัวพยายามปกปิดอย่างสุดความสามารถ "ถ้าฉันมัวแต่รอให้คุณคำนวณความเสี่ยงและขออนุญาตตามขั้นตอนมาตรฐานของคุณ ป่านนี้หลักฐานทั้งหมดคงถูกเผาทิ้งจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าไปแล้วล่ะค่ะ... เอ๊ย... ไปแล้วล่ะครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นคิ้วเข้มของชายหนุ่มกระตุกเข้าหากันด้วยความขัดเคืองกับสรรพนามที่เธอล้อเลียนความเนี๊ยบของเขา อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยันตัวเอง "คุณคิดว่าผมไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าโดนเล่นงาน... รอยร้าวที่ผนังรับน้ำหนักในอาคารเก่าโซน C ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการออกแบบของผม แต่เป็นเพราะมันใช้วัสดุลดเกรดที่ไม่ได้มาตรฐาน ทรงวุฒิสลับสเปกสินค้าโดยมีซัพพลายเออร์รายใหญ่หนุนหลัง" รินรดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะบนเรียวปากสวยเลือนหายไปถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้โง่เขลาอย่างที่เธอเคยปรามาสไว้ในใจ "ในเมื่อคุณรู้...ทำไมคุณถึงยอมก้มหน้ารับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดแต่ผู้เดียวตอนที่คณะกรรมการเรียกประชุมเมื่อวานนี้ล่ะ?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสงสัยใคร่รู้ที่สะท้อนผ่านดวงตากลมโต อาคเนย์หลบสายตาไปมองแฟ้มเอกสารในมือ ชายหนุ่มถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังแบกรับภูเขาไว้ทั้งราวน์ "เพราะตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา การโวยวายมีแต่จะทำให้โปรเจกต์รีโนเวตตึกโบราณนี้ถูกสั่งระงับถาวร... และความฝันของคนอื่น รวมถึง... งานเขียนของคุณที่ติดตามเบื้องหลังโปรเจกต์นี้มาครึ่งปีก็จะพังทลายลงไปด้วย" คำพูดนั้นทำเอารินรดาถึงกับพูดไม่ออก บรรยากาศรอบตัวทั้งคู่เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของหญิงสาว เธอไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง เย็นชา และถือดีของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ จะซ่อนความรับผิดชอบที่หนักอึ้งและการยอมเสียสละชื่อเสียงของตัวเองเอาไว้เพื่อปกป้องคนอื่น "คุณนี่มัน... บ้าสิ้นดีเลยอาคเนย์" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิดจนแทบจะชิดขอบโต๊ะ "แต่ฉันไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเหยียบจมูกฟรีๆ หรอกนะ ในเมื่อเรามีหลักฐานมัดตัวไอ้ผู้รับเหมาจอม Liar นี่แล้ว เราจะจัดการมันยังไงดีล่ะ... ท่านสถาปนิกผู้รอบคอบ?" อาคเนย์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานลุยๆ ของหญิงสาว ลอยเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสที่ด้านชาไปนานให้ตื่นตัวขึ้นทีละน้อย แววตาของอาคเนย์เปลี่ยนไป มันมีความวับวาวบางอย่างที่อันตรายและชวนให้ใจสั่นไหว "เราจะไม่แจ้งตำรวจทันที..." อาคเนย์เอ่ยด้วยเสียงกระซิบต่ำทุ้ง นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่เราจะตลบหลังมัน... ในงานประมูลแบบร่างสถาปัตยกรรมคืนพรุ่งนี้" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "เกมแก้แค้นสินะคะ... เอ่อ... สินะครับ น่าสนใจนี่ ฉันขอร่วมวงด้วยคนในฐานะมือเขียนบทเฉพาะกิจของคุณก็แล้วกัน" "ไม่ใช่แค่ร่วมวง..." อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่และรัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะทำงานเข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ จนเรียวหน้าของเธอต้องเงยขึ้นมอง "แต่คุณต้องอยู่ใกล้ผมตลอดเวลา ห้ามแยกไปไหนเด็ดขาด... เข้าใจไหม?" ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดข้างแก้มทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ เธอกลืนก้อนความประหม่าลงคอ พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแม้ว่าใบหูจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อแล้วก็ตาม "ทำไมคะ... กลัวฉันหลงเสน่ห์คุณระหว่างปฏิบัติภารกิจหรือไง?" "เปล่า..." อาคเนย์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ดูทรงพลังและเย้ายวนจนน่ากลัว "ผมแค่วางใจให้คุณคลาดสายตาไม่ได้ต่างหาก... คุณมันตัวแสบเกินกว่าจะปล่อยให้อยู่ลำพัง" ทั้งสองคนยืนสบตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เคมีที่เคยปะทะกันด้วยความเกลี้ยวกราด บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า ทว่าในจังหวะที่อาคเนย์กำลังจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรียวปากของเธอมากกว่าเดิมเพื่อให้คำประกาศิตบางอย่าง *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง "คุณอาคเนย์คะ... แย่แล้วค่ะ! ผู้รับเหมาทรงวุฒิขนคนมารวมตัวกันที่ชั้นล่าง พร้อมกับนักข่าวสายอสังหาฯ ชุดใหญ่ พวกเขาบอกว่าจะมาแถลงข่าวเรื่องตึกถล่มและไลฟ์สดประจานสำนักงานของเราตอนนี้เลยค่ะ!" เสียงของเลขานุการสาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดชะงักลง เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มและนักเขียนสาวชื่อดังยืนประชิดติดกันบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทางที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมยิ่งนัก อาคเนย์ผละตัวออกอย่างรวดเร็ว แววตากลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกทันที เขาปรายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหันมามองรินรดาที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย "ดูเหมือนว่า... พวกมันใจร้อนกว่าที่เราคิดสินะครับ" อาคเนย์หยิบสูทสีเข้มขึ้นมาสวมด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไปกันเถอะรินรดา... ได้เวลาเปิดฉากไล่ล่าเหยื่อกันจริงๆ แล้ว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับเกมอันตรายครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%