หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 17

จดหมายลับฉบับที่สาม

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นกำยานหอมกรุ่นในตำหนักบรรทมกลับกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดจางๆ ในความรู้สึกของข้าเมื่อจดหมายฉบับที่สามวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม พระเนตรคมกริบของฮ่องเต้เฟยหลงมิได้จับจ้องที่ข้า ทว่าทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานแกะสลักที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่อาบไล้พระพักตร์ให้ดูเคร่งขรึมและลึกลับเกินหยั่งถึง “เจ้าคงสงสัยสินะ... ว่าทำไมข้าถึงนิ่งเฉยในวันที่ตระกูลของเจ้าต้องกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้ง” พระสุรเสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจข้ามานาน ข้ากำชายกระโปรงผ้าไหมเนื้อดีแน่นจนมือสั่น “หม่อมฉันทราบว่าพระองค์มีเหตุผล แต่เหตุผลนั้นมีค่าพอหรือเพคะ กับชีวิตบริสุทธิ์ของคนในตระกูลที่ต้องสังเวยให้แก่เกมการเมืองของพระองค์?” เฟยหลงหมุนพระวรกายกลับมา แสงจันทร์ตกกระทบลงบนดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่ข้าเคยคิดว่าข้าอ่านออก แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าราวกับหลุมลึก “เยี่ยนซี เจ้าฉลาดพอที่จะรู้ว่าการจะถอนรากถอนโคนต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วแผ่นดินอย่างอัครมหาเสนาบดีหยาง เราไม่สามารถใช้ดาบเพียงเล่มเดียวได้ เราต้องใช้หนอนบ่อนไส้ที่กินเนื้อในของมันเอง” ข้าสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง “และคนในตระกูลหม่อมฉัน ก็คือหนอนที่พระองค์ใช้ล่อให้มันตายใจใช่หรือไม่เพคะ?” พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้จนข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ซ่าน พระหัตถ์หนาเชยคางข้าขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่แววตานั้นกลับดุดันประหนึ่งจะเผาผลาญข้า “ข้ามิได้ต้องการให้พวกเขาตาย แต่ข้าต้องการ ‘หลักฐาน’ ที่จะมัดตัวคนชั่วให้ดิ้นไม่หลุด และหากไม่มีหยดเลือดของเจ้าแลกมา ข้าจะไม่มีวันได้เห็นรายชื่อขุนนางกังฉินที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของหยางได้เลย” ข้าเบือนหน้าหนี สัมผัสถึงความเย็นเยียบของพระธำมรงค์ที่ประทับอยู่บนผิวแก้ม “พระองค์ช่าง... ใจดำยิ่งนัก” “เพื่อแผ่นดินที่ร่มเย็น ข้าพร้อมจะเป็นทรราชในสายตาใครต่อใคร” พระองค์หยิบม้วนกระดาษสีเหลืองซีดจากแขนเสื้อแล้ววางลงตรงหน้าข้า “จดหมายฉบับที่สามนี้ ไม่ใช่คำสั่งสังหาร แต่มันคือ ‘รายชื่อ’ ทั้งหมดที่เหลืออยู่... ขุนนางกังฉินที่เหลือรอดจากการถูกกวาดล้างครั้งก่อน” ข้าคลี่จดหมายออกช้าๆ มือของข้าสั่นระริกขณะกวาดสายตาไปตามรายชื่อที่เขียนด้วยหมึกสีชาด แต่ละชื่อที่ผ่านตาทำเอาหัวใจข้าแทบหยุดเต้น ชื่อเหล่านั้นมิใช่คนไกลตัว แต่เป็นขุนนางที่ข้าเคยให้ความเคารพ เป็นเหล่าเสาหลักที่ฮ่องเต้เคยทรงไว้ใจ “นี่มัน...” ข้าเงยหน้ามองพระองค์ด้วยความตระหนก “นี่หมายความว่า ฝ่ายของหยางไม่ได้มีแค่คนกลุ่มนั้น แต่พวกมันแทรกซึมไปทั่วทุกกระทรวง!” “ใช่” เฟยหลงโน้มพระวรกายลงมากระซิบข้างหูข้า กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ทำให้ข้าใจเต้นผิดจังหวะ “ค่ำคืนนี้ ข้าต้องการให้เจ้าส่งรายชื่อนี้ไปให้ถึงมือคนที่ไว้ใจได้ที่สุด... ไม่ใช่คนของข้า ไม่ใช่คนของหยาง แต่เป็น ‘ผู้ที่คอยเฝ้ามองจากมุมมืด’ เจ้าเองก็รู้ว่าข้าหมายถึงใคร” ข้าขมวดคิ้ว “พระองค์จะให้หม่อมฉันติดต่อกับ ‘เขา’ คนนั้นหรือเพคะ? เสี่ยงเกินไป! หากหยางรู้เข้า แม้แต่พระองค์ก็อาจจะ...” “ในเมื่อข้าก้าวเท้าลงในกองเพลิงแล้ว ข้าก็ไม่เกรงกลัวต่อความร้อนแรงของมันอีกต่อไป” เฟยหลงถอยออกมาเล็กน้อย ทรงทำท่าเหมือนจะตรัสอะไรบางอย่างต่อ แต่แล้วฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เวรก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงขานรายงานที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที “ฝ่าบาท! อัครมหาเสนาบดีหยางขอเข้าเฝ้าด่วนพ่ะย่ะค่ะ! เขาอ้างว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับ ‘จดหมายลับ’ ที่ถูกส่งเข้าวังเมื่อครู่!” เลือดในกายข้าเย็นเฉียบ จดหมายฉบับที่สามที่ข้าถืออยู่ในมือนี้ดูเหมือนจะร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟ เฟยหลงจ้องมองข้าด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว ทรงหยิบจดหมายกลับไปพับเก็บไว้ในอกเสื้อ แล้วดันข้าให้เข้าไปซ่อนหลังฉากกั้นมุกอย่างรวดเร็ว “ไม่ว่าเจ้าจะเห็นอะไร ได้ยินอะไร ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด... เพราะชีวิตของเจ้าและแผนการกอบกู้บัลลังก์นี้ขึ้นอยู่กับวินาทีข้างหน้าแล้ว” ร่างสูงใหญ่ของอัครมหาเสนาบดีหยางก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมฟุ้งของกำยานราคาแพงที่เขาใช้กลับทำให้ข้าเวียนหัวอย่างประหลาด เขาเดินตรงมาที่หน้าโต๊ะทรงงาน ก่อนจะยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจ “ฝ่าบาท กระหม่อมเพิ่งได้รับข่าวมาว่า... มีหนอนบ่อนไส้ลอบส่งข่าวในวัง หากกระหม่อมพบตัวมันเข้า ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะทรง ‘อนุญาต’ ให้กระหม่อมจัดการมันด้วยตัวเองได้หรือไม่?” หยางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉากกั้นมุกที่ข้าซ่อนตัวอยู่ แสงเทียนวูบไหวทำให้เงาของเขาดูยาวเหยียดและน่าสะพรึงกลัว ราวกับปีศาจที่พร้อมจะกระชากวิญญาณคนในวังให้มอดไหม้ เขายื่นมือออกมาราวกับจะปัดฉากกั้นมุกนั้นทิ้ง เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าใครที่อยู่ด้านหลัง นิ้วของเขาแตะลงบนขอบไม้ของฉากกั้นแล้ว... และในวินาทีที่เขากำลังจะผลักมันออกไป ฮ่องเต้เฟยหลงกลับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง “ท่านอัครมหาเสนาบดี... ท่านรีบร้อนเกินไปหรือเปล่า? สิ่งที่ท่านกำลังหาอยู่... บางทีมันอาจจะไม่ได้อยู่ในนี้ แต่กำลังวางอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้วก็ได้!” หยางชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความระแวง ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปดูโต๊ะของตนเองอย่างรวดเร็ว และทันใดนั้นเอง... ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาโดยนางกำนัลคนสนิทของหยางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ใต้เท้า! แย่แล้วเจ้าค่ะ! จดหมายในหอจดหมายเหตุ... ถูกเผาจนหมดสิ้นแล้ว!” ข้าที่แอบดูอยู่หลังฉากกั้นมุกแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของฮ่องเต้เฟยหลง—แววตาของผู้ที่เป็นผู้ควบคุมเกมนี้อย่างแท้จริง และเขาก็ไม่ได้มองไปที่หยาง... แต่เขามองตรงมาที่ข้า พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและอันตรายที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งอำนาจและหัวใจกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%