กลิ่นกำยานหมื่นลี้อวลวนอยู่ในตำหนักทักษิณ ทว่าสำหรับหลิวเยี่ยนซีแล้ว กลิ่นหอมหวานนี้ไม่ต่างอะไรกับกลิ่นอายของความตาย มันถูกจุดขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนกลิ่นอายอับชื้นของอำนาจที่กำลังเน่าเฟะจากภายใน นิ้วเรียวดุจหยกสลักกำลังฝนแท่งหมึกสีชาดลงบนจานฝนหมึกอย่างเชื่องช้าและมั่นคง ทุกท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ ทว่าภายใต้ร่มผ้า ปลายแขนเสื้อกว้างกลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
เบื้องหน้าของนางคือโต๊ะอักษรไม้จันทน์แดง บนนั้นมีกล่องไม้แกะสลักลวดลายหงส์คู่มังกรวางอยู่—มันคือสมบัติล้ำค่าที่อัครมหาเสนาบดีหยางเพิ่งประทานให้เพื่อ "แสดงความยินดี" ที่นางได้เลื่อนขั้นเป็นสนธิ์จันทร์
"เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่หรือ... เยี่ยนซี"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เจือความระแวงดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวออกมาจากเงาของฉากกั้นผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ ฉลองพระองค์สีทองเข้มขับเน้นให้พระพักตร์หล่อเหลานั้นดูเคร่งขรึมและโดดเดี่ยว พระเนตรคมกริบกวาดมองร่างบางที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรักใคร่ หวาดระแวง และจำยอม
เยี่ยนซีหยุดมือจากการฝนหมึก ช้อนสายตาขึ้นสบกับพระเนตรคู่นั้น แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "หม่อมฉันกำลังคิดว่า... หมึกแท่งนี้ช่างราคาแพงลิบลิ่ว แต่ต่อให้ใช้จนหมดจด ก็ไม่อาจเขียนล้างมลทินให้ตระกูลหลิวได้แม้แต่ครึ่งบรรทัดเพคะ ฝ่าบาท"
เฟยหลงก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน พระHaeยหัตถ์หนาเอื้อมไปสัมผัสคางขอฃนางอย่างแผ่วเบa บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับการสำรวจ "เจ้ากล้าพูดคำนี้ต่อหน้าเราอย่างไม่กลัวตายเลยสินะ... รู้หรือไม่ ว่าในสายตาของอัครมหาเสนาบดีหยาง เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่รอวันถูกสละทิ้ง"
"หม่อมฉันทราบดียิ่งกว่าผู้ใดเพคะ" เยี่ยนซีตอบโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่มักทำให้หัวใจของฮ่องเต้หนุ่มกระตุกวูบทุกครั้ง "แต่ในกระดานหมากนี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้เล่น และใครกันแน่ที่เป็นเบี้ย... ฝ่าบาททรงตรัสเร็วเกินไป"
นางสะบัดข้อมือเบาๆ ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าจรดลงบนกระดาษสาบางเบา ตัวอักษรภาษาลับที่ใช้เฉพาะในตระกูลหลิวค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัว มันไม่ใช่รายงานราชการ แต่เป็นรหัสลับที่ถอดความได้ว่า *'กองกำลังทหารม้าเขตเหนือถูกโยกย้าย คืนนี้ สัญญาณไฟที่หอคอยทิศประจิมจะถูกจุด ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในกล่องนี้แล้ว'*
เฟยหลงมองตัวอักษรเหล่านั้นด้วยความตื่นตะลึง พระองค์รู้ดีว่าหากความนี้รั่วไหลออกไป ทั้งเขาและนางจะหัวหลุดจากบ่าภายในชั่วพริบตา "เจ้าจะส่งมันออกไปอย่างไร? ตำหนักนี้ถูกล้อมรอบด้วยสายตาของตาแก่หยางนับร้อยคู่ แม้แต่นกสักตัวยังบินผ่านออกไปไม่ได้"
เยี่ยนซีไม่ตอบ นางเพียงแต่แย้มยิ้มลึกลับ ก่อนจะหยิบกล่องไม้แกะสลักลวดลายหงส์คู่มังกรขึ้นมา แล้วพลิกแผ่นไม้ด้านฐานขึ้น กลไกซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายในส่งเสียงคลิกเบาๆ แผ่นไม้เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องลับขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย นางบรรจงม้วนกระดาษสาแผ่นนั้นให้มีขนาดเล็กจิ๋ว แล้วหยอดลงไปในช่องลับ ก่อนจะเลื่อนปิดสนิทอย่างไร้รอยต่อ
"กล่องใบนี่... อัครมหาเสนาบดีหยางเป็นคนประทานให้ด้วยมือของตนเองเมื่อยามเช้า" เยี่ยนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาด "และในยามค่ำคืนนี้ มันจะถูกส่งคืนกลับไปให้เขา... ในฐานะของขวัญแสดงความภักดี"
"เจ้าหมายความว่า..."
