เสียงล็อกเกตโลหะกระทบกับขอบโต๊ะทำงานดังคลิกเดียวสั้นๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงันยามดึกของสำนักงานสถาปัตยกรรม ‘เดอะ บลู프รินต์’ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายนائวเรียวที่สวมถุงมือผ้าบางเฉียบสั่นเทาเล็กน้อย ความกล้าบ้าบิ่นที่มักนำพาเธอดำดิ่งสู่หายนะอยู่เสมอกำลังทำงานเต็มสูบ ในเมื่ออาคเนย์จงใจปิดบังซองเอกสารลับชิ้นนั้น—ซองสีน้ำตาลที่สะטือนแววตาราวกับเห็นภูตผีในวินาทีที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมา—เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่งเฉยเมยของเขาอีกต่อไป
ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่ง มันเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของเขาอย่างไร้ที่ติ ทุกตารางเมตรถูกจัดระเบียบด้วยความแม่นยำแบบเรขาคณิต ไม่มีกระดาษสักแผ่นวางเอียง ไม่มีปากกาแท่งไหนตกหล่นนอกแท่นเสียบ แต่ทว่า... ความไร้ที่ติเหล่านั้นกลับซ่อนความลับบางอย่างที่ถูกกักขังไว้ใต้ฐานรากของความสมบูรณ์แบบ
แกร๊ก...
เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาจากภายนอกห้องทำให้หัวใจของรินรดากระโจนขึ้นมาตีรวนที่ลำคอ หญิงสาวรีบพุ่งตัวไปหลบหลังผ้าม่านโปร่งสีเทาเข้ม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมผสมความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศลอยแตะจมูก กลิ่นกายเฉพาะตัวของอาคเนย์ที่ยังคงอบอวลอยู่รอบห้องทำให้เธอแทบไม่กล้าหายใจแรง
ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของอาคเนย์ในชุดเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่งที่บ่งบอกถึงความเคร่งเครียด เขาไม่ได้เปิดไฟดวงใหญ่ อาศัยเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านกระจกเงาสูงจรดเพดานสาดส่องลงมากระทบสันจاوโด่งคม อาคเนย์เดินตรงมาที่โต๊ะทำงานโดยไม่เปิดไฟ เขาหยุดยืนอยู่ตรงจุดที่เธอยืนอยู่เมื่อห้านาทีก่อน ดวงตาคมกริบกวาดมองความว่างเปล่าบนโต๊ะ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปเปิดลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้
รินรดาลอบมองผ่านรอยแยกของผ้าม่าน หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน อาคเนย์หยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำเข้มเล่มคุ้นตาออกมา มันคือสมุดเล่มเดียวกับที่เธอเคยเห็นในภาพถ่ายเหตุการณ์อาคารถล่มเมื่อห้าปีก่อน นิ้วมือเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มลูบไล้ไปบนสันปกด้วยความเจ็บปวดที่ฉายชัดผ่านเงาจันทร์ ไหล่กว้างไหวสะท้านน้อยๆ ชายผู้ที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น กำลังยืนกอดสมุดเล่มนั้นแน่นราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ค้ำจุนโลกทั้งใบของเขาเอาไว้
"คุณกำลังซ่อนอะไรอยู่กันแน่ อาคเนย์..." รินรดาพึมพำกับตัวเองในใจ สายตาจับจ้องทุกอากัปกิริยาของเขาด้วยความรู้สึกที่ผสมMปนเป ทั้งความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักสืบสวน และความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่คล้ายกับความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเธอพยายามปฏิเสธมันมาตลอด
จู่ๆ อาคเนย์ก็ชะงักฝ่ามือที่กำลังจะปิดลิ้นชัก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในห้องนี้ ดวงตาคมคายหันขวับมามองตรงมายังมุมมืดที่เธอยืนหลบซ่อนอยู่ รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่จนน่าอึดอัด ระยะห่างที่ไม่ถึงห้าเมตรแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่คนละฟากฝั่งของเหวลึก
อาคเนย์ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ผ้าม่านทีละก้าว... ทีละก้าว... เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนขัดมันดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทุกจังหวะการเดินของเขาบีบคั้นหัวใจของคนแอบดูให้หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม รินรดารู้ดีว่าหากถูกจับได้ในสถานการณ์นี้ เธอย่อมไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น และความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างเธอกับเขาคงพังทลายลงไม่มีชิ้นดีเหมือนอาคารในอดีตของเขาอย่างแน่นอน
มือหนาเอื้อมออกไปแตะที่ปลายผ้าผ้าม่านสีเทาเข้ม นิ้วเรียวยาวขยับเตรียมจะกระชากมันออกเพื่อเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก รินรดากำมือแน่น หลับตาปี๋เตรียมรับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึงในอีกเสี้ยววินาทีข้างหน้า...
แต่ทว่า ในจังหวะที่ผ้าม่านกำลังจะถูกเปิดออก เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินของระบบรักษาความปลอดภัยอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงฝูงชนและเสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าที่ตะโกนดังมาจากชั้นล่างว่า "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานโปรเจกต์ใหม่แล้วครับ!"
อาคเนย์ชะงักมือที่กำลังดึงผ้าม่าน ดวงตาคมกริบมองค้อนไปยังทิศทางประตูด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ก่อนที่เขาจะปล่อยผ้าม่านหลุดจากมือแล้วหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
รินรดาลืมตาขึ้นช้าๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นจากปากเสือมาได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาวทรุดตัวลงพิงผนังเบาๆ เพื่อตั้งสติ แต่ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวขาออกจากที่ซ่อน สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นพรมใกล้โต๊ะทำงานของเขา มันเป็นพิมพ์เขียวแปลนอาคารเก่าที่มีรอยขีดฆ่าด้วยปากกาแดง พร้อมลายมือหวัดๆ ที่เขียนข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า...
*'โครงสร้างนี้ถูกออกแบบให้พังทลายตั้งแต่แรกเริ่ม... และผู้สั่งการตัวจริงไม่ใช่ฉัน'*
รินรดาก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า ความลับใต้ฐานรากที่อาคเนย์แบกรับไว้ มันยิ่งใหญ่และดำมืดกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้หลายร้อยเท่า
และก่อนที่เธอจะได้คิดทบทวนอะไรต่อ ประตูห้องทำงานที่ควรจะปิดสนิทไปแล้ว กลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับร่างเงาของใครบางคน1 ในความมืดที่เอ่ยทักเธอด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นชวนขนหัวลุกว่า...
"ค้นหาอะไรอยู่หรือครับ คุณนักเขียน... หรือว่าเจอสิ่งที่ตามหาแล้ว?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและหัวใจที่ซ่อนเร้นนี้นะครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 9
ความลับใต้ฐานราก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!