เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ ในความมืดชื้นของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยังสร้างไม่เสร็จ มันไม่ใช่เสียงต้อนรับ แต่เป็นเสียงสะท้อนจากการเหยียบย่างอย่างไร้มารยาทบนพื้นปูนขัดมัน
"ถ้าคุณคิดว่าการเดินย่องเข้ามาในเขตหวงห้ามตอนเที่ยงคืนจะทำให้คุณได้ข้อมูลที่สะอาดพอจะเอาไปตีพิมพ์ล่ะก็... ผมเกรงว่าคุณกำลังประเมินจรรยาบรรณของตัวเองต่ำไปหน่อยนะครับ, คุณนักเขียน"
ร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงเสาเข็มต้นหลักสะท้อนเงากับแสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านโครงสร้างโลหะเปลือยเปล่า อาคเนย์ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายืนกอดอก สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองผู้บุกรุกสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความเยียบเย็น ทว่าแฝงประกายความคุกรุ่นบางอย่างที่ยากจะละสายตา
รินรดาชะงักฝีเท้า เธอกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ แต่ใบหน้าเรียวกลับเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำเปื้อนฝุ่นปูนและกลิ่นอายความดื้อรั้นของเธอกำลังท้าทายความอดทนของสถาปนิกหนุ่มผู้นี้อย่างถึงที่สุด
"ฉันไม่ได้มาขโมยข้อมูล ฉันแค่มาหาความจริง... ในเมื่อคุณเลือกที่จะปิดปากเงียบและซ่อนเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรอยร้าวของอาคารชุดเฟสสามไว้ใต้พรม ฉันก็มีความจำเป็นต้องมา 'ตรวจงาน' ด้วยตัวเองค่ะ... เอ้ย! ด้วยตัวเองครับ!" รินรดาเผลอหลุดเสียงสูงด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบดัดเสียงให้ต่ำลงเพื่อกวนประสาทเขาคืน
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน เขาสกิดปลายรองเท้าหนังกับพื้นปูนซีเมนต์ ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเธอดั่งเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ... คุณรินรดา" อาคเนย์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ลอยปะทะจมูกจนหญิงสาวต้องผถดลมหายใจเข้าลึกๆ "แต่ความกล้าบ้าบิ่นอย่างไร้สมองแบบนี้ มันอาจจะทำให้คุณได้ตั๋วฟรีไปนอนในห้องขังข้อหาบุกรุกยามวิกาล แทนที่จะได้สกู๊ปข่าวหน้าหนึ่งอย่างที่ฝันไว้นะครับ"
"ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง คุณคงไม่มายืนเฝ้าแปลนก่อสร้างตัวจริงในเวลาตีสองแบบนี้หรอกค่ะ... อะแฮ่ม! แบบนี้หรอกครับ!" รินรดาจงใจเน้นเสียงประชดประชัน เธอขยับตัวเข้าประชิดแผ่นอกกว้างของเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของสถาปนิกหนุ่ม แต่แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "บอกฉันมาดีๆ เถอะค่ะ... ว่าทำไมวิศวกรของคุณถึงลาออกแบบกะทันหัน หรือว่าตึกนี้มันกำลังจะพังลงมาทับอนาคตของคุณกันแน่คะ... คุณสถาปนิกมือหนึ่ง!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดกันในระยะประชิด อาคเนย์ก้มมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นแผ่นกระดาษแปลนพิมพ์เขียวพับซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเธอ
มือหนายื่นออกไปอย่างรวดเร็วจนรินรดาตั้งตัวไม่ทัน นิ้วเรียวยาวคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อแจ็คเก็ตของเธอแล้วดึงเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง แรงปะทะกะทันหันทำให้รินรดาต้องใช้มือทั้งสองข้างยันแผ่นอกแกร่งของเขาไว้โดยอัตโนมัติ สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้าทำเอาเธอสะท้านเฮือก
"คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ!" รินรดาเอ็ดเสียงเขียว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน
"ผมแค่จะเตือนสติคุณ... ว่าพื้นที่ตรงนี้มันอันตรายเกินกว่าที่คนปากดีจะมาเดินเล่นคนเดียว" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "และเอกสารในกระเป๋าของคุณ... มันไม่ใช่ข้อมูลสำหรับสาธารณชน"
รินรดาพยายามบิดข้อมือหนาที่ตรึงเธอไว้ แต่ยิ่งดิ้น ร่างกายก็ยิ่งแนบชิดกับเขามากขึ้นจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ เคมีประหลาดบางอย่างกำลังแผดเผาช่องว่างระหว่างพวกเขา ความโกรธเกลียดจากการปะทะคารมแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง
"ปล่อยฉัน! ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนแถวนี้มาช่วยคุณฉุดฉันจริงๆ ด้วย!" รินรดาขู่ลอดไรฟัน แม้ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยความเคือง
อาคเนย์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนอวดเก่งให้จนมุม
"ร้องไปซิครับ... ในรัศมีห้ากิโลเมตรนี้ ไม่มีใครกล้าเข้ามาสอดเรื่องของผมหรอก นอกเสียจากว่า..."
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากทางเข้าหลักของไซต์งาน ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับไฟฉายกราดส่องสว่างวาบมายังเสาเข็มที่พวกเขายืนอยู่
"คุณอาคเนย์ครับ! ตำรวจเขตมาถึงแล้วครับ บอกว่ามีคนแจ้งเบาะแสว่ามีผู้บุกรุก!" เสียงตะโกนของหัวหน้าคนงานดังแทรกความเงียบขึ้นมา
อาคเนย์ชะงัก สายตาที่เคยจดจ่ออยู่กับริมฝีปากอิ่มของรินรดาตวัดกลับไปยังทิศทางของแสงไฟทันที ทว่ามือที่รวบเอวบางของเธอไว้ยังคงไม่ยอมปล่อย
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำว่า 'ตำรวจ' สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงหายนะหากเธอถูกจับได้คาหนังคาเขาพร้อมกับพิมพ์เขียวลับในกระเป๋า
"ซวยแล้ว..." เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่มที่กำลังมองเธอด้วยสายตาคาดเดาไม่ได้
อาคเนย์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มของเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่าขนลุก "ถ้าไม่อยากโดนข้อหาลักทรัพย์ทางราชการ... ก็หุบปากแล้วตามผมมาทางนี้"
พูดจบ มือหนาก็คว้าข้อมือเล็กของรินรดาแล้วออกแรงกระชากให้วิ่งตามเขาพุ่งหายเข้าไปในความมืดของอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินทันที โดยไม่สนว่าเบื้องหลังจะมีใครกำลังตามล่าพวกเขาอยู่บ้าง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมนะครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 1
ผู้บุกรุกในพื้นที่หวงห้าม
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!