หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 35

ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
คมดาบเย็นเยียบจ่อชิดลำคอระหง กลิ่นคาวสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นกำยานหรูหราในตำหนักอบอวลจนน่าคลื่นไส้ หลิวเยี่ยนซีจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แม้ลมหายใจของนางจะเริ่มติดขัดจากพิษร้ายที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย “เจ้าคิดว่าความตายจะจบสิ้นทุกอย่างงั้นหรือ อดีตองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์” เยี่ยนซีเค้นเสียงกระซิบ แม้เลือดสีเข้มจะเริ่มซึมออกจากมุมปาก แต่นางยังคงเชิดหน้าขึ้น “ความลับที่เจ้ากุมไว้ มันหนักหนาเกินกว่าที่หัวใจเน่าเฟะของเจ้าจะแบกรับไหว... หากเจ้าฆ่าข้าตอนนี้ ประวัติศาสตร์ที่เจ้าพยายามฝังกลบจะถูกขุดขึ้นมาในรูปแบบที่เจ้าคาดไม่ถึง” บุรุษผู้นั้นชะงัก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าเขรอะด้วยแผลเป็น “คำพูดของคนใกล้ตายมักจะสวยหรูเสมอ หลิวเยี่ยนซี เจ้าฉลาดเกินไป... ฉลาดจนข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าหายใจต่อไปได้แม้เพียงวินาทีเดียว” *ฉึบ!* คมมีดกรีดผ่านเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว เยี่ยนซีทรุดฮวบลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างดั่งถูกไฟเผา ทว่าก่อนที่คมดาบจะพุ่งเข้าปลิดชีพ ความโกลาหลก็ระเบิดขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก บานประตูไม้แกะสลักถูกถีบพังทลายลงด้วยพละกำลังมหาศาล “หยุดมือ!” เสียงตวาดก้องของฮ่องเต้เฟยหลงดั่งสายฟ้าฟาด เฟยหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยอาภรณ์มังกรที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดจากการต่อสู้ภายนอก ดวงตาที่เคยเฉยเมยบัดนี้วาวโรจน์ดั่งเพลิงกัลป์ เมื่อเห็นร่างของสตรีอันเป็นที่รักนอนจมกองเลือดบนพื้น หัวใจของโอรสสวรรค์ก็แทบจะหยุดเต้น เขาไม่สนใจศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกต่อไป ทิ้งดาบในมือแล้วปราดเข้าไปประคองร่างนางไว้ในอ้อมกอด “เยี่ยนซี! ห้ามหลับนะ... มองตาข้า!” น้ำเสียงของฮ่องเต้สั่นเครืออย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้ยินมาก่อน เยี่ยนซีพยายามลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความกังวลของเขา “ฝ่าบาท... หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ได้ทรยศ...” “ข้ารู้ ข้ารู้ดีที่สุด!” เฟยหลงตะโกนสั่งหมอหลวงที่รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “รักษาชีวิตนาง! หากนางเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผม ข้าจะประหารชีวิตทุกคนในตระกูลพวกเจ้า!” บรรยากาศในตำหนักเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่กดดัน หมอหลวงมือไม้สั่นระริกขณะลงเข็มพิษ หลิวเยี่ยนซีรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นเข้าสู่หัวใจ ราวกับร่างกายกำลังถูกกัดกินจากภายใน พิษของอัครมหาเสนาบดีหยางนั้นขึ้นชื่อว่าไร้ทางแก้ แต่นางยังคงกุมมือของเฟยหลงไว้แน่น “ฝ่าบาท... แผนที่ลับ... อยู่ในกำไลหยกของหม่อมฉัน...” นางกระซิบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เฟยหลงเม้มริมฝีปากแน่นจนเลือดซึม เขาโอบกอดนางไว้แนบอกราวกับต้องการจะถ่ายทอดไออุ่นสุดท้ายที่มีอยู่ “อย่าพูดเรื่องอื่นอีกเลย เจ้าต้องอยู่ต่อ... เจ้าสัญญาแล้วว่าจะยืนเคียงข้างข้าบนบัลลังก์นี้ เยี่ยนซี เจ้าห้ามทิ้งข้าไป!” คืนนั้นทั้งคืน ฮ่องเต้เฟยหลงไม่ยอมเสด็จออกจากข้างกายแม้แต่ก้าวเดียว เขาเฝ้าเช็ดเหงื่อกาฬและประคบเย็นตามใบหน้าของนางด้วยมือของตนเอง แม้ขุนนางจะทัดทานเรื่องความปลอดภัย แต่เขากลับตวาดไล่จนหมดสิ้น เหลือเพียงเขากับสตรีที่ลมหายใจกำลังแผ่วลงเรื่อยๆ “เจ้าจำคืนที่เราพบกันใต้แสงจันทร์ที่หอโคมแดงได้ไหม” เฟยหลงกระซิบข้างหูของนางขณะน้ำตาลูกผู้ชายหยดลงบนแก้มของเธอ “วันนั้นข้ายังเป็นเพียงองค์ชายที่ไม่มีใครเห็นหัว แต่เจ้า... เจ้ากลับเป็นคนเดียวที่กล้าสบตาข้าและบอกว่าข้ามีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ ถ้าวันนี้เจ้าทิ้งข้าไป ใครจะช่วยข้าเลือกทางเดินที่ถูกต้อง ใครจะช่วยข้าถอนรากถอนโคนคนชั่วพวกนั้นกัน” เยี่ยนซีหลับตาลง ลมหายใจนางติดขัดเป็นระยะ ในห้วงคำนึงนางเห็นอดีตสลับกับอนาคตที่พร่ามัว เสียงของอัครมหาเสนาบดีหยางที่ดังแว่วเข้ามาในความฝันดูเหมือนจะใกล้เข้ามาทุกที “นางจะไม่รอดในคืนนี้หรอก... ฝ่าบาท” เสียงของบุรุษปริศนาที่ลอบเข้ามาในเงามืดของตำหนักดังขึ้นอีกครั้ง เฟยหลงหันขวับไปมองด้วยสายตาดุจมังกรหิวโซ “เจ้ากล้าดียังไง!” ทว่าในจังหวะนั้นเอง ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น นิ้วมือที่ไร้เรี่ยวแรงของเยี่ยนซีกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของนางที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าซีกหนึ่งที่ยังคงซีดเผือด “ฝ่าบาท...” นางเรียกเขาด้วยเสียงที่แหบแห้ง “ในกระเป๋าเสื้อ... ของศพองครักษ์ผู้นั้น... มีจดหมายลับที่ประทับตราของอัครมหาเสนาบดีหยางอยู่... นั่นคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะลากตัวเขาลงจากนรก... หากท่านทำลายมันทิ้ง... แผ่นดินนี้จะสิ้นหวัง... แต่หากท่านนำมันออกไปประกาศ... ท่านจะได้รับชัยชนะที่แท้จริง” เฟยหลงชะงัก ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับนั้นออกมาจากซากศพที่นอนตายอยู่ใกล้ๆ ทันใดนั้น เขาก็พบว่าภายใต้จดหมายฉบับนั้น มีตราประทับลับที่เขาตามหามาตลอดสิบปี ตราประทับที่สามารถสั่งการกองทัพเงาได้ทั้งแผ่นดิน! แต่ทว่า... เมื่อเขามองกลับไปยังเตียงบรรทม เยี่ยนซีกลับสลบไปอีกครั้งด้วยอาการชีพจรที่อ่อนลงจนน่าใจหาย ประตูตำหนักถูกพังเข้ามาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่คนเพียงคนเดียว แต่เป็นกลุ่มทหารองครักษ์ของอัครมหาเสนาบดีหยางที่กรูกันเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ เฟยหลงลุกขึ้นยืน กุมดาบในมือแน่น แววตาสั่นคลอนด้วยโทสะและการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต หากเขาสู้ เขาอาจรอด แต่เยี่ยนซีจะตาย หากเขาทิ้งนางไว้ที่นี่ เขาก็จะสูญเสียทุกอย่างที่สู้มาตลอดชีวิต “ฝ่าบาท...” เสียงแว่วจากคนสนิทข้างกายดังขึ้น “อัครมหาเสนาบดีหยาง... เขาไม่ได้มาคนเดียว เขากำลังนำตัว 'คนสำคัญ' ที่สุดของท่านมาด้วย!” เฟยหลงชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งที่ถูกคุมตัวเข้ามาจากทางระเบียง... ร่างของสตรีที่ดูเหมือนเยี่ยนซีจนแทบแยกไม่ออก แต่ทว่า... นางกลับถืออาวุธที่ชี้ตรงมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่อำมหิตที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา! หลิวเยี่ยนซีเขียนบทนี้ด้วยความตั้งใจให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความเจ็บปวดและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%