หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 8

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ท่านอัครมหาเสนาบดีหยางช่างเป็นผู้มีสัมผัสไวเกินคน... หากแต่เรื่องที่ข้าถืออยู่ในมือนี้ เกรงว่าท่านคงไม่ปรารถนาจะเปิดมันออกมาชมต่อหน้าผู้คนหรอกกระมัง?" น้ำเสียงของเยี่ยนซีราบเรียบดั่งผิวน้ำในบ่อนิ่ง ทว่าภายในใจกลับเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอรักษาระดับลมหายใจให้คงที่ สายตาปะทะกับแววตาดุจงูพิษของอัครมหาเสนาบดีหยางโดยไม่หลบเลี่ยง กล่องไม้ในมือที่บรรจุของสำคัญสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงบีบที่เธอกดลงไปเพื่อเตือนสติ หยางหยางหัวเราะหึในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลบนชุดขุนนางของเขาโชยปะทะจมูกเยี่ยนซี "ข้าหรือจะไม่กล้า? เยี่ยนซี เจ้าจงจำไว้ว่าในวังหลวงแห่งนี้ สิ่งที่ข้าต้องการข้าต้องได้ และสิ่งที่ข้าไม่ต้องการให้มีอยู่... มันก็ย่อมต้องหายไปพร้อมกับเจ้า" มือเหี่ยวแห้งดั่งกิ่งไม้แห้งของเขายื่นออกมาหมายจะคว้ากล่องไม้ในมือเธอ ในเสี้ยววินาทีนัน เยี่ยนซีขยับตัวกึ่งหลบกึ่งรับ เธอแสร้งทำเป็นเสียหลักจนกล่องในมือร่วงหล่นลงพื้น ฝาไม้กระแทกพื้นจนเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน... ไม่ใช่พิษร้ายอย่างที่หยางคาดหวัง แต่เป็นเพียงโฉนดที่ดินเก่าคร่ำคร่าของตระกูลที่ถูกริบไป หยางชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความงุนงงชั่วขณะ "นี่คืออะไร? เจ้าเล่นตลกอะไรกับข้า?" "ข้าเพียงแค่จะนำหลักฐานชิ้นนี้ไปทูลถวายฝ่าบาท เพื่อขอพระราชทานคืนที่ดินบรรพชน" เยี่ยนซีเงยหน้าขึ้น สบตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเท็จที่แนบเนียนที่สุด "ข้าเป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ ที่หวังพึ่งบารมีท่านเสนาบดีหยางให้ช่วยกราบทูล... หรือว่าท่านเกรงใจที่จะช่วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้?" ในความเงียบงันที่แผ่ขยาย บรรยากาศภายในห้องโถงนั้นราวกับมีคมดาบกวัดแกว่งไปมา หยางหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ เขาไม่ใช่คนโง่เง่าที่จะเชื่อคำลวงง่ายๆ แต่นี่คือกับดักที่เขาก็ถอนตัวไม่ขึ้น เพราะหากเขาปฏิเสธต่อหน้าขันทีที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก็เท่ากับเป็นการหักหน้าตนเองในฐานะผู้มีเมตตาต่อขุนนางผู้น้อย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมจังหวะการเดินที่บ่งบอกถึงสถานะอันสูงส่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก "อัครมหาเสนาบดีดูจะว่างงานยิ่งนัก ถึงได้มีเวลามาสนทนาเรื่องที่ดินกับสนมของข้าถึงในตำหนักในเช่นนี้?" ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีเหลืองทองก้าวเข้ามา ฮ่องเต้เฟยหลงแย้มพระสรวล หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา แววตาของพระองค์ดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะฟาดฟันผู้ที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของพระองค์ หยางรีบคุกเข่าลง "ฝ่าบาท... กระหม่อมเพียงแค่ผ่านมาและพบสนธิ์จันทร์เยี่ยนซีกำลังลำบากใจเรื่องที่ดินบรรพชน จึงได้แวะสนทนาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ" "ลำบากใจอย่างนั้นหรือ?" เฟยหลงเดินตรงมาที่เยี่ยนซี เขาวางมือหนาลงบนไหล่บางของเธออย่างคุ้นเคยและให้ความมั่นใจ เยี่ยนซีรู้สึกได้ถึงความร้อนจากฝ่ามือของพระองค์ที่ส่งผ่านมาเป็นสัญญาณเงียบๆ ว่า *'ทุกอย่างอยู่ในแผนการ'* "ถ้าเช่นนั้น ท่านเสนาบดีก็คงทราบดีว่าเรื่องที่ดินของตระกูลเยี่ยนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากท่านไม่มีธุระอื่นใดแล้ว ก็จงไปจัดการราชการแผ่นดินให้สมกับตำแหน่งที่ข้าไว้วางใจเถิด" ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กดดันจนคนที่ได้ยินต้องรีบก้มศีรษะถวายบังคมลา เมื่อร่างของอัครมหาเสนาบดีลับตาไป เฟยหลงก็ผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย เขาคว้ามือเยี่ยนซีแล้วพาเดินเลี่ยงไปยังระเบียงด้านหลังที่มืดสลัว "เจ้ารู้ใช่ไหมว่าที่เจ้าทำไปเมื่อครู่ มันเสี่ยงยิ่งกว่าเดินบนคมดาบ?" กระแสเสียงของพระองค์มีความกังวลเจืออยู่ชัดเจน "ถ้าหม่อมฉันไม่ทำเช่นนั้น พิษที่ท่านต้องการส่งให้ฮ่องเต้ในถ้วยชาเย็นวันนี้ ก็คงจะถูกเปลี่ยนมือไปตั้งแต่วินาทีที่ข้าก้าวออกจากห้องโถงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เยี่ยนซีกล่าวพลางล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อด้านใน หยิบซองกระดาษเล็กๆ ที่เปื้อนคราบพิษออกมา "นี่คือผงพิษ 'จันทร์ดับ' ที่เขายัดเยียดให้ข้า... หม่อมฉันสลับมันกับผงแป้งตั้งแต่อยู่ในห้องลับแล้ว" เฟยหลงมองผงพิษนั้นด้วยสายตาที่ลุกโชนด้วยความโกรธแค้น "มันช่างเหิมเกริมถึงขั้นคิดจะสังหารข้าในวันเฉลิมฉลองการแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่... เยี่ยนซี เจ้าทำได้ดีมาก แต่เจ้าอย่าได้ประมาทไป หยางไม่ได้มีแค่แผนเดียว" "หม่อมฉันทราบดีเพคะฝ่าบาท เพราะหลังจากนี้... สิ่งที่หยางจะทำต่อไป ไม่ใช่การวางยา แต่คือการใส่ร้ายว่า 'ฝ่าบาทเป็นผู้ลงมือสังหารตนเอง' เพื่อสร้างสถานการณ์กบฏ" เยี่ยนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน เธอรู้ว่าเกมนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต เฟยหลงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ถ้าเช่นนั้น เราก็ต้องเดินหมากตัวสุดท้าย" เขากระซิบแผนการข้างหูเธอ เยี่ยนซีเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความหนักแน่น เธอพยักหน้าช้าๆ แต่ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะวางแผนจนจบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากเงามืดหลังเสาหิน "แผนการช่างน่าตื่นเต้นนัก... แต่เสียดายที่ท่านทั้งสองคงไม่มีโอกาสได้เห็นจุดจบของมัน" เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด เขาคือหยางเฉิน บุตรชายคนโตของอัครมหาเสนาบดีหยาง ผู้ที่ได้รับฉายาว่า 'หมาป่าเงา' มือขวาที่โหดเหี้ยมที่สุดของตระกูลหยาง ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่เป็นจดหมายตราประทับสีชาดที่ทำเอาเฟยหลงถึงกับหน้าถอดสี "ข้าไปพบจดหมายฉบับนี้เข้า... จดหมายติดต่อลับระหว่างท่าน กับแม่ทัพใหญ่ที่อยู่ชายแดน..." หยางเฉินแสยะยิ้มพลางชูจดหมายขึ้น "หากจดหมายฉบับนี้ถึงมือสภาขุนนางในวันพรุ่งนี้ ฮ่องเต้ที่รักของข้า... ท่านคิดว่าบัลลังก์ที่ท่านนั่งอยู่ จะเหลือขาเก้าอี้ให้ท่านพิงอยู่อีกนานเท่าใด?" ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของข้า หลิวเยี่ยนซี แล้วพบกันในบทถัดไปที่ความจริงจะเริ่มสั่นคลอนทุกสรรพสิ่งค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%