คมกระบี่ของโอรสสวรรค์จ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงของนางไม่ถึงคืบ ปลายโลหะเย็นเฉียบส่งไอสังหารคุกคามผิวเนื้อจนขนลุกชัน ทว่าหลิวเยี่ยนซีมิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงเนตรของฮ่องเต้เฟยหลงอย่างไร้ความหวาดหวั่น ในห้องลับใต้ตำหนักฉางชุนแห่งนี้ มีเพียงแสงสว่างริบหรี่จากตะเกียงน้ำมันหอมที่สั่นไหวตามแรงลม บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันราวกับแผ่นดินกำลังจะถล่ม
"ฝ่าบาททรงตรัสสิ่งใดกันเพคะ..." เสียงของนางราบเรียบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน นางมิได้หวาดกลัวคมกระบี่ กลับยกย่องความเด็ดเดี่ยวในแววตาของชายหนุ่มที่สะท้อนเงาของนางอยู่ภายในนั้น "หม่อมฉันเป็นเพียงธิดาของตระกูลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ การเดิมพันกับมังกรผู้ตกอับ... ฝ่าบาทไม่ทรงกลัวว่ากระบี่เล่มนี้จะย้อนกลับมาปลิดชีพพระองค์เองก่อนที่ความจริงจะปรากฏหรอกหรือ"
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน
"กบฏงั้นหรือ? คนตระกูลหลิวซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินมาสามชั่วคน หยางเทียนเฉิงต่างหากที่เป็นสุนัขป่าสวมชุดขุนนาง!" เฟยหลงกดปลายกระบี่ให้เข้าใกล้ลำคอของนางอีกนิด จนหยดโลหิตสีแดงสดซึมไหลผ่านคมโลหะหยดลงบนพื้นหินเย็นเยียบ "เราไร้ซึ่งอำนาจ ทหารในกำมือล้วนเป็นคนของมัน ขุนนางครึ่งราชสำนักคุกเข่าให้มัน มีเพียงเจ้า... หลิวเยี่ยนซี หญิงสาวผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ใต้รอยยิ้มอ่อนหวานเท่านั้นที่กล้าใช้เราเป็นหมากตัวหนึ่งในการแก้แค้น"
"หม่อมฉันมิกล้าใช้ฝ่าบาทเป็นหมาก..." เยี่ยนซีเอ่ยเสียงเบา ทว่ามั่นคง นางยื่นมือเรียวบางออกไปอย่างไม่เกรงกลัว ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนคมกระบี่ที่จ่อคอหอยอย่างแผ่วเบa แล้วค่อยๆ ดันมันให้ออกห่างจากลำคอของตนเองอย่างช้าๆ โลหิตสีชาดเปื้อนปลายนิ้วขาวผ่อง ตัดกับผิวเนียนละเอียดดึงดูดสายตาของฮ่องเต้หนุ่มให้ชะงักงัน
"แต่เราคือพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบที่สุดของกันและกันต่างหากเพคะ"
เยี่ยนซีเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ตรงๆ แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความแค้นที่แผดเผาอยู่ภายใน ผสมผสานกับความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยุติธรรม "หยางเทียนเฉิงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ มันคิดว่าราชบัลลังก์นี้อยู่ในอุ้งมือมันแล้ว แต่มันลืมไปว่า... บัลลังก์ที่สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของราษฎร ย่อมไร้รากฐานที่มั่นคง"
เฟยหลงมองสตรีตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและไร้ที่พึ่งพิงเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง พระองค์ค่อยๆ ลดกระบี่ลง เก็บมันกลับเข้าฝักด้วยเสียงกังวานทึบ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันในห้องลับแคบๆ
"เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นสิ่งตอบแทน หากเราได้บัลลังก์คืน..." เฟยหลงตรัสถาม น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ความยุติธรรมให้ตระกูลหลิว และ... ศศีรษะของหยางเทียนเฉิง มาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของผู้บริสุทธิ์นับร้อยชีวิต" เยี่ยนซีกล่าวทีละคำ น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก
