“ข้าบอกให้วางกระบี่ลง!”
เสียงตะคอกของข้าดังก้องกังวานไปทั่วโถงตำหนักที่เงียบงันจนน่าขนลุก ทว่าองครักษ์ผู้นั้นกลับนิ่งเฉยดุจรูปปั้นหิน แววตาที่เคยฉายแววซื่อสัตย์บัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับถูกดึงวิญญาณออกไป คงเหลือไว้เพียงเครื่องจักรสังหารที่จดจ่ออยู่กับพระศอของบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจของข้า
เฟยหลงยังคงประทับนิ่งอยู่บนแท่นบรรทม พระพักตร์เรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบนั้นมิได้เหลือบแลคมกระบี่แม้แต่น้อย แต่กลับจับจ้องมาที่ข้า... แววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวด และคำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
“เยี่ยนซี ถอยไป” เฟยหลงรับสั่งด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ แต่มันกลับกรีดลงบนหัวใจของข้าจนแทบขาดรอน
“ไม่!” ข้าตวาดกลับ มือสั่นเทาขณะขยับก้าวไปข้างหน้า “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูท่านถูกคนขายชาติรุมทำร้าย หากจะให้ตาย... ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!”
“ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก” อัครมหาเสนาบดีหยางแค่นหัวเราะ เสียงของเขาราวกับเสียงกรีดของโลหะบนแผ่นหิน “ฮ่องเต้องค์น้อยที่ยึดติดกับความรัก และสตรีผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ... ช่างสมกันเหลือเกินในวาระสุดท้ายนี้”
กงกงจางที่ยืนอยู่ข้างหลังขยับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาขยับเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูข้า “พระสนม ท่านเลือกทางเดินผิดตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตำหนักนี้แล้ว หากท่านยอมคุกเข่าอ้อนวอนใต้เท้าหยางแต่โดยดี บางที... ชีวิตของฮ่องเต้อาจจะยังพอมีลมหายใจต่อได้อีกสักชั่วยาม”
ข้าไม่ตอบโต้ แต่เบนสายตาไปที่เฟยหลง เพียงเสี้ยววินาทีที่แววตาของเราประสานกัน ข้าอ่านความนัยนั้นออก... นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือแผนการที่เขาวางไว้เพื่อล่อเสือออกจากถ้ำ!
“อัครมหาเสนาบดี” เฟยหลงตรัสขึ้น ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหยาง “เจ้าคิดว่าคนอย่างข้า... จะไร้ทางสู้เพียงเพราะองครักษ์หนึ่งคนหักหลังหรือ?”
“ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ดีว่าท่านมีสายลับซ่อนอยู่ในวังหลวง” หยางยิ้มหยัน พลางโบกมือเป็นสัญญาณ “แต่ท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าในวินาทีนี้ จะยังมีใครกล้าก้าวเข้ามาช่วยท่าน? ความภักดีในราชสำนักนี้เปรียบเสมือนใบไม้แห้งเมื่อต้องลมพายุ... มันปลิวหายไปนานแล้ว”
หยางก้าวเข้ามาใกล้ข้ามากขึ้นจนข้าได้กลิ่นกำยานแปลกปลอมจากตัวเขา “หลิวเยี่ยนซี เจ้าฉลาดนักไม่ใช่หรือ? ลองดูซิว่าหากข้าสั่งให้องครักษ์ผู้นี้บั่นคอฮ่องเต้ของเจ้าลงตรงนี้ เจ้าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไรด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ของเจ้าเอง”
ข้าสูดลมหายใจลึก พยายามคุมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง หัวใจของข้าเต้นรัวด้วยความตระหนก แต่ความรักที่ข้ามีต่อบุรุษตรงหน้าแข็งแกร่งเกินกว่าจะยอมจำนน ข้าก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งโดยไม่เกรงกลัวคมกระบี่ “ถ้าท่านกล้าฆ่าเขา ท่านก็รู้ดีว่าราชลัญจกรจะหายไปตลอดกาล... และแผ่นดินนี้จะลุกเป็นไฟด้วยมือของเหล่าแม่ทัพที่จงรักภักดีต่อเขา ไม่ใช่ท่าน!”
เฟยหลงลุกขึ้นช้าๆ พระหัตถ์คว้าจับคมกระบี่ด้วยพระองค์เอง แม้เลือดจะซึมออกมาจนเปื้อนฉลองพระองค์สีทองอร่าม แต่พระองค์กลับแย้มสรวงออกมาอย่างท้าทาย “หยาง... เจ้าแพ้แล้ว”
ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยหลวงก็ดังกังวานขึ้นเป็นจังหวะที่ผิดเพี้ยน—นั่นคือรหัสลับของการโจมตี!
ใบหน้าของอัครมหาเสนาบดีหยางเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ “เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่มีทางระดมพลได้เร็วขนาดนี้!”
“ข้าไม่ได้ระดมพล” เฟยหลงกระชากกระบี่จากมือองครักษ์ที่เหม่อลอยผู้นั้นอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มลง “ข้าแค่ปล่อยให้เจ้าเห็นในสิ่งที่อยากเห็น และเมื่อเจ้าเผลอ... ความมืดมิดที่เจ้าสร้างขึ้น ก็จะเป็นหลุมศพของเจ้าเอง”
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ลมกรรโชกแรงก็พัดกระแทกหน้าต่างตำหนักจนพังทลายลงมา ร่างหนึ่งพุ่งทะลุเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พุ่งเข้าใส่เฟยหลงอย่างจัง! ข้ากรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นคมดาบยาวเสียบทะลุผ่านทรวงอกของฮ่องเต้ต่อหน้าต่อตา!
ร่างของเฟยหลงทรุดลงในอ้อมกอดของข้า เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มพื้นกระเบื้องเคลือบ ข้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าของนักฆ่าผู้นั้น... เขาคือคนเดียวกับที่ข้าคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ในคุกหลวงเมื่อสามปีก่อน!
“ท่านแม่ทัพใหญ่...” ข้าพึมพำด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ปลายดาบนั้นยังคงคาอยู่ในอกของชายคนรัก “นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับเยี่ยนซีนะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ทอดทิ้งพวกเราในยามที่ความหวังเหลือเพียงเศษเสี้ยวเช่นนี้ค่ะ
หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 27
หัวใจที่เดิมพัน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!