กลิ่นอื้นชื้นของดินผสมกับกลิ่นไอคอนกรีตเก่าแก่ตีเข้าจมูกทันทีที่แรงเหวี่ยงจากมือหนาหยุดลง อาคเนย์ปล่อยข้อมือเล็กเป็นอิสระราวกับมันเป็นสิ่งของร้อนจัดที่เขาไม่อยากแตะต้องนานเกินความจำเป็น เสียงหอบหายใจของรินรดาไม่ได้มาจากความเหนื่อยอ่อนอย่างเดียว แต่มันคือความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้จนอกกระเพื่อมไหว
ความมืดสลัวใต้ฐานรากอาคารอนุรักษ์มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มอมแดงสาดส่องเป็นทางยาว ทอดเงาทะมึนของโครงสร้างเหล็กกล้าและเสาปูนเปลือยให้ดูน่ากลัวราวกับสัตว์ประหลาดในเทพนิยาย
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง อาคเนย์!" รินรดาแหวใส่ทันทีที่ตั้งหลักได้ มือเรียวยกขึ้นกุมข้อมือข้างที่เพิ่งถูกพันธนาการไว้ รอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นเด่นชัดบนผิวเนื้อเนียน "ลากฉันลงมาในรูหนูสกปรกนี่เพื่ออะไร ถ้าอยากฆ่าหมกส้วมกันทำไมไม่บอกตั้งแต่บนดิน!"
อาคเนย์ไม่ตอบ เขาหันหลังให้เธอ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกกำลังก้าวเดินสำรวจรอยร้าวบนผนังรับน้ำหนักอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามแนวรอยแยกของปูนซีเมนต์ที่ปริแตกราวกับแพทย์กำลังตรวจเช็คชีพจรของคนไข้ ท่าทีนิ่งสนิทและเย็นชานั้นยิ่งทำให้คนมองอยากเข้าไปกระชากคอเสื้อให้รู้แล้วรู้รอด
"ถ้าคุณยังไม่อยากให้ปมปริศนาที่คุณดองไว้ในสมองตีบตันตายไปเสียก่อน ก็หุบปากแล้วฟัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง "นี่ไม่ใช่รูหนู... นี่คือหัวใจที่กำลังจะวายของตึกนี้ และคุณกำลังเอาขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปสู่ความตายบนฟุตบาทข้างบนนั้น ถ้าพวกมันตามเราทัน"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอกวาดสายตามองไปรอบตัว พื้นที่แคบๆ ใต้ดินแห่งนี้อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และความลับที่ถูกกลบฝัง แต่เหนือสิ่งอื่นใด... เธอกลัวความอึดอัด และเธอยิ่งเกลียดท่าทีถือดีของสถาปนิกหนุ่มคนนี้เป็นที่สุด
"ฉันไม่ใช่เด็กฝึกงานของคุณนะ อาคเนย์ ถึงได้มาออกคำสั่งแล้วทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้ เรามีข้อตกลงร่วมกัน—"
"ข้อตกลงถูกยกเลิกไปตั้งแต่คุณวิ่งไปสะดุดขาตัวเองจนเกือบโดนการ์ดของพวกมาเฟียเก็บตั้งแต่หน้าล็อบบี้แล้วครับ" อาคเนย์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองเธอนิ่งสนิท ประกายในดวงตานั้นวับ
แวมด้วยความหงุดหงิดระคนวิตกกังวล ซึ่งเป็นคอมโบเอกลักษณ์ที่มักจะทำให้เขาดูอันตรายและน่าค้นหาไปพร้อมกัน "นับจากวินาทีนี้ที่คุณก้าวเท้าเหยียบอาณาเขตของผม คุณต้องทำตาม 'กฎเหล็ก' สามข้อ... ไม่มีข้อแม้ และไม่มีสิทธิ์ต่อรอง"
รินรดาสะดุ้งกับความใกล้ชิดที่จู่ๆ ก็ลดระยะลง อาคเนย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดกับเสาปูนเย็นเฉียบ ไออุ่นจากร่างกายของเขาลอยปะทะเข้ากับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัว สร้างสนามพลังที่ชวนให้หายใจติดขัดอย่างประหลาด
"กฎข้อแรก..." น้ำเสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าแต่นิ่งสนิทราวกับคำประกาศิต "ห้ามเดินนำหน้าผมเด็ดขาด โครงสร้างที่นี่พังได้ทุกเมื่อถ้าคุณเหยียบผิดจุด"
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะกลัวตึกถล่ม แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างปลายจมูกของเขากับแก้มเธอมันใกล้เกินไปจนเกือบจะสัมผัสได้
"กฎข้อที่สอง..." เขายังคงพูดต่อโดยไม่ถอยห่าง สายตาคมกวาดมองลงมาที่ริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ ก่อนจะเลื่อนกลับสบตา "ห้ามแตะต้องเอกสารหรือแปลนโครงสร้างใดๆ ในห้องทำงานของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต... รอยหมึกจุดเดียวบนนั้น อาจหมายถึงชีวิตของคนนับร้อย"
ประโยคหลังเขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ปมในอดีตที่ยังคงกัดกินหัวใจทำให้ดวงตาคู่นั้นไหววับชั่วขณะ รินรดาชะงัก เธอมองเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะน้ำแข็งของสถาปนิกหนุ่ม แต่มันก็รวดเร็วเสียจนเธอนึกว่าตาฝาดไป
"แล้วกฎข้อที่สามล่ะ..." เธอเค้นเสียงถามออกไป แม้ลำคจะแห้งผาก ร่างกายเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาท่ามกลางความเย็นของใต้ดิน
อาคเนย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ลอยมาจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่เย้ายวนและอันตรายในคราเดียวกัน
"กฎข้อที่สาม..." นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก "ห้ามตกหลุมรักผมเด็ดขาด... เพราะผมไม่มีพื้นที่ในชีวิตให้ใครเข้ามาทำพังอีกแล้ว"
คำพูดนั้นเฉียบคมและเย่อหยิ่ง แต่นัยน์ตากลับทอดสะท้อนภาพของเธอไว้อย่างชัดเจน เคมีร้อนแรงระหว่างคนทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศจนแทบจะเกิดประกายไฟ รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลคำตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่า
เธอยื่นมือออกไปหมายจะผลักอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะได้สัมผัสกับเนื้อผ้า
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากความมืดมิดทางฝั่งทางออกอุโมงค์ที่พวกเขาเพิ่งเดินลัดเลาะเข้ามา ตามด้วยแสงไฟฉายกราดสาดส่องเข้ามาวับแวม อาคเนย์ดึงร่างของรินรดาเข้ามาชิดอกแกร่งในเสี้ยววินาที มือหนาปิดปากเธอแน่นไม่ให้หลุดเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว ขณะที่ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังความมืดเบื้องหน้าด้วยสัญชาตญาณนักล่า
ที่ปลายอุโมงค์... เงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนเศษปูนแตกดังชัดเจนทีละก้าว... ทีละก้าว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตและหัวใจในตอนนี้นะครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของสถาปนิก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!