พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 8

คำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ย

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเธอไม่ได้มองเอกสารฉุกเฉินชิ้นนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับติดตรึงอยู่กับใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบเดียวของสถาปนิกหนุ่ม อาคเนย์ยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่เกือบจะประชิดตัวเธอ ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาในช่วงจังหวะก่อนที่ผู้ช่วยหนุ่มจะเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ และในตอนนี้ เมื่อความวุ่นวายชั่วขณะผ่านพ้นไป ความตระหนักรู้ถึงระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็นก็พุ่งเข้าใส่คนทั้งคู่ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง "เอ่อ... ขอบคุณครับคุณปกรณ์ วางไว้ตรงนั้นแหละครับ" อาคเนย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงกว่าปกติเล็กน้อย สติสัมปชัญญะที่มักจะถูกควบคุมด้วยความเยือกเย็นเสมอเริ่มสั่นคลอนอย่างควบคุมได้ยาก ผู้ช่วยหนุ่มกวาดสายตามองบรรยากาศรอบตัวที่แปลกประหลาด รีบวางเอกสารแล้วหมุนตัวเดินจัมอ้าวออกจากห้องทำงานไปอย่างรู้สถานการณ์ ประตูไม้บานใหญ่ปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่กับแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง รินรดารีบขยับถอยหลัง ก้นของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างจังจนต้องสูดปากด้วยความเจ็บเล็กน้อย แต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นลูบมัน สายตาคมกริบของเธอยังคงจ้องมองอาคเนย์ที่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง "คุณถอยไปหน่อยได้ไหมครับ คุณสถาปนิก... อากาศในห้องนี้เริ่มน้อยลงจนผมหายใจไม่ออกแล้ว" เธอเลือกที่จะใช้กำแพงวาจาป้องกันตัวตามความคุ้นชิน รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ถูกส่งมาไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอเล็กๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยกำแพงป้องกันตัวเมื่อครู่ บัดนี้มีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ลึกซึ้งเกินกว่าที่นักเขียนสาวผู้เชี่ยวชาญการอ่านใจคนจะคาดเดาได้ เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ตกลงมาปร็อกหน้าผาก ลมหายใจอุ่นร้อนถูกพ่นออกมาเพื่อปรับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของตัวเอง "ผมต่างหากที่ต้องถามว่า คุณตั้งใจจะเข้ามาปأسป่วนชีวิตผมไปถึงไหนกัน รินรดา" อาคเนย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาไม่ยอมถอยหลังตามคำขอ แต่กลับก้าวเข้าไปประชิดอีกครั้ง มือข้างหนึ่งวางทับลงบนขอบโต๊ะกักขังเธอไว้ตรงกลางระหว่างตัวเขาและเฟอร์นิเจอร์ไม้ราคาแพง "คุณรู้ตัวไหมว่าคุณทำให้สมาธิในการทำงานของผมพังทลายไปหมดแล้ว" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างกันทำให้ผิวเนื้อร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาข้างในจะสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตการทำงาน "อย่ามาโบ้ยความผิดให้ฉันนะ อาคเนย์ คุณต่างหากที่เป็นคนดึงฉันเข้ามาในโลกพังๆ ของคุณเอง ตั้งแต่เอกสารโครงการตึกเก่าบ้าๆ นั่น จนถึง... เรื่องในอดีตที่คุณยังฝังใจอยู่" คำพูดของเธอสะกิดถูกแผลเป็นในใจของสถาปนิกหนุ่มเข้าอย่างจัง รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของอาคเนย์เลือนหายไปในพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดจากการประทะคารม หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของความทรงจำอันเจ็บปวด อาคเนย์มองสบตาเธอนิ่งนาน แววตาคู่นั้นไหววูบคล้ายผิวน้ำยามถูกลมกวาด ความถือดี ความเย็นชา และท่าทีหยิ่งทะนงที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดหลายปีค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยต่อหน้าผู้หญิงปากจัดคนนี้ "คุณไม่เข้าใจหรอก..." อาคเนย์กระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย "ความรู้สึกของการยืนมองตึกที่ตัวเองออกแบบพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา... มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาด แต่มมันคือชีวิตคนทั้งคนที่คุณแบกรับไว้บนบ่า และผม... ไม่เคยให้อภัยตัวเองเลยสักวัน" รินรดาชะงักไป ความตั้งใจที่จะต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา เมื่อได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและรอยแผลเป็นในใจของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของนักเขียนสาวกลับรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ความโกรธเคืองก่อนหน้านี้มลายหายไป เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ มือบางที่วางอยู่ข้างลำตัวค่อยๆ ยกขึ้นอย่างลังเล ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเบาๆ เป็นการสัมผัสปลอบโยนครั้งแรกที่ไร้ซึ่งการประชดประชัน "อาคเนย์..." เธอกล่าวชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างผิดคาด "บางครั้ง... คนเราก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับความผิดของคนทั้งโลกไว้คนเดียวหรอกนะคะ... เอ๊ย! หมายถึง... นะครับ" เธอกะพริบตาปริบๆ เมื่อเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปตามความคุ้นชิน อาคเนย์หลุบตามองมือเรียวที่แตะอยู่บนแขนของตน รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่เป็นรอยยิ้มที่ส ะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความร้อนแรงของการปะทะคารม กลายเป็นความอบอุ่นที่ชวนให้ใจสั่นไหว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ โดยไม่มีใครถอยหนี อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของรินรดาจนเธอต้องหลับตาลงด้วยความตื่นเต้น แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อปิดระยะห่างอันตึงเครียดนี้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผงะเข้ามาอย่างไร้การอนุญาต "คุณอาคเนย์ครับ! แย่แล้วครับ! เอกสารด่วนจากสำนักงานใหญ่เมื่อครู่... มันไม่ใช่เรื่องงบประมาณก่อสร้าง..." เสียงของผู้ช่วยหนุ่มตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "แต่ทางนั้นบอกว่า... มีคำสั่งให้ระงับโครงการทั้งหมดทันที เพราะเรากำลังถูกฟ้องร้องข้อหาขโมยแบบแปลนสถาปัตยกรรมครับ!" รินรดาลืมตาขึ้นพรับ อาคเนย์ผละถอยหลังออกห่างจากเธอทันที ใบหน้าคมคายกลับมาเคร่งเครียดและเย็นชาขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองซองเอกสารบนโต๊ะด้วยประกายตาที่วาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%