“เจ้ากล้าดียังไงถึงนำตราประทับนี้มาวางไว้ต่อหน้าข้า!”
เสียงตวาดก้องของฮ่องเต้เฟยหลงดังกังวานไปทั่วตำหนักบรรทม ประกายตาของชายหนุ่มดุดันราวกับพยัคฆ์ที่ถูกทรยศ บนโต๊ะไม้จันทน์หอมมีป้ายหยกสีเลือดวางเด่นหรา มันคือตราประจำตัวของ ‘หลินอวี้’ สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในหัวใจของเขานางที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน
หลิวเยี่ยนซีในชุดอาภรณ์สีครามเข้มยืนนิ่งสงบ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ นางไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงนั้น แต่กลับจ้องมองตราประทับด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
“ฝ่าบาท... ในสงครามไม่มีคำว่ารักหรือชัง มีเพียงคำว่าอยู่หรือรอด” เยี่ยนซีเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำที่ไร้กระแสลม “ตราประทับนี้ไม่ได้มาเพราะความปรารถนาของนาง แต่มันถูกใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นกองทัพที่ถูกเนรเทศให้มุ่งตรงมายังเมืองหลวงเพื่อ ‘ทวงคืนความยุติธรรม’ ให้กับตระกูลของหม่อมฉัน... และเพื่อทำลายบัลลังก์ของพระองค์”
ฮ่องเต้เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ “เจ้าต้องการจะบอกว่า คนรักของข้า คือแม่ทัพที่กำลังจะยกทัพมาบดขยี้เมืองหลวงอย่างนั้นรึ? หลิวเยี่ยนซี เจ้าฉลาดพอที่จะหาวิธีทำให้ข้าเลือกข้าง... ระหว่างหัวใจของข้า กับอำนาจในมือเจ้า”
“หม่อมฉันไม่ได้ให้พระองค์เลือกค่ะ” เยี่ยนซีเขยิบเข้าใกล้ กระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “แต่หม่อมฉันกำลังเตือนว่า อัครมหาเสนาบดีหยางไม่ได้รอให้กองทัพมาถึงหน้าประตูเมือง เขากำลังจะใช้ ‘ควันไฟ’ ในสนามรบภายในตำหนักนี้สังหารพระองค์ก่อนที่ศัตรูภายนอกจะก้าวเท้าเข้าสู่พระนคร”
ยังไม่ทันที่เฟยหลงจะได้เอ่ยตอบ เสียงโกลาหลจากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นไหม้ที่โชยมากับสายลม เสียงดาบกระทบกันดังกังวานสวนทางกับความเงียบสงัดของตำหนักใน กองทหารรักษาการณ์ที่ควรจะอารักขาพระองค์กลับถูกเปลี่ยนตัว... นี่ไม่ใช่การป้องกัน แต่นี่คือการปิดล้อม
“ฝ่าบาท หมอบลง!” เยี่ยนซีคว้าแขนเสื้อฮ่องเต้ดึงให้หลบเข้าหลังฉากกั้นไม้ฉลุ ทันใดนั้น ลูกธนูอาบยาพิษนับสิบดอกก็แหวกอากาศพุ่งเข้ามาปักลงบนพระแท่นบรรทมอย่างแม่นยำ
ภายในเขตพระราชฐานชั้นในที่เคยเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิเลือด อัครมหาเสนาบดีหยางปรากฏตัวขึ้นที่หน้าตำหนัก ในชุดเกราะเต็มยศ มือถือดาบอาญาสิทธิ์ที่แย่งชิงมาจากมือของขันทีผู้น่าสงสาร แววตาของชายชราเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ปิดไม่มิด
“ฝ่าบาท... ถึงเวลาสละบัลลังก์ให้แก่ผู้ที่คู่ควรแล้ว” เสียงของหยางดังก้องไปทั่วลานหน้าตำหนัก “ตราประทับของหลินอวี้อยู่ในมือข้า กองทัพของนางกำลังมุ่งมาเพื่อเป็นสักขีพยานในการสิ้นพระชนม์ของพระองค์!”
