"หากท่านคิดว่าถ้วยชาที่ก้นถ้วยมีพิษเพียงน้อยนิดจะสังหารข้าได้ ท่านคงประเมินความอดทนของข้าต่ำเกินไปแล้ว กระมัง สนมเอกลี่จิน"
เสียงของข้าเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบ ข้าวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมช้าๆ จังหวะเสียงกระทบดัง 'กริ๊ก' สั้นๆ แต่กลับก้องกังวานในความเงียบงันของตำหนักบูรพา ลี่จินที่นั่งอยู่ตรงข้ามข้าชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มหวานหยดค่อยๆ เลือนหาย กลายเป็นความแข็งเกร็งที่ขอบตา
"เจ้าพูดเรื่องอันใดกัน เยี่ยนซี ข้าเพียงแค่หวังดีอยากให้เจ้าลองชิมชาบุปผาจากแดนใต้ที่ฝ่าบาทประทานมาให้ต่างหาก" นางเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย พลางขยับพัดในมือเพื่อซ่อนความประหม่า
ข้าโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาจดจ้องไปยังดวงตาที่หลบวูบของนาง "ชาจากแดนใต้มีกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวา แต่ชาของท่านกลับมีกลิ่นฉุนจางๆ ของรากหญ้าพิษเจ็ดราตรีที่พบได้เพียงในสวนของจวนอัครมหาเสนาบดีหยางเท่านั้น... ท่านสนิทกับท่านพ่อของท่านถึงขั้นที่เขามอบเครื่องปรุงรสพิเศษมาให้ถึงในวังหลังเชียวหรือ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กลิ่นกำยานที่เคยหอมรัญจวนกลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตึงเครียด ข้าไม่ได้รอให้นางตอบ เพราะข้ารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องความอิจฉาริษยาในวังหลัง แต่มันคือหมากเกมใหญ่ที่อัครมหาเสนาบดีหยางวางไว้เพื่อสกัดกั้นข้า ก่อนที่ข้าจะทันได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้เฟยหลงในยามค่ำคืนนี้
"ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเล่นกับไฟ" ข้าลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ดูบอบบางของข้าทอดเงาลงบนร่างของลี่จินจนมิด "หากเรื่องนี้ถึงหูฝ่าบาท ท่านคิดว่าตระกูลลี่จะเหลือรอดกี่คน?"
"เจ้าไม่มีหลักฐาน!" ลี่จินเค้นเสียงออกมา ดวงตาที่เคยงดงามเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว "คนอย่างเจ้าเป็นเพียงผู้หญิงที่ฝ่าบาทหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราว คิดหรือว่าจะมีอำนาจสั่นคลอนพวกเราได้?"
ข้าไม่ได้ต่อปากต่อคำ แต่ก้าวเท้าออกไปใกล้หน้าต่างที่เปิดกว้าง มองออกไปยังยอดเจดีย์ในวังหลวง แสงจันทร์คืนนี้สว่างไสวผิดปกติ เป็นลางบอกเหตุถึงพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นเหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้เฟยหลงกำลังรอข้าอยู่ ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของขุนนางกังฉินที่หวังจะกัดกินแผ่นดิน ข้าจำเป็นต้องจัดการหมากตัวนี้ให้จบสิ้นเสียก่อน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เสื้อแพรก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก ตามมาด้วยเสียงขานรับที่ดูรีบร้อน
"ใต้เท้าหยางเข้าเฝ้าฝ่าบาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ! เขากำลังทูลขอให้ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการเนรเทศนางกำนัลจากตำหนักสนมที่เกี่ยวข้องกับข่าวลือเรื่องการคลัง... ซึ่งนั่นหมายถึงคนของเจ้า!"
ใจข้ากระตุกวูบ นี่คือการรุกฆาตที่อัครมหาเสนาบดีหยางวางไว้เพื่อตัดแขนขาของฮ่องเต้! ข้าหันกลับไปมองลี่จินที่เริ่มหัวเราะร่าด้วยความสะใจ แต่นางหารู้ไม่ว่าข้าเตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว
"ท่านหัวเราะเถิดลี่จิน" ข้าหยิบปิ่นหยกที่ข้าซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมา มันคือตราประทับลับที่ฮ่องเต้มอบให้ข้า "เพราะข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนทนาเรื่องชา แต่ข้ามาเพื่อเปลี่ยนสถานะของท่าน... จากสนมผู้โปรดปราน เป็นพยานปากเอกในการกบฏครั้งนี้"
ข้าเดินตรงไปที่ประตูพลางตะโกนเรียกองครักษ์ "จับตัวนางไว้! ข้ามีหลักฐานการวางยาพิษในถ้วยชาของข้า ซึ่งเป็นห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงถึงแผนการปลงพระชนม์ของอัครมหาเสนาบดี!"
ทว่า ในวินาทีที่ประตูตำหนักเปิดออก บุคคลที่ก้าวเข้ามาหาข้ากลับไม่ใช่ทหารองครักษ์ แต่เป็นชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำทมิฬ ดวงตาของเขาคมกริบดั่งเหยี่ยวและเย็นชาจนข้าต้องชะงักฝีเท้า เขาคือคนที่อัครมหาเสนาบดีหยางส่งมาเพื่อปิดปากทุกคนในตำหนักนี้โดยเฉพาะ
"ฝ่าบาททรงเรียกหาเจ้า แต่ดูเหมือนวันนี้ เจ้าจะไม่มีวันได้ก้าวออกไปจากประตูนี้อีกแล้ว" ชายผู้นั้นชักกระบี่ออกมา แสงจันทร์สะท้อนคมเหล็กวาววับ
ลี่จินหยุดหัวเราะ แล้วพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เจ้าเข้าใจผิดแล้วเยี่ยนซี... ข้าไม่ใช่หมากของเสนาบดี แต่ข้าคือคนของเขาที่ถูกส่งมาเพื่อเชือดคอเจ้าถึงที่นี่ต่างหาก"
ข้าตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่า ข้ากำลังก้าวเข้าสู่กับดักที่ออกแบบมาเพื่อสังหารข้าโดยเฉพาะ และประตูวังหลังที่ข้าเคยคิดว่าเป็นปราการ กลับกลายเป็นกรงขังที่ไม่มีทางออก ในขณะที่คมกระบี่จ่อตรงมาที่ลำคอ ข้าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินตามหลังชายชุดดำเข้ามา... เป็นเสียงฝีเท้าที่ข้าคุ้นเคยที่สุด และเป็นคนเดียวที่ข้าไม่เคยคาดคิดว่าจะหักหลังข้าเช่นนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายไปกับเยี่ยนซีนะคะ
หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 11
ศึกวังหลัง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!