"ขันทีหลี่... คนสนิทของท่านอัครมหาเสนาบดี จะเป็นผู้มารับกล่องใบนี้กลับไปด้วยตนเองภายใต้ข้ออ้างเรื่องการตรวจสอบบัญชีเครื่องประดับ" เยี่ยนซีหันมาเผชิญหน้ากับฮ่องเต้เต็มตัว แววตาดุดันฉายประกายความเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยากยิ่งในสตรี "เราไม่ได้ส่งข่าวออกไปข้างนอก... แต่เรากำลังส่งมันเข้าไปในห้องนอนของศัตรูต่างหากเพคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักทักษิณอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ เฟยหลงมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งแกมหวาดหวั่น นางมิใช่เพียงสนับนุ่นนิ่มที่เขาใช้บำเรอสายตา แต่นางคือคมดาบอาบยาพิษที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์แพรไหมชั้นดี คมดาบที่พร้อมจะปักเข้าที่ขั้วหัวใจของศัตรูได้ทุกเมื่อ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงแหลมเล็กของขันทีหน้าห้อง "สนธิ์จันทร์เยี่ยนซี... ใต้เท้าขันทีหลี่มารับมอบสิ่งของตามราชโองการของท่านอัครมหาเสนาบดีพ่ะย่ะค่ะ!"
หัวใจของเฟยหลงกระตุกวูบ พระองค์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือหนากำด้ามกระบี่ข้างกายแน่น เยี่ยนซีสูดลมหายใจเข้าลึก1เพื่อระงับความตื่นตระหนก รอยยิ้มอ่อนโยนถูกสวมทับลงบนใบหน้าทันทีราวกับเปลี่ยนหน้ากาก นางหันไปก้มคำนับฮ่องเต้ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ
"ฝ่าบาททรงซ่อนตัวก่อนเถอะเพคะ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหม่อมฉัน"
ฮ่องเต้เฟยหลงกัดฟันกรอด พระองค์จำต้องถอยกลับเข้าไปในเงาสลัวของฉากกั้นอีกครั้ง ทิ้งให้เยี่ยนซียืนอยู่เพียงลำพังเบื้องหน้าโต๊ะอักษร
เยี่ยนซีสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อเรียกความมั่นคง สองมือประคองกล่องไม้จันทน์แดงขึ้นมาอย่างระมัดระวัง นางก้าวเดินด้วยฝีเท้าแผ่วเบาไปยังประตูตำหนัก ทว่าในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปปลดกลอนประตูนั่นเอง...
แอด...
บานประตูไม้หนักอึ้งถูกผลักเปิดออกด้วยมือของใครบางคนจาก *ด้านนอก* โดยที่ขันทีหน้าห้องยังไม่ทันได้ขานรับ!
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมขุนนางสีม่วงเข้มก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเย็นเยียบและอำนาจกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อัครมหาเสนาบดีหยางแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาคมปลาวาฬกวาดมองเยี่ยนซีที่ยืนถือกล่องไม้ค้างไว้ด้วยแววตาสสมรู้ร่วมคิด "ดูเหมือนข้าจะมาเร็วกว่ากำหนดสินะ... สนธิ์จันทร์เยี่ยนซี กล่องในมือของเจ้านั้น คงจะพร้อมส่งมอบให้ข้าแล้วกระมัง?"
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังหายใจทันกับเกมกลอันเชือดเฉือนนี้—หลิวเยี่ยนซี
หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 7
สายลับในเงามืด
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!