เฟยหลงเม้มปากแน่น ความโกรธแค้นและเจ็บปวดตีรวนอยู่ในอก เขาหันไปมองเยี่ยนซีที่กำลังหยิบมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ แววตานางมุ่งมั่นและไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“เยี่ยนซี เจ้าถอยไป ข้าจะออกไปเผชิญหน้ากับมันเอง” ฮ่องเต้เฟยหลงประกาศเสียงกร้าว
“หากพระองค์ออกไปตอนนี้ ก็เท่ากับเดินเข้าสู่กับดักที่เขาวางไว้ให้พระองค์เป็นกบฏในสายตาชาวโลก” เยี่ยนซีคว้ามือเขาไว้แน่น “ฟังหม่อมฉัน... เราจะไม่ออกไปในฐานะผู้แพ้ แต่เราจะออกไปในฐานะผู้ล่า”
เยี่ยนซีดึงปิ่นปักผมหยกสีเลือดออกมาจากมวยผม แล้วกดยอดของมันจนเกิดเสียงดัง 'คลิก' ลับทางเดินใต้ดินที่นางออกแบบไว้เมื่อครั้งยังเป็นสตรีผู้ถูกมองว่าไร้พิษสงเผยอออกเบื้องหลังรูปปั้นมังกร
“พระองค์เคยสงสัยไหมว่า ทำไมตระกูลของหม่อมฉันถึงถูกกวาดล้าง?” เยี่ยนซีหันมามองเขาด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง “ไม่ใช่เพราะเราทรยศ แต่เพราะเราถือครองแผนที่ลับของเมืองหลวงแห่งนี้... และบัดนี้ มันคืออาวุธเดียวที่จะเปลี่ยนควันไฟในสนามรบนี้ ให้กลายเป็นเพลิงเผาผลาญศัตรูของพระองค์จนไม่เหลือซาก”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทหารทัพหยางใกล้เข้ามาทุกที พวกมันกำลังพังประตูตำหนักชั้นในเข้ามา เยี่ยนซีหันไปสบตากับเฟยหลงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผลักเขาเข้าไปในช่องลับ
ทว่า ในขณะที่เยี่ยนซีกำลังจะก้าวตามเข้าไป ประตูด้านหน้าก็ถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาล ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดเกราะแม่ทัพพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ในมือของนางถือตราประทับสีเลือดที่กำลังส่องประกายเย็นเยียบ
“หลินอวี้...” เฟยหลงพึมพำด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของแม่ทัพผู้นั้นชัดๆ
สตรีที่เขารักที่สุด... ยืนอยู่ตรงนั้น... แต่นางไม่ได้มาเพื่อปกป้องเขา ในมือของนางดาบที่ชุ่มไปด้วยเลือดของทหารองครักษ์ของเขาเอง พร้อมกับสายตาที่ว่างเปล่าราวกับหุ่นเชิดที่ถูกควบคุมด้วยกลไกบางอย่าง
“ถอยไป เยี่ยนซี...” หลินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนบาดลึกถึงกระดูก “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อรัก... ข้ามาที่นี่เพื่อนำหัวของกษัตริย์ไปวางบนพาน”
เยี่ยนซีกำมีดสั้นในมือแน่น รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์นี้ ดูเหมือนจะลึกซึ้งและดำมืดกว่าที่นางเคยประเมินไว้หลายเท่าตัวนัก...
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับชะตากรรมของตัวละครนะคะ หลิวเยี่ยนซีจะรักษาบัลลังก์และหัวใจของฮ่องเต้ไว้ได้อย่างไร ในเมื่อศัตรูไม่ใช่คนนอกแต่เป็นคนในความทรงจำที่รักที่สุด ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ค่ะ!
หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 32
ควันไฟในสนามรบ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!