พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 14

ค่ำคืนที่โรงแรมร้าง

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
“ฉันมาเพื่อบอกข่าวร้ายที่ทำให้โครงการของคุณจบเห่ตั้งแต่คืนนี้ครับอาคเนย์” รอยยิ้มเย็นเยียบของผู้มาใหม่ยังคงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ทว่าความสนใจของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกลับไม่ได้อยู่ที่ประโยคขู่ขวัญนั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับกวาดมองโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าของโรงแรมร้างตรงหน้า—สถานที่ซึ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นความภาคภูมิใจ ก่อนจะพังทลายลงกลายเป็นแผลเป็นในใจที่เขาไม่เคยลบเลือน กลิ่นอับชื้นของปูนเก่าและฝุ่นผงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยอบอวลในความมืดสลัวของโถงล็อบบี้ อาคเนย์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความวิตกกังวลที่เคยซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นบัดนี้กำลังตีรวนขึ้นมาในอก เมื่อเงาอดีตอันเลวร้ายเริ่มทับซ้อนเข้ากับปัจจุบัน “ถ้าคุณคิดว่าการเอาซากปรักหักพังนี้มาขู่ผม จะทำให้ผมถอนตัวจากโครงการรีโนเวต คุณคงประเมินสถาปนิกอย่างผมต่ำไปหน่อยแล้วล่ะครับ” อาคเนย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่แฝงไว้ด้วยกระแสความกรุ่นโกรธที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า “ปากดีใช้ได้นี่ครับ... แต่หวังว่าตอนที่คุณเห็นความจริงว่า ‘ทำไม’ ตึกนี้ถึงพังในอดีต คุณจะยังรักษาความมั่นใจแบบนี้เอาไว้ได้นะ” ผู้มาใหม่หัวเราะในลำคอ ก่อนจะหันหลังเดินลึกเข้าไปในความมืดของตัวอาคาร “เดี๋ยวก่อนสิครับ!” เสียงฝีเท้าอีกคู่ดังแทรกขึ้นมากะทันหัน รินรดาปรากฏตัวขึ้นจากมุมเสา เธอหอบหายใจเล็กน้อยแต่ดวงตากลับเป็นประกายมุ่งมั่น มือเรียวกระชับเสื้อแจ็กเก็ตหนังในตัวแน่น หล่อนก้าวเข้ามาขวางหน้าอาคเนย์ไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะหันไปมองสถาปนิกหนุ่มด้วยสายตาตำหนิปนห่วงใย “คุณนี่มันดื้อด้านจริงๆ อาคเนย์ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาคนเดียวตอนดึกดื่นแบบนี้ ทำไมคุณถึงชอบแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเล่า!” รินรดาเอ็ดเสียงเขียว แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่นไม่แพ้กันเมื่อต้องยืนอยู่ในสถานที่รกร้างและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายทางวิชาชีพเช่นนี้ อาคเนย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยความกังวลในดวงตาคู่สวยนั้น ปากที่เคยเตรียมคำพูดร้ายๆ กลับต้องกลืนกลับลงคอไป เขาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย “นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงด้วยเลยนะรินรดา กลับไปซะ ที่นี่มันอันตรายเกินไปสำหรับคุณ” “อันตรายเหรอ? หึ!” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “คุณคิดว่าฉันคือนักเขียนข่าวซซิบดารากระจอกๆ ที่วิ่งตามหาข่าวเต้าหรือไงคะ—เอ๊ย... ครับ! ฉันคือนักสืบภาคสนามที่ขุดคุ้ยเรื่องเน่าเฟะของพวกนักธุรกิจมานักต่อนักแล้วนะอาคเนย์ ตึกนี้มีเบื้องหลังอะไรบางอย่างที่คุณพยายามปิดบัง และฉันก็จะไม่ยอมถอยกลับไปเด็ดขาดจนกว่าจะได้รู้ความจริง” ความดื้อรั้นของหญิงสาวทำให้มุมปากของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งในยามปกติ เคมีบางอย่างที่คุ้นเคยเริ่มจุดประกายความร้อนรุ่มท่ามกลางบรรยากาศที่เยือกเย็นและวังเวง “ตามใจคุณก็แล้วกันครับ... ถ้าอยากเห็นจุดจบของผมนัก ก็เดินตามมาติดๆ อย่าร้องกรี๊ดให้ผมรำคาญก็แล้วกัน” อาคเนย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำก่อนจะก้าวเดินนำหน้าเข้าไปในความมืด โดยมีรินรดากัดฟันเดินตามติดประชิดหลัง หล่อนไม่ยอมปล่อยให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอกว้างเกินหนึ่งก้าว แม้ภายในใจจะเริ่มหวาดผวาเมื่อเงาทึบของเสาปูนทอดตัวยาวน่ากลัวในแสงไฟฉาย ทั้งสองเดินลัดเลาะผ่านซากอิฐปูนที่หลุดร่อน ผนังปูนเปลือยที่มีรอยร้าวราชาโยงใยราวกับใยแมงมุม เป็นรอยร้าวชนิดเดียวกันกับที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของอาคเนย์ ทุกย่างก้าวที่ผ่าน เสียงรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงกระซิบจากอดีตที่คอยเยาะเย้ยความผิดพลาดของเขา อาคเนย์หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าเสาต้นใหญ่กลางห้องโถงชั้นสาม ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของโครงสร้างที่เคยทรุดตัวในอดีต มือใหญ่ของเขาสั่นเทาเล็กน้อยยามลูบไล้ไปตามรอยร้าวบนเนื้อปูน ความทรงจำอันเจ็บปวดผุดพรั่งพรู เสียงคานเหล็กบิดตัว เสียงกรีดร้อง และความรู้สึกไร้พลังในการปกป้องผลงานชิ้นเอกของตัวเอง กลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้งอย่างชัดเจน รินรดาเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่ดูราวกับกำลังแบกรับภูเขาไว้ทั้งลูก หล่อนสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ชายหนุ่มพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้มาดเย็นชา ความรู้สึกต่อปากต่อคำเมื่อครู่พลันมลายหายไป เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก “อาคเนย์...” เสียงของรินรดานุ่มนวลขึ้นอย่างผิดหูผิดตา มือเรียวเอื้อมไปแตะที่ข้อศอกของเขาเบาๆ “ถ้ามันเจ็บนัก... เราหยุดแค่นี้ก่อนไหมคะ—เอ๊ย! หยุดแค่นี้เถอะครับ” อาคเนย์หันกลับมามอง ขอบตาของสถาปนิกหนุ่มแดงก่ำเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น แต่เขากลับฝืนยانมุมปากยิ้มหยันให้ตัวเอง “ผมไม่เคยหนีความจริงครับรินรดา... โดยเฉพาะความจริงที่ว่า ตึกนี้ไม่ได้พังเพราะความผิดพลาดในการคำนวณของผมอย่างที่ทุกคนตราหน้า” “หมายความว่ายังไง?” รินรดาเบิกตากว้าง “หมายความว่า...” เสียงทุ้มต่ำกำลังจะเอ่ยไขความลับอันดำมืด ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากปาก เสียงปรบมือแปะๆ เบาๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังเสาอีกต้น ขัดจังหวะพวกเขาทั้งคู่เสียก่อน “ช่างเป็นการสารภาพรัก... อ๋อ ไม่สิ เป็นการสารภาพบาปที่น่าประทับใจเสียจริงครับคุณอาคเนย์” เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืด แสงไฟฉายสาดกระทบใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้มีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม และในวินาทีที่รินรดากวาดสายตามองเอกสารในมือของอีกฝ่าย หัวใจของหล่อนก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะมันคือ "พิมพ์เขียวต้นฉบับ" ที่ระบุชัดเจนว่าโครงสร้างถูกแก้ไขโดยฝีมือใครบางคน... ไม่ใช่อาคเนย์! “คุณ... คุณคือคนเดียวกับที่เซ็นอนุมัติแบบแปลนชุดนั้นเมื่อห้าปีก่อน!” รินรดาอุทานเสียงหลง ชายคนนั้นหัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า ก่อนจะชูเอกสารแผ่นนั้นขึ้นช้าๆ “ถูกต้องครับคุณนักเขียน และความลับนี้... กำลังจะฝังกลบพวกคุณไว้ใต้ซากตึกนี้ตลอดกาล” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%