“ถ้าคุณคิดว่าการยืนด่าผมกลางล็อบบี้โรงแรมจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น รินรดา... ผมแนะนำให้คุณหัดหาที่ที่เงียบกว่านี้หน่อย เพราะสายตาพนักงานโรงแรมเริ่มมองว่าผมเป็นผู้ชายที่โชคร้ายที่สุดในจังหวัดนี้แล้วครับ”
อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ถูกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย เขาหมุนตัวเดินดุ่มๆ เข้าไปในลิฟต์โดยไม่รอคำตอบ รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบก้าวเท้าตามเข้าไป ความโกรธที่คุกรุ่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่เขายังคงทำตัวเป็น ‘เจ้าเข้าเจ้าของ’ ความรู้สึกของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม
ลิฟต์ตัวแคบทำงานเงียบเชียบ บรรยากาศภายในกดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ อาคเนย์ยืนกอดอก พิงผนังลิฟต์ สายตาเหม่อมองตัวเลขที่เปลี่ยนไปทีละจังหวะ แสงไฟในลิฟต์สะท้อนใบหน้าคมสันที่ดูซูบตอบลงกว่าปกติ เธอมองเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่นั้นชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่คืบ
“คุณจะเลิกเก๊กสักนาทีได้ไหมอาคเนย์” รินรดากระแทกเสียง “ผู้หญิงคนนั้น... คุณแพรน่ะ เขาไม่ใช่แค่มารบกวนงานคุณ แต่เขากำลังทำให้คุณพัง ทุกอย่างที่คุณสร้างมาในโครงการนี้ ถ้าเขาเอาข้อมูลไปปล่อยหรือป่วนจนงบประมาณรั่วไหล คุณคิดว่าบริษัทจะมองคุณยังไง?”
อาคเนย์ไม่ตอบ เขาหลับตาลงช้าๆ พิงศีรษะกับผนังโลหะเย็นเฉียบ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ “คุณริน... คุณเป็นนักเขียนสืบสวนที่เก่งมากนะ แต่บางครั้ง คุณก็ขยันหาเรื่องใส่ตัวในจุดที่คุณไม่ควรจะยุ่งที่สุด”
“ฉันยุ่งเพราะฉันแคร์!”
สิ้นคำพูดนั้น ลิฟต์ก็หยุดกึกและเปิดออก อาคเนย์ก้าวออกมาข้างนอกทันทีโดยไม่หันกลับมามอง แต่จังหวะการเดินของเขากลับสะดุดลงชั่วขณะ มือหนาที่ถือคีย์การ์ดสั่นเทาจนแทบทำหล่นพื้น รินรดาที่เดินตามหลังมาติดๆ เห็นเหตุการณ์นั้นชัดเจน เธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนเขาไว้ทันที
“เป็นอะไรไป!”
“ปล่อยครับ” เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่า ต่างจากทุกครั้งที่มันมักจะเฉียบคมและทรงพลัง
“ไม่ปล่อย! คุณไม่ได้เป็นแค่หอบหืดใช่ไหม? มือคุณเย็นเฉียบเลยอาคเนย์ คุณกำลัง... คุณกำลังทำอะไรกับตัวเองกันแน่?” รินรดากระชากไหล่เขาให้หันมาเผชิญหน้า ในจังหวะนั้นเอง เธอเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่งอย่างที่เขาชอบแสร้งทำ แต่มันคือ ‘ความหวาดกลัว’
อาคเนย์เซถลาไปพิงผนังทางเดิน มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับอย่างแรง ความวิตกกังวลที่เขาสั่งสมมานานนับเดือนจากการแบกรับความรับผิดชอบในโครงการที่ถูกจับตาจ้องมองจากคนรอบข้าง เริ่มกัดกินสภาพจิตใจจนเขาเริ่มคุมไม่อยู่ ภาพอาคารเก่าแก่ที่พังทลายในอดีตฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ เสียงเพดานลั่นเปรี๊ยะราวกับเสียงกระดูกหักดังสะท้อนอยู่ในหู
“ออกไป...” เขาพึมพำ “ผมไม่ต้องการให้ใครมาเห็น... สภาพที่น่าสมเพชของผม”
รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกบีบหัวใจที่แปลกประหลาด เธอขยับเข้าไปใกล้ ลดกำแพงของตัวเองลงจนเหลือเพียงความอ่อนโยนที่เธอเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมอบให้ผู้ชายคนนี้
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ” เธอเอ่ยเสียงเบา แตะมือลงบนหลังมือที่สั่นเทาของเขา “เหตุการณ์นั้นมันผ่านมาแล้ว และตอนนี้... คุณกำลังทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ใช่เหรอคะ?”
อาคเนย์ลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าของรินรดาที่อยู่ใกล้เสียจนเขารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอแทรกซึมผ่านความตื่นตระหนกเข้ามาในโสตประสาท ความเปราะบางที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดพังทลายลงในวินาทีที่เขาสบตากับคนตรงหน้า
“ทำไมคุณถึงต้องดื้อรั้นขนาดนี้...” เขาถามเสียงแหบพร่า พลางเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะที่พวงแก้มของเธอ แผ่วเบาราวกับเกรงว่าเธอจะเป็นเพียงภาพหลอน “ทั้งที่รู้ว่าผมเป็นคนยังไง... ทำไมถึงยังไม่ถอยไป”
“เพราะถ้าฉันถอย คุณก็จะตายอยู่ตรงนี้คนเดียวไงครับ” รินรดาสวนกลับด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมา แต่แฝงด้วยความห่วงใยที่จริงใจที่สุด
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นจังหวะเดียวกันจนแทบจะรวมเป็นหนึ่ง อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของกันและกัน รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับยืนหยัดมั่นคง ราวกับกำลังรอคอยคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ของมันได้สมบูรณ์แบบ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นจากทางเดินฝั่งลิฟต์อีกด้าน ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวและผละออกจากกันทันที อาคเนย์รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็วราวกับหน้ากากที่สวมไว้เป็นนิจ
“อาคเนย์! คุณอยู่นี่เอง!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความร้อนรน
ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ—ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แพร แต่เป็นคนที่เธอจำได้แม่นว่าไม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้
ใบหน้าของอาคเนย์ซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นบุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา “คุณ... มาที่นี่ทำไม?”
“ฉันมาเพื่อบอกข่าวร้ายที่ทำให้โครงการของคุณจบเห่ตั้งแต่คืนนี้ครับอาคเนย์” ผู้มาใหม่เอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและอาคเนย์มาถึงจุดนี้ หวังว่าเรื่องราวในตอนถัดไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดนะครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับขอบพระคุณครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 13
กฎของความใกล้ชิด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!