"เจ้าคิดว่าข้าเป็นเพียงหมากบนกระดานที่เจ้าจะวางไว้ที่ใดก็ได้งั้นหรือ... หลิวเยี่ยนซี?"
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกของอัครมหาเสนาบดีหยางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโถงว่าราชการ ปลายดาบคมกริบของเขายังคงจ่ออยู่ที่ลำคอของข้า กลิ่นคาวเลือดจางๆ จากการสังหารองครักษ์เมื่อครู่ยังอบอวลอยู่ในอากาศ ข้าพยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว แม้ในใจจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการถูกคนรักหักหลังตามที่เขาเพิ่งเปรยไว้ก่อนหน้านี้
"ท่านลุงพูดเรื่องอันใดกันเจ้าคะ" ข้าเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ปลายนิ้วจะเย็นเฉียบ "หากท่านต้องการบัลลังก์ ก็เพียงแค่ลงมือสังหารข้าเสียตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้คำลวงเพื่อบั่นทอนจิตใจข้าหรอกค่ะ"
หยางหัวเราะหึในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งเหมือนใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ใต้ฝ่าเท้า "หลอกลวงหรือ? เจ้าลองหันไปมองสิ ว่าใครที่ยืนรอชมฉากจบของละครฉากนี้อยู่หลังม่านทองคำ"
ข้าไม่กล้าหันไป... หัวใจของข้าเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความกลัวไม่ได้เกิดจากคมดาบที่จ่อคอ แต่มันคือความหวาดกลัวต่อความจริงที่ข้าไม่อยากจะยอมรับ
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเกือบจะกลืนกินข้าเข้าไป ม่านทองคำหนักอึ้งก็ถูกกระชากออกอย่างแรง!
ร่างสูงโปร่งของฮ่องเต้เฟยหลงก้าวออกมาด้วยท่าทางที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง พระเนตรของพระองค์ไม่ได้อ่อนโยนหรือเต็มไปด้วยความรักอย่างที่ข้าเคยรู้จัก แต่มันกลับฉายแววอำมหิตเย็นชาประหนึ่งพญามังกรที่กำลังโกรธเกรี้ยว
"หยาง... เจ้าถือดีอย่างไร ถึงได้นำคมดาบมาจ่อที่คอของ 'คนของข้า' ในเขตพระราชฐานชั้นในเช่นนี้" พระสุรเสียงของเฟยหลงก้องกังวาน ทรงอำนาจจนข้าราชบริพารที่หมอบกราบอยู่รอบโถงถึงกับตัวสั่นสะท้าน
อัครมหาเสนาบดีหยางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้ม "ฝ่าบาท... พระองค์ทรงลืมไปแล้วหรือว่านางเป็นเพียงเศษเสี้ยวความแค้นที่พระองค์ทรงเก็บไว้ใช้กำจัดตระกูลข้าเท่านั้น ความรู้สึกที่พระองค์แสดงออกต่อสตรีผู้นี้ ก็เป็นเพียงการแสดงเพื่อตบตาสายตาข้ามิใช่หรือ?"
เฟยหลงไม่ตอบ แต่พระองค์ก้าวลงจากแท่นประทับอย่างเชื่องช้า ทุกจังหวะฝีเท้าของพระองค์ดูหนักแน่นและมั่นคง ราวกับขุนเขากำลังเคลื่อนที่ ทุกคนในโถงต่างกลั้นหายใจ สายตาของฮ่องเต้จับจ้องไปที่ดาบในมือของหยางเพียงจุดเดียว
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่... ว่าผู้ใดที่กล้าแตะต้องเยี่ยนซี แม้เพียงปลายเส้นผม ข้าจะทำให้ผู้นั้นต้องสูญสิ้นตระกูลไปตลอดกาล"
ในพริบตานั้น เฟยหลงพุ่งตัวออกไปรวดเร็วดุจสายฟ้า พระองค์ไม่ได้ใช้กระบี่ แต่ทรงใช้มือเปล่าคว้าจับข้อมือของหยางไว้อย่างแข็งแกร่งจนหยางต้องปล่อยดาบด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่พระองค์จะตวัดดาบเล่มนั้นกลับมาจ่อที่คอของหยางแทนภายในไม่กี่ลมหายใจ
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ข้าตกตะลึงจนไม่อาจขยับตัว เฟยหลง... พระองค์กำลังปกป้องข้า หรือนี่เป็นเพียงหมากตัวใหม่ในเกมอำนาจของพระองค์กันแน่?
"เยี่ยนซี... มานี่" เฟยหลงสั่งเสียงเรียบ โดยไม่ละสายตาจากเสนาบดีหยาง
ข้าก้าวเท้าออกไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากความมืดมิดหลังเสาต้นใหญ่ บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทเดินออกมา ใบหน้าของเขาถูกปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากสีเงิน แต่นัยน์ตาคู่นั้น... ข้าจำมันได้ดี
"ฝ่าบาททรงเล่นบทบาทได้แนบเนียนยิ่งนัก" ชายปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นทำให้ข้าตัวแข็งทื่อ "แต่ท่านลืมไปแล้วหรือว่า... สิ่งที่เยี่ยนซีได้รับมอบหมายให้ทำในห้องบรรทมเมื่อคืนนั้น คือการวางยาพิษในถ้วยชาของพระองค์เอง มิใช่หรือ?"
สายตาของข้าพร่าเลือน ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้โลกทั้งใบของข้าล่มสลายลงในพริบตา ข้าหันไปมองเฟยหลงด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง พระองค์ไม่ได้ปฏิเสธ... พระองค์เพียงแค่นิ่งเงียบและกระชับคมดาบที่คอของหยางให้ลึกยิ่งขึ้นจนเลือดซึมออกมา
พระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว... พระองค์ทรงปล่อยให้ข้าทำสิ่งที่ข้ามิอาจให้อภัยตัวเองได้ เพื่อสิ่งใดกัน?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับเยี่ยนซีนะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้ข้าในตอนถัดไปค่ะ
หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 16
ความแค้นของมังกร
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!