ฮ่องเต้หนุ่มแย้มพระสรวลออกมา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุดันและอำมหิตอย่างที่กษัตริย์ผู้ถูกกดขี่ควรจะมี พระองค์ก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง กลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านปะปนกับกลิ่นจันทร์หอมจากพระวรกาย "ดี... ตกลงตามนี้"
เฟยหลงคว้าข้อมือเรียวของหลิวเยี่ยนซีขึ้นมา แล้วใช้ปลายมีดสั้นที่ซ่อนไว้ที่ข้อพระกรกรีดลงบนฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์เองเบาๆ จนเลือดสีแดงเข้มไหลซึม จากนั้นพระองค์จึงใช้มีดเล่มเดียวกันกรีดลงบนฝ่ามือของหญิงสาวเช่นกัน เลือดของทั้งสองไหลผสมปะปนกัน หยดลงบนพานทองเหลืองโบราณที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า
"สวรรค์เป็นพยาน ดินเป็นหลักฐาน" เฟยหลงตรัสด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ แววตาคมกริบทอดมองดวงหน้างามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป หลิวเยี่ยนซีและเฟยหลง ผูกพันธสัญญาด้วยเลือดและวิญญาณ ร่วมเป็นร่วมตาย ทำลายศัตรูแผ่นดินให้สิ้นซาก"
"เพคะ... ร่วมเป็นร่วมตาย" เยี่ยนซีเอ่ยทวนคำ ปลายนิ้วที่ชุ่มเลือดประสานเข้ากับฝ่าพระหัตถ์ของโอรสสวรรค์แน่น ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของพระองค์ส่งผ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บของจิตใจ นางรู้ดีว่าทางเดินเบื้องหน้านั้นเต็มไปด้วยหนามยอกและหลุมพรางแห่งความตาย หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียว ศศีรษะของทั้งนางและฮ่องเต้คงหลุดจากบ่าเป็นแน่แท้ แต่ในเมื่อเลือกเดินมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่มีคำว่าถอยหลังอีกต่อไป
ในขณะที่ทั้งสองกำลังผนึกพันธสัญญาอันดำมืดและทรงพลังอยู่นั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบสงบของตำหนักด้านบนก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เป็นจังหวะสามครั้งติดต่อกัน ซึ่งเป็นรหัสลับที่ตกลงกันไว้กับขันทีสนิทผู้เป็นสายของพวกเขาด้านนอก!
เฟยหลงและเยี่ยนซีสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ความตึงเครียดกลับมาพุ่งสูงถึงขีดสุดในทันที ขันทีจ้าวไม่มีทางส่งสัญญาณฉุกเฉินเช่นนี้เว้นเสียแต่ว่า... เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่ห้องทรงพระอักษรด้านบน
"ฝ่าบาท..." เยี่ยนซีเอ่ยกระซิบ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "มีคนล่วงรู้เรื่องห้องลับนี้แล้วกระมัง?"
เฟยหลงไม่ตอบ พระองค์ดึงกระบี่ออกจากฝักอีกครั้ง รัศมีของฮ่องเต้ผู้พร้อมประจันหน้ากับความตายแผ่ขยายออกมาอย่างเต็มเปี่ยม ทว่าก่อนที่พวกเขาจะทันได้ขยับตัว ประตูหินลับที่เชื่อมต่อกับทางขึ้นด้านบนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของขันทีจ้าวที่ล้มกะแทกพื้นเข้ามาในห้องด้วยสภาพโชกเลือด ดวงตาเบิกโพลงไร้ซึ่งลมหายใจ และที่ลำคอมีรอยแผลกระบี่ลึกจนเห็นกระดูกขาวโพลน!
และเงาร่างของใครบางคนในชุดคลุมสีดำสนิท ก็ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาตามรอยเลือดที่หยดเรี่ยราด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน—
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ฝ่าบาท... และนักโทษหนีตายแห่งตระกูลหลิว"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเดิมพันไปพร้อมกับความแค้นและโชคชะตาอันพลิกผันนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยรักและคมกระบี่ - หลิวเยี่ยนซี
หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 6
พันธสัญญาเลือด